สรุปสั้น

การหลอกโอนเงินแบบปลอมเป็นผู้บริหาร (CEO fraud) คือ กลลวงที่มิจฉาชีพแอบอ้างเป็นซีอีโอขอให้ฝ่ายบัญชีโอนเงินด่วนเพื่อธุรกรรมลับ ซึ่งเป็นหนึ่งในภัยทางการเงินที่สร้างความเสียหายสูงที่สุดต่อธุรกิจ เมื่อวันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 อัยการสหรัฐฯ ประจำเขตใต้ของนิวยอร์กประกาศฟ้อง 3 ผู้ต้องหา คือ นาย Jacob Soall อายุ 41 ปี Sharon Hazan อายุ 54 ปี และนาย Guy Sheetrit อายุ 42 ปี ฐานฉ้อโกงทางสาย ขโมยตัวตนโดยมีเหตุฉกรรจ์ และฟอกเงิน จากแผนที่ใช้ AI ปลอมเป็นซีอีโอและทนายความหลอกบริษัทหลายพันแห่งทั่วโลกนานกว่าปีครึ่ง ความเสียหายรวมราว 129 ล้านดอลลาร์ ผู้ต้องหามาจากสเปน สหราชอาณาจักร อิสราเอล และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และถูกจับระหว่างมิถุนายนถึงกันยายน

กลไก คือ ส่งอีเมลในนามซีอีโอถึงฝ่ายบัญชีขอความช่วยเหลือเรื่องธุรกรรมลับ แล้วนัดโทรหรือวิดีโอคอลที่ใช้ AI เลียนเสียงและบางครั้งเลียนหน้าของซีอีโอ จากนั้นส่งต่อให้ “ทนายความ” จากสำนักงานกฎหมายใหญ่ ซึ่ง คือ ผู้ต้องหาที่ปลอมตัว สั่งให้โอนเงินไปบัญชีทั่วโลก คดีนี้แสดงว่าการเห็นหน้าหรือได้ยินเสียงผู้บริหารไม่ใช่หลักฐานยืนยันตัวตนอีกต่อไป องค์กรควรกำหนดให้การโอนเงินที่ผิดปกติต้องยืนยันผ่านช่องทางที่สองที่รู้จักอยู่แล้วเสมอ

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ SecurityWeek รายงานเมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2569 โดยอ้างสำนักข่าว AP ว่าคำฟ้องยื่นต่อศาลแขวงสหรัฐฯ ในนิวยอร์ก เหยื่อที่ระบุในเอกสารศาลมีทั้งระบบโรงพยาบาลในมิสซูรีและแคลิฟอร์เนีย ธนาคารในโรดไอแลนด์ บริษัทฟินเทคในสหราชอาณาจักร บริษัทกองทุนรวมในแมสซาชูเซตส์ และบริษัทอาหารสัตว์ในฟลอริดา ผู้ต้องหามีฉายาอย่าง “Rocky Balboa”, “Superman Cash” และ “Fat Boy” ผู้ต้องหา Hazan เคยถูกตัดสินว่าผิดฐานสมคบฉ้อโกงธนาคารในศาลนิวยอร์กเมื่อปี 2551

Fraudsters used AI voice and video to impersonate CEOs and lawyers in wire fraud scheme

ตามข้อมูลของอัยการ นาย Soall รับบทปลอมเป็นทนายความจากสหราชอาณาจักรเป็นหลัก และมี “บทพูดเขียนด้วยมือชื่อ Lawyer Call” ที่ใช้ทำให้ตัวเองดูเหมือนทนายจริงขณะพูดกับเหยื่อ นาย James C. Barnacle Jr. ผู้ช่วยผู้อำนวยการ FBI ระบุว่าคดีนี้แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีขั้นสูงถูกใช้ก่ออาชญากรรมฉ้อโกงขนาดใหญ่ได้อย่างไร หากถูกตัดสินว่าผิด แต่ละข้อหามีโทษสูงสุด 20 ปี ยกเว้นข้อหาขโมยตัวตนโดยมีเหตุฉกรรจ์ที่มีโทษ 2 ปี ข้อจำกัดของข้อมูล คือ สำนวนคดียังถูกปิดผนึกในระบบออนไลน์ ณ เย็นวันที่ 5 พฤศจิกายน และคำฟ้องเป็นข้อกล่าวหาที่ยังไม่ได้พิสูจน์ในศาล

วิธีการโจมตี

เปิดด้วยอีเมลปลอมจากซีอีโอ — กลุ่มเล็งฝ่ายบัญชีของบริษัท ส่งอีเมลที่อ้างว่ามาจากซีอีโอขอความช่วยเหลือเรื่องธุรกรรมการเงินที่เป็นความลับ การอ้างว่าเป็นความลับทำให้พนักงานไม่กล้าถามคนอื่นในองค์กร

ยืนยันด้วยเสียงและหน้าที่ AI สร้าง — เพื่อให้เหยื่อเชื่อ กลุ่มนัดโทรหรือวิดีโอคอล แล้วใช้ AI เลียนเสียงและบางครั้งเลียนภาพของซีอีโอ วิธีนี้ทำลายขั้นตอนตรวจสอบแบบเดิมที่พนักงานใช้ คือ การโทรไปคุยหรือเห็นหน้าผู้บริหาร

ส่งต่อให้ทนายความปลอม — ซีอีโอปลอมบอกให้พนักงานติดต่อทนายความจากสำนักงานกฎหมายใหญ่ ซึ่งกลุ่มเตรียมปลอมตัวไว้แล้ว ทนายปลอมสั่งให้โอนเงินก้อนใหญ่ไปบัญชีธนาคารในหลายประเทศ การมีบุคคลที่สามที่ดูมีอำนาจทางกฎหมายช่วยลดความสงสัยของพนักงาน

แปลงเป็นคริปโตเพื่อฟอกเงิน — เงินที่ได้ถูกแปลงเป็นคริปโตเคอร์เรนซีเพื่อปกปิดที่มา แล้วแบ่งให้ผู้ต้องหาทั้งสามและคนอื่นที่เกี่ยวข้อง

ผลกระทบ

ผู้เสียหายโดยตรง คือ บริษัทหลายพันแห่งทั่วโลกที่ถูกเล็ง และอย่างน้อยหลายรายที่โอนเงินจริงจนความเสียหายรวมราว 129 ล้านดอลลาร์ เหยื่อครอบคลุมตั้งแต่โรงพยาบาล ธนาคาร ฟินเทค ไปจนถึงบริษัทสินค้าอุปโภค ซึ่งบอกว่ากลลวงนี้ไม่เลือกอุตสาหกรรม เงินที่แปลงเป็นคริปโตแล้วมักตามคืนได้ยาก

ในภาพกว้าง คดีนี้ยืนยันว่า AI เลียนเสียงและวิดีโอถูกใช้หลอกโอนเงินในระดับอุตสาหกรรมแล้ว ขั้นตอนที่หลายองค์กรใช้ยืนยันคำสั่งโอนเงิน เช่น โทรกลับหรือขอวิดีโอคอล จะไม่ได้ผลถ้าเป็นการคุยผ่านช่องทางที่ผู้หลอกลวงเป็นคนจัดให้ ฝ่ายบัญชีจึงเป็นแนวป้องกันหน้าแรกที่ต้องมีกระบวนการรองรับ ไม่ใช่แค่การฝึกให้สังเกต

คำแนะนำ

  • องค์กร — ทำทันที: กำหนดให้คำขอโอนเงินที่ผิดปกติ ด่วน หรืออ้างความลับ ต้องยืนยันผ่านช่องทางที่สองที่รู้จักอยู่แล้ว เช่น โทรกลับเบอร์ในทะเบียนพนักงาน ไม่ใช่เบอร์หรือลิงก์ที่ได้จากอีเมลหรือการโทรนั้น
  • องค์กร — ทำทันที: บังคับให้การโอนเงินมูลค่าสูงหรือไปยังผู้รับรายใหม่ต้องอนุมัติจากสองคนขึ้นไป และห้ามข้ามขั้นตอนแม้คำสั่งอ้างว่ามาจากซีอีโอ
  • ฝ่ายบัญชี: ตั้งรหัสหรือคำถามยืนยันที่ตกลงกันล่วงหน้ากับผู้บริหารสำหรับคำสั่งทางการเงิน และถือว่าเสียงหรือภาพในวิดีโอคอลไม่ใช่หลักฐานยืนยันตัวตน
  • ฝ่ายบัญชี: ตรวจสอบตัวตนของทนายความหรือที่ปรึกษาภายนอกผ่านเว็บไซต์หรือเบอร์ทางการของสำนักงานนั้นเอง ก่อนทำตามคำสั่งโอนเงิน
  • ถ้าโอนเงินไปแล้ว: แจ้งธนาคารทันทีเพื่อขอระงับหรือเรียกเงินคืน และแจ้งตำรวจ ยิ่งแจ้งเร็วยิ่งมีโอกาสตามเงินก่อนถูกแปลงเป็นคริปโต

แหล่งอ้างอิง