สรุปสั้น
ผู้ใช้คริปโตจำนวนหนึ่งนิยมนำ iPhone เครื่องเก่าที่ไม่ใช้แล้วมาเป็น “กระเป๋าเย็น” (cold wallet) คือ ล้างเครื่อง ติดตั้งแอปกระเป๋าคริปโต เก็บ recovery phrase ไว้ในเครื่อง แล้วเปิดโหมดเครื่องบินทิ้งไว้ เพราะเชื่อว่าเครื่องที่ไม่ต่ออินเทอร์เน็ตปลอดภัย ล่าสุดนาย Yishi Wang ผู้ก่อตั้งบริษัท OneKey ผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์ ออกมาเตือนว่าวิธีนี้เสี่ยงตลอดไป เพราะ iPhone รุ่นเก่ามีช่องโหว่ใน BootROM โค้ดชุดแรกที่ทำงานตอนเปิดเครื่องและฝังอยู่ในชิปถาวร ช่องโหว่ checkm8 ที่เปิดเผยตั้งแต่ปี 2562 กระทบ iPhone 4S ถึง iPhone X ส่วนช่องโหว่ usbliter8 ที่ใหม่กว่าขยายไปถึงชิป A12 และ A13 ได้แก่ iPhone XS, XR, ตระกูล iPhone 11 และ iPhone SE รุ่นที่ 2 ผู้ที่ได้ตัวเครื่องไปและมีอุปกรณ์ USB เฉพาะทางจะรันโค้ดของตัวเองได้ก่อน iOS โหลด และการล้างเครื่องหรืออัปเดต iOS แก้ไม่ได้
อย่างไรก็ตาม การรันโค้ดตอนบูตไม่ได้แปลว่าได้ recovery phrase ทันที เพราะยังต้องผ่าน Secure Enclave รหัสเครื่อง และการเข้ารหัสของแอปกระเป๋า ความเสี่ยงจริงสูงขึ้นมากเมื่อเครื่องใช้ iOS รุ่นเก่า รหัสเครื่องอ่อน และรหัสผ่านกระเป๋าสั้น ผู้ที่เก็บคริปโตไว้ใน iPhone รุ่นที่กระทบควรสร้าง recovery phrase ชุดใหม่ในสภาพแวดล้อมที่เชื่อถือได้ แล้วโอนเงินไปทั้งหมด
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ GBHackers รายงานเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2569 ว่านาย Wang ออกคำเตือนสาธารณะไม่ให้ถือว่า iPhone ที่ปลดระวางแล้วเป็นกระเป๋าเย็นที่ปลอดภัย เพราะจุดอ่อนระดับฮาร์ดแวร์อยู่รอดแม้รีเซ็ตเครื่องกลับค่าโรงงาน และไม่สามารถลบออกด้วยการอัปเดต iOS ตามปกติ BootROM หรือที่เรียกว่า SecureROM คือ คำสั่งชุดแรกที่ชิปรันตอนเปิดเครื่อง โค้ดส่วนนี้ถูกฝังไว้ในหน่วยประมวลผลถาวร Apple จึงแก้ช่องโหว่ในส่วนนี้ด้วยซอฟต์แวร์ไม่ได้ ทางเดียวที่ปิดความเสี่ยงได้ คือ เปลี่ยนไปใช้ฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้รับผลกระทบ
ทั้งนี้รายงานแยกให้เห็นว่าภัยนี้ต่างจาก ChoiceJacking ซึ่งเป็นการใช้พอร์ตชาร์จอันตรายปลอมเป็นอุปกรณ์ป้อนข้อมูลเพื่อกดยอมรับการเข้าถึงข้อมูลแทนผู้ใช้ ข้อจำกัดของข้อมูล คือ คำเตือนนี้มาจากผู้ผลิตกระเป๋าฮาร์ดแวร์ซึ่งมีผลประโยชน์ทางธุรกิจในการให้ผู้ใช้เปลี่ยนมาใช้อุปกรณ์เฉพาะ รายงานไม่ได้ระบุว่ามีผู้ถูกขโมย recovery phrase ด้วยวิธีนี้จริงแล้ว และ Apple ยังไม่ได้ออกความเห็นต่อ usbliter8
รายละเอียดช่องโหว่
ต้องได้ตัวเครื่องไปก่อน — ช่องโหว่ทั้งสองต้องเข้าถึงตัวเครื่องทางกายภาพ ไม่สามารถโจมตีผ่านอินเทอร์เน็ตได้ แต่ในทางกลับกัน โหมดเครื่องบินก็ไม่ช่วยอะไร เพราะการโจมตีผ่านพอร์ต USB ไม่ได้ใช้เครือข่ายเลย เครื่องที่ถูกขโมย ลืมทิ้งไว้ หรือส่งต่อให้คนอื่น จึงเป็นกลุ่มเสี่ยงหลัก
usbliter8 ทำงานอย่างไร — ผู้โจมตีเปิดเครื่องเข้าโหมด Device Firmware Update (DFU) แล้วต่ออุปกรณ์ USB เฉพาะทาง เช่น ไมโครคอนโทรลเลอร์ที่ใช้ชิป RP2350 ช่องโหว่นี้ใช้จุดอ่อนในตัวควบคุม USB ร่วมกับการตั้งค่า SecureROM ที่ไม่ปลอดภัย โดยส่ง USB setup packet ที่ผิดรูปแบบจนเกิด DMA pointer underflow ทำให้เขียนข้อมูลลงหน่วยความจำที่ SecureROM ใช้อยู่ได้ และบนชิปที่กระทบ การตั้งค่า Data Address Resolution Table ไม่ได้กันการเขียนนี้ไว้ ผลลัพธ์ คือ ผู้โจมตีรันโค้ดที่ไม่ได้รับอนุญาตก่อน iOS เริ่มทำงาน ส่วนชิป A13 ผู้โจมตีต้องข้ามกลไก Pointer Authentication เพิ่มอีกชั้น
การรันโค้ดตอนบูตยังไม่ใช่การได้ recovery phrase — จุดสำคัญ คือ การควบคุมขั้นบูตไม่ได้เจาะ Secure Enclave หรือถอดรหัส recovery phrase ให้ทันที รหัสเครื่องและการเข้ารหัสของแอปกระเป๋ายังเป็นด่านที่มีความหมาย โดยเฉพาะบนรุ่นที่ใหม่กว่าในกลุ่มที่กระทบ
เงื่อนไขที่ทำให้ด่านเหล่านั้นพัง — ความเสี่ยงพุ่งขึ้นเมื่อเครื่องใช้ iOS รุ่นเก่าที่มีช่องโหว่อื่นซ้อน รหัสเครื่องสั้น และรหัสผ่านกระเป๋าอ่อน ถ้าผู้โจมตีดึงไฟล์กระเป๋าที่ป้องกันด้วยรหัสผ่านสั้นออกมาได้ ก็เดารหัสผ่านแบบออฟไลน์ได้ไม่จำกัดจำนวนครั้ง เพราะไม่มีตัวเครื่องคอยจำกัดการเดาผิดอีกต่อไป เทคนิคนี้คล้ายกับที่เครื่องมือนิติวิทยาศาสตร์ iOS ใช้ดึงข้อมูล แม้ผลจะขึ้นกับการตั้งค่าเครื่องและช่องโหว่อื่นประกอบ
ผลกระทบ
กลุ่มที่เสี่ยงโดยตรง คือ ผู้ที่เก็บ recovery phrase หรือกระเป๋าคริปโตไว้ใน iPhone ตั้งแต่ iPhone 4S ถึง iPhone 11 และ iPhone SE รุ่นที่ 2 โดยเฉพาะเครื่องที่เก็บไว้นาน ใช้ iOS รุ่นเก่า และตั้งรหัสสั้น ถ้าผู้ไม่หวังดีได้เครื่องไปและเจาะสำเร็จ ผลลัพธ์ คือ เสียเงินคริปโตทั้งหมดในกระเป๋านั้น และย้อนคืนไม่ได้
ในภาพกว้าง ข่าวนี้ชี้ว่าการปิดอินเทอร์เน็ตไม่ได้ทำให้อุปกรณ์ปลอดภัยเสมอไป เมื่อจุดอ่อนอยู่ในฮาร์ดแวร์ที่แก้ไม่ได้ ความปลอดภัยของเงินขึ้นกับการเก็บรักษาตัวเครื่องและความแข็งแรงของรหัสเป็นหลัก ส่วนผู้ใช้ iPhone รุ่นใหม่กว่านี้ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่สองตัวนี้โดยตรง
คำแนะนำ
- ผู้ที่เก็บคริปโตใน iPhone รุ่นที่กระทบ — ทำทันที: สร้าง recovery phrase ชุดใหม่ในสภาพแวดล้อมที่เชื่อถือได้ แล้วโอนเงินทั้งหมดไปยังกระเป๋าใหม่ การสร้างที่อยู่ใหม่ภายใต้ recovery phrase เดิมไม่ช่วย เพราะ phrase ที่ถูกขโมยยังคุมทุกที่อยู่
- ระหว่างย้ายเงิน: เก็บเครื่องไว้กับตัว ตั้งรหัสเครื่องแบบตัวอักษรผสมตัวเลขที่ยาว และอัปเดต iOS เป็นรุ่นล่าสุดที่เครื่องรองรับ เพื่อปิดช่องโหว่ซอฟต์แวร์ที่อาจถูกใช้ประกอบ
- ตรวจว่าเสี่ยงหรือไม่: ถ้าเครื่องเคยหาย ถูกยืม หรืออยู่นอกการควบคุมของตนในช่วงที่เก็บ phrase ไว้ ให้ถือว่า phrase อาจรั่วแล้วและย้ายเงินทันที
- ระยะยาว: ใช้กระเป๋าฮาร์ดแวร์หรืออุปกรณ์รุ่นใหม่ที่ไม่ได้รับผลกระทบจากช่องโหว่ BootROM และใช้เฉพาะสายชาร์จและอุปกรณ์ USB ที่เชื่อถือได้
