สรุปสั้น

ซิมบ็อกซ์ (SIM box หรือ GSM gateway) คือ อุปกรณ์ที่ใส่ซิมการ์ดได้หลายสิบใบ ใช้แปลงสายโทรผ่านอินเทอร์เน็ตให้กลายเป็นสายจากเบอร์มือถือในประเทศ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่ทำงานจากต่างประเทศจึงนิยมใช้เพื่อให้ปลายสายเห็นเบอร์ไทยธรรมดา เมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ตำรวจภูธรภาค 2 ร่วมกับสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยาและตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรี บุกค้นห้องเช่ารายวันรายเดือนชั้น 4 ในตำบลหนองปรือ อำเภอบางละมุง และพบซิมบ็อกซ์ขนาด 32 พอร์ต 2 เครื่องซ่อนอยู่ใต้ฝ้าเพดาน พร้อมเราเตอร์ใส่ซิม เสาสัญญาณ และกล้องวงจรปิด

คดีนี้เริ่มจากผู้เสียหายรายหนึ่งถูกคนร้ายโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือและตำรวจ บอกว่าเบอร์โทรของผู้เสียหายพัวพันกับพนันออนไลน์และการฟอกเงิน แล้วหลอกให้โอนเงิน 15,000 บาทเพื่อ “พิสูจน์ความบริสุทธิ์” ตำรวจตามรอยสายโทรจนพบจุดติดตั้งอุปกรณ์ แต่ผู้เช่าห้องหลบหนีไปก่อน ตำรวจยังไม่เปิดเผยตัวตนผู้เช่าเพราะอาจกระทบรูปคดี และกำลังขยายผลไปยังเครือข่ายเบื้องหลัง คนทั่วไปควรจำไว้ว่าเจ้าหน้าที่จริงไม่ขอให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบความบริสุทธิ์ไม่ว่ากรณีใด

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์แนวหน้ารายงานเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 ว่า ปฏิบัติการครั้งนี้อยู่ภายใต้การสั่งการของ พล.ต.ท.วสันต์ เตชะอัครเกษม ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 2 นำโดย พล.ต.ต.พงษ์พันธ์ วงศ์มณีเทศ รองผู้บัญชาการ พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองอ่อน ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 2 และ พ.ต.อ.เอนก สระทองยู ผู้กำกับการสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา ร่วมกับตรวจคนเข้าเมืองจังหวัดชลบุรีและตำรวจท่องเที่ยว

ไทม์ไลน์ของคดีเรียงได้ดังนี้ ผู้เสียหายแจ้งความผ่านระบบแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (thaipoliceonline) ต่อสถานีตำรวจนครบาลบางเขน เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม 2569 เวลา 17.26 น. ชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 2 ได้รับมอบหมายให้ติดตาม และเชื่อว่าแก๊งใช้ซิมบ็อกซ์ในการโทรหาเหยื่อ จึงสืบหาจุดติดตั้งจนพบห้องเช่าดังกล่าว แล้วเข้าตรวจค้นเมื่อวันที่ 27 ตุลาคม 2569 เวลาประมาณ 17.00 น.

ของกลางที่ตรวจยึดได้ประกอบด้วยซิมบ็อกซ์ 32 พอร์ต 2 เครื่องซ่อนในฝ้าเพดาน เราเตอร์อินเทอร์เน็ตแบบใส่ซิม 1 เครื่อง กล้องวงจรปิด 1 ตัว เสาสัญญาณ 2 ต้น และปลั๊กพ่วง 1 ชุด ส่วนผู้เช่าห้องหลบหนีไปก่อนเจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

ข้อมูลที่ยังไม่เปิดเผยมีหลายส่วน ได้แก่ จำนวนซิมการ์ดที่ใช้งาน ค่ายมือถือเจ้าของซิม ตัวตนผู้เช่า และขนาดของเครือข่าย ข่าวนี้จึงยืนยันได้เพียงจุดติดตั้งอุปกรณ์หนึ่งจุดที่เชื่อมกับผู้เสียหายหนึ่งราย ยังไม่ทราบว่าอุปกรณ์ชุดนี้ถูกใช้โทรหาเหยื่อรายอื่นมากน้อยเพียงใด

Police seize SIM box GSM gateways hidden in a ceiling of a Pattaya rental room

วิธีการโจมตี

สร้างความกลัวด้วยการอ้างหน่วยงาน — คนร้ายโทรมาเป็นทอด เริ่มจากอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ค่ายมือถือ แล้วโอนสายให้คนที่อ้างเป็นตำรวจ บอกว่าเบอร์ของเหยื่อเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์และการฟอกเงิน ความกลัวว่าจะถูกดำเนินคดีทำให้เหยื่อยอมโอนเงินเพื่อ “ตรวจสอบ” หรือ “ยืนยันความบริสุทธิ์” ซึ่งเป็นบทพูดที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ซ้ำมาหลายปี

ซิมบ็อกซ์ทำให้สายจากต่างแดนดูเหมือนเบอร์ไทย — ผู้ปฏิบัติการที่อยู่ไกลออกไปโทรผ่านอินเทอร์เน็ต (VoIP) เข้ามาที่ซิมบ็อกซ์ แล้วอุปกรณ์จะโทรออกต่อด้วยซิมมือถือไทยที่เสียบอยู่ ปลายสายจึงเห็นเบอร์มือถือ 10 หลักธรรมดา ไม่ใช่เบอร์ต่างประเทศที่น่าสงสัย และสายจะไม่ผ่านระบบคัดกรองสายระหว่างประเทศของผู้ให้บริการ เครื่อง 32 พอร์ตสองเครื่องรองรับซิมได้รวม 64 ใบ ซึ่งหมุนเปลี่ยนเบอร์ได้เมื่อเบอร์เดิมถูกปิดกั้น

ซ่อนอุปกรณ์ในห้องเช่ารายวัน — การติดตั้งในห้องเช่ารายวันรายเดือน ซ่อนไว้ใต้ฝ้า และใช้เราเตอร์แบบใส่ซิมแทนอินเทอร์เน็ตบ้าน ทำให้ไม่มีสัญญาบริการที่ผูกกับตัวบุคคล ส่วนกล้องวงจรปิดในห้องน่าจะใช้เฝ้าดูว่ามีคนเข้ามาหรือไม่ ซึ่งสอดคล้องกับที่ผู้เช่าหลบหนีไปได้ก่อนตำรวจมาถึง

ผลกระทบต่อไทย

ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงคือผู้ใช้มือถือในไทยที่รับสายจากเบอร์ไทยที่ดูปกติ แต่ปลายทางคือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ความเสียหายที่ยืนยันในคดีนี้มีเพียง 15,000 บาทจากผู้เสียหายหนึ่งราย แต่อุปกรณ์ขนาด 64 ซิมบ่งชี้ว่าถูกออกแบบมาเพื่อโทรหาเหยื่อจำนวนมาก

ประเด็นที่ใหญ่กว่าตัวคดี คือ ซิมบ็อกซ์ทำให้มาตรการคัดกรองสายระหว่างประเทศของผู้ให้บริการใช้ไม่ได้ผล เพราะสายถูกส่งเข้าเครือข่ายในฐานะสายภายในประเทศ การปราบปรามจึงต้องพึ่งการตรวจจับพฤติกรรมของซิมบนเครือข่ายและการจับจุดติดตั้ง ซึ่งต่อเนื่องจากคดีทลายฐานคอลเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ ที่ผ่านมา (2026/10/186 และ 2026/10/260 )

คำแนะนำ

  • วางสายทันทีเมื่อถูกขอให้โอนเงินพิสูจน์ความบริสุทธิ์ — ตำรวจ ค่ายมือถือ หรือ ปปง. ตัวจริงไม่ขอให้โอนเงินเพื่อตรวจสอบ แล้วโทรกลับหน่วยงานผ่านเบอร์ทางการเอง
  • ถ้าโอนไปแล้ว — โทรสายด่วน 1441 และธนาคารทันทีเพื่อขออายัดบัญชีปลายทาง แล้วแจ้งความที่ thaipoliceonline.go.th พร้อมเบอร์ที่โทรเข้าและหลักฐานการโอน
  • ผู้ให้เช่าห้องและอาคาร — สังเกตห้องที่มีเสาสัญญาณ อุปกรณ์ต่อพ่วงจำนวนมาก หรือผู้เช่าที่แทบไม่อยู่ห้องแต่เปิดไฟฟ้าตลอด และแจ้งตำรวจในพื้นที่หากพบ
  • ผู้ให้บริการเครือข่าย — ตรวจหาซิมที่โทรออกจำนวนมากจากจุดเดียว ไม่เคลื่อนที่ และแทบไม่มีสายเข้า ซึ่งเป็นรูปแบบเฉพาะของซิมบ็อกซ์ แล้วระงับก่อนถูกใช้โทรหาเหยื่อรายต่อไป

แหล่งอ้างอิง