สรุปสั้น

ตำรวจจังหวัดทัญฮว้า (Thanh Hoa) ทางภาคกลางของเวียดนาม ทลายแก๊งสแกมออนไลน์ข้ามชาติที่เช่าโรงแรม Van Hoa ทั้งหลังในเขตหงิเซิน (Nghi Son) เป็นฐานปฏิบัติการ ตำรวจบุกค้นเมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 และควบคุมตัวได้ 118 คน เป็นชาวต่างชาติ 113 คน ได้แก่ ชาวจีน 74 คน อินเดีย 28 คน กัมพูชา 9 คน มาเลเซีย 1 คน และเมียนมา 1 คน ที่เหลือเป็นชาวเวียดนาม 5 คน ตำรวจประกาศเมื่อวันที่ 21 ตุลาคมว่าเริ่มดำเนินคดีอาญากับ 84 ราย ในข้อหาใช้เครือข่ายคอมพิวเตอร์และโทรคมนาคมฉ้อโกงทรัพย์ และจัดการหรือช่วยให้บุคคลเข้าออกหรือพำนักในเวียดนามอย่างผิดกฎหมาย

ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เคยพำนักอยู่ในลาวหรือกัมพูชามาก่อน 18 คนลักลอบเข้าเวียดนาม และ 1 คนเป็นผู้ต้องหาที่ทางการต่างประเทศต้องการตัว หัวหน้าแก๊งคือนาย Zhao Xuefeng ชาวจีนเกิดปี 2530 แก๊งแบ่งห้องทำงาน 6 ห้องตามตลาดและรูปแบบการหลอก ทั้งการลงทุนการเงินและคริปโต การพนันกีฬาออนไลน์ การรับสมัครงานปลอม และงานทำภารกิจแลกเงิน เหยื่ออยู่ในไต้หวัน เกาหลีใต้ ญี่ปุ่น อินเดีย สหรัฐฯ และจีนแผ่นดินใหญ่ รายงานไม่ได้ระบุมูลค่าความเสียหายรวมและสถานะของผู้ถูกควบคุมตัวอีก 34 คน

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ Viet Nam News รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ว่าตำรวจจังหวัดทัญฮว้าเริ่มดำเนินคดีอาญากับบุคคล 84 ราย จากกลุ่ม 118 คนที่ถูกควบคุมตัว และรายงานคดีต่อกระทรวงความมั่นคงสาธารณะ ตำรวจเรียกกลุ่มนี้ว่า “องค์กรอาชญากรรมข้ามชาติที่ซับซ้อนซึ่งปฏิบัติการในโลกไซเบอร์” แก๊งขนอุปกรณ์เข้ามาโดยอำพรางเป็นสินค้ามือสอง และมีคนเฝ้าโรงแรมเพื่อกันคนนอกเข้าใกล้

หนังสือพิมพ์ The Star ของมาเลเซียรายงานเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 เพิ่มเติมว่าหัวหน้าแก๊งนาย Zhao Xuefeng มีชื่อเวียดนามว่า Dong และมีชาวจีนอีกคนที่รู้จักกันในชื่อ Dai Lu เป็นผู้สั่งการปฏิบัติการที่เล็งญี่ปุ่น วิธีหลอกแต่ละตลาดปรับตามเหยื่อ ในไต้หวันแก๊งตีสนิทผู้หญิงวัยเกิน 40 ปีแล้วชวนลงทุน forex ผ่านแพลตฟอร์ม MGX ในเกาหลีใต้แอบอ้างเป็นตัวแทน “Nexuswh Investment” ให้ดาวน์โหลดแอปและฝากเงิน ในญี่ปุ่นตีสนิทผู้หญิงผ่านโซเชียลมีเดียแล้วชวนลงทุนคริปโต และในอินเดียใช้บัญชี Facebook ปลอมที่แสดงตัวเป็นคนรวย

ขั้นตอนการหลอกเป็นแบบเดียวกันทุกตลาด คือมีบทพูดเฉพาะ สร้างความไว้ใจ ให้ถอนเงินได้เล็กน้อยช่วงแรกเพื่อให้มั่นใจ แล้วกดดันให้โอนเงินก้อนใหญ่ขึ้น ก่อนตัดการติดต่อเมื่อเหยื่อหมดเงิน ส่วนการพนันกีฬาออนไลน์ถูกโปรโมตผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขัน

รูปแบบการก่อเหตุ

จุดที่น่าสังเกตคือการเคลื่อนย้ายของแก๊ง ผู้ต้องหาส่วนใหญ่เคยอยู่ในลาวหรือกัมพูชา ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ถูกปราบปรามหนักในปี 2569 ก่อนย้ายเข้าเวียดนาม บางส่วนลักลอบข้ามแดน และเลือกเช่าโรงแรมทั้งหลังในเมืองต่างจังหวัดแทนอาคารขนาดใหญ่ที่เป็นจุดสังเกต การแบ่งห้องตามตลาดเป้าหมายแสดงว่าแก๊งทำงานเป็นระบบเหมือนธุรกิจ แต่ละทีมมีภาษาและบทพูดของตัวเอง

องค์ประกอบของผู้ถูกควบคุมตัวก็น่าสนใจ ชาวอินเดียมี 28 คน หรือราวหนึ่งในสี่ ขณะที่อินเดียเป็นหนึ่งในตลาดเป้าหมายของแก๊งด้วย ซึ่งสอดคล้องกับการใช้คนชาติเดียวกับเหยื่อในการหลอก แต่รายงานไม่ได้ระบุว่ามีผู้ถูกบังคับให้ทำงานหรือเหยื่อค้ามนุษย์ปนอยู่ในกลุ่มนี้หรือไม่

ผลกระทบ

คดีนี้ยืนยันว่าแรงกดดันในกัมพูชาและเมียนมาผลักให้แก๊งสแกมกระจายตัวไปประเทศเพื่อนบ้าน ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับที่พบในไทยและฟิลิปปินส์ในสัปดาห์เดียวกัน ประเทศที่เคยไม่ใช่ศูนย์กลางจึงต้องเตรียมรับมือแก๊งที่ย้ายเข้ามาในรูปฐานขนาดเล็กกระจายตามโรงแรมหรือบ้านเช่า

สำหรับเหยื่อ แม้คดีนี้จะไม่มีเหยื่อในอาเซียนตามรายงาน แต่รูปแบบการหลอกลงทุนและตีสนิทผ่านโซเชียลมีเดียเป็นแบบเดียวกับที่ใช้กับคนในภูมิภาค และแก๊งปรับเปลี่ยนตลาดเป้าหมายได้ง่ายเพียงเปลี่ยนภาษาและบทพูด

คำแนะนำ

  • ระวังคนแปลกหน้าที่ตีสนิทผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปหาคู่แล้วชวนลงทุน forex หรือคริปโต โดยเฉพาะเมื่อให้ถอนกำไรเล็กน้อยได้ในช่วงแรก
  • ตรวจสอบแพลตฟอร์มลงทุนกับหน่วยงานกำกับดูแลก่อนโอนเงิน และไม่ดาวน์โหลดแอปลงทุนจากลิงก์ที่คนแปลกหน้าส่งมา
  • ระวังงานทำภารกิจแลกเงินและประกาศรับสมัครงานที่ต้องจ่ายค่าฝึกอบรมหรือค่าสมัครก่อน
  • ผู้ประกอบการโรงแรมและที่พักควรเฝ้าระวังกรณีเช่าทั้งอาคาร มีชาวต่างชาติจำนวนมากพักระยะยาว และขนอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาจำนวนมาก

แหล่งอ้างอิง