สรุปสั้น
กองบัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) นำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผู้บัญชาการตำรวจตรวจคนเข้าเมือง เข้าตรวจค้นบ้านหรู 3 จุดในย่านสายไหม กรุงเทพฯ มูลค่ารวมกว่า 40 ล้านบาท เมื่อเวลา 11.00 น. ของวันที่ 22 ตุลาคม 2569 และจับกุมผู้ต้องหาได้ 14 ราย เป็นชาวจีน 10 ราย ที่เหลือเป็นคนไทยและชาวเมียนมา บ้านเหล่านี้ถูกใช้เป็นฐานของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่หลอกเหยื่อชาวจีน และเป็นที่ดูแลระบบหลังบ้านของเว็บพนันออนไลน์ เจ้าหน้าที่ยึดอุปกรณ์ที่ใช้กระทำความผิดได้กว่า 200 รายการพร้อมเงินสดจำนวนหนึ่ง และประเมินความเสียหายไว้กว่า 100 ล้านบาท
คดีนี้เปิดขึ้นได้เพราะผู้ถูกหลอกมาทำงานคนหนึ่ง คือนายหลิว ชายชาวจีนวัย 25 ปี ที่ถูกชวนมาด้วยเงินเดือน 80,000 บาท ในตำแหน่งแอดมิน แต่ถูกบังคับให้ทำงานเป็นสแกมเมอร์กะละ 12 ชั่วโมง เขาหนีออกจากบ้านพักพร้อมภาพถ่ายและแชตเป็นหลักฐาน หลังได้ยินผู้ควบคุมคุยกันเรื่องย้ายฐานไปกัมพูชา เครือข่ายนี้เชื่อมโยงกับเว็บพนันออนไลน์ HGA หรือเครือข่าย “หงก้วน” ผู้ต้องหาบางรายมีหมายจับจากจีนและมีคดียาเสพติดในไทย เจ้าหน้าที่กำลังขยายผลจากเบอร์โทรศัพท์ บัญชีธนาคาร และเส้นทางการเงิน
รายละเอียดข่าว
หนังสือพิมพ์ไทยรัฐรายงานเมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2569 ว่า สตม. บุกตรวจค้นบ้านหรู 3 จุดในย่านสายไหมหลังได้รับเบาะแสสำคัญจากนายหลิว ผู้ถูกหลอกมาทำงานที่หนีออกมาได้ ผู้ต้องหา 14 รายแบ่งเป็นชาวจีน 10 ราย คนไทย 3 ราย และชาวเมียนมา 1 ราย (โพสต์ทูเดย์รายงานตรงกันว่าเป็นชาวจีน 10 ราย แต่ไม่ได้แยกสัดส่วนไทยกับเมียนมา) ทั้งหมดถูกส่งตัวพร้อมของกลางให้พนักงานสอบสวน สน.คันนายาว ดำเนินคดีต่อ
รูปแบบการหลอกลวงที่ใช้คือการหลอกเหยื่อชาวจีนให้ “รีวิวสินค้าและปั่นยอดวิว” เพื่อรับค่าตอบแทน เมื่อเหยื่อได้เงินเล็กน้อยจนไว้ใจ ก็ถูกล่อให้โอนเงินเพิ่มเพื่อรับงานที่ใหญ่ขึ้น ก่อนที่แก๊งจะหายตัวไปพร้อมเงิน ซึ่งเป็นรูปแบบเดียวกับ task scam ที่ระบาดทั่วภูมิภาค นอกจากนี้ผู้ถูกเกณฑ์มายังถูกบังคับให้ดูแลระบบหลังบ้านของเว็บพนันออนไลน์ด้วย ผู้ถูกชักชวนส่วนใหญ่มาจากจีนด้วยข้อเสนอเงินเดือนสูง แล้วถูกใช้หลอกคนชาติเดียวกัน
ผู้ต้องหาที่น่าสนใจมีสองราย นายฟู่ ชาวจีน มีหมายจับจากทางการจีนในคดีพนันออนไลน์ ซึ่งยังอยู่ระหว่างตรวจสอบสถานะหมายจับ และนายหาน มีคดียาเสพติดประเภทคีตามีนในไทย อยู่ระหว่างประกันตัว และอยู่เกินกำหนดอนุญาตกว่า 1,200 วัน เจ้าหน้าที่กำลังตรวจสอบบัญชีและเส้นทางการเงินของเครือข่าย HGA เพื่อขยายผลต่อ
รูปแบบการก่อเหตุ
คดีนี้แสดงภาพของแก๊งสแกมที่ย้ายจากอาคารขนาดใหญ่ตามแนวชายแดนมาตั้งฐานขนาดเล็กในย่านที่อยู่อาศัยของกรุงเทพฯ บ้านหรูราคาสูงทำให้ดูไม่น่าสงสัย และแบ่งเป็นหลายหลังเพื่อกระจายความเสี่ยง โครงสร้างการทำงานยังเหมือนแหล่งสแกมทั่วไป คือการหลอกคนมาทำงานด้วยเงินเดือนสูง บังคับทำงานเป็นกะยาว และใช้คนชาติเดียวกับเหยื่อเพื่อสื่อสารได้แนบเนียน
การที่แก๊งทำทั้งสแกมและดูแลเว็บพนันพร้อมกัน สะท้อนว่าธุรกิจทั้งสองแบบใช้โครงสร้างเดียวกัน ทั้งคน อุปกรณ์ และช่องทางการเงิน ส่วนแผนย้ายฐานไปกัมพูชาที่นายหลิวได้ยิน ชี้ว่าแก๊งเหล่านี้เคลื่อนย้ายข้ามประเทศได้คล่องตัว และการปราบปรามในประเทศหนึ่งมักผลักให้ย้ายไปอีกประเทศ
ต่างจากคดี สตม. ร่วมตำรวจเกาหลีใต้เมื่อ 19 ต.ค. อย่างไร
คดีนี้เกิดห่างจากคดีที่ สตม. ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในกรุงเทพฯ (ดูโพสต์ 186) เพียง 3 วัน ทั้งสองคดีนำโดย พล.ต.ท.นพศิลป์ และบุกค้น 3 จุดเหมือนกัน แต่เป็นคนละเครือข่าย ตามตารางนี้
| คดีเดิม (โพสต์ 186 · 19 ต.ค. 2569) | คดีนี้ (22 ต.ค. 2569) | |
|---|---|---|
| ปฏิบัติการ | สตม. ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ | สตม. ดำเนินการเอง |
| สถานที่ | 3 จุด ย่านลาดพร้าว-ห้วยขวาง, วัชรพล-จตุโชติ และรัชดา-พระราม 9 | บ้านหรู 3 หลัง ย่านสายไหม |
| ผู้ต้องหา | 10 คน (ชาวเกาหลีใต้ 8 จีน 2) | 14 คน (ชาวจีน 10 ไทย 3 เมียนมา 1) |
| เหยื่อ | ชาวเกาหลีใต้ | ชาวจีน และยังดูแลระบบหลังบ้านเว็บพนัน HGA (หงก้วน) |
| ที่มาของคดี | ขยายผลจากการจับชาวเกาหลีใต้ที่อยู่เกินกำหนด | ผู้ถูกหลอกมาทำงานหนีออกมาแจ้งเบาะแส |
ผลกระทบต่อไทย
แม้เหยื่อหลักของคดีนี้จะเป็นชาวจีน แต่การที่ฐานปฏิบัติการตั้งอยู่กลางกรุงเทพฯ ทำให้ไทยเป็นทั้งพื้นที่ก่ออาชญากรรมและทางผ่านของการค้ามนุษย์ คดีนี้ต่อเนื่องจากคดีที่ สตม. ร่วมกับตำรวจเกาหลีใต้ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 3 จุดในกรุงเทพฯ ก่อนหน้านี้ (ดูโพสต์ 186) ซึ่งชี้ว่าแก๊งต่างชาติใช้บ้านเช่าในเมืองเป็นฐานหลอกเหยื่อในประเทศของตัวเองมากขึ้น และอาศัยคนไทยเป็นผู้ช่วยหรือผู้เช่าบ้านแทน
ประเด็นที่ต้องจับตาคือเส้นทางการเงินและบัญชีที่แก๊งใช้ หากมีบัญชีธนาคารไทยหรือบัญชีม้าเกี่ยวข้อง ก็หมายความว่าระบบการเงินไทยถูกใช้ฟอกเงินจากการหลอกลวงข้ามชาติ และคนไทยที่ให้เช่าบ้านหรือเปิดบัญชีให้อาจมีความผิดไปด้วย
คำแนะนำ
- เจ้าของบ้านและนายหน้าอสังหาริมทรัพย์ควรตรวจสอบผู้เช่าชาวต่างชาติ โดยเฉพาะกรณีเช่าหลายหลังพร้อมกัน จ่ายเงินสดล่วงหน้าจำนวนมาก หรือมีคนเข้าออกและติดตั้งอุปกรณ์จำนวนมาก
- ประชาชนที่พบพฤติกรรมน่าสงสัย เช่น บ้านที่มีคนพักจำนวนมากแต่ไม่ค่อยออกจากบ้าน ควรแจ้ง สตม. หรือตำรวจในพื้นที่
- ระวังงานรีวิวสินค้าหรือปั่นยอดวิวที่ให้เงินเล็กน้อยก่อนแล้วขอให้โอนเงินเพิ่ม เพราะเป็นรูปแบบ task scam ที่พบบ่อย
- ระวังประกาศรับสมัครงานต่างประเทศหรืองานแอดมินเงินเดือนสูงเกินจริง ซึ่งเป็นช่องทางหลักที่แก๊งใช้หลอกคนมาบังคับทำงาน
- ไม่ให้ผู้อื่นยืมหรือเช่าบัญชีธนาคาร เพราะบัญชีม้าคือช่องทางที่แก๊งใช้รับและโอนเงินของเหยื่อ
