สรุปสั้น
ฟิลิปปินส์ซึ่งดำรงตำแหน่งประธานอาเซียนในปี 2569 เป็นเจ้าภาพการประชุมรัฐมนตรีอาเซียนว่าด้วยอาชญากรรมข้ามชาติครั้งที่ 20 (20th ASEAN Ministerial Meeting on Transnational Crime หรือ AMMTC 20) ที่เมืองมากาตี ประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 20-21 ตุลาคม 2569 โดยมีนาย Jonvic Remulla รัฐมนตรีมหาดไทยของฟิลิปปินส์เป็นประธาน รัฐมนตรีมหาดไทยและความมั่นคงของประเทศสมาชิกหารือเรื่องอาชญากรรมไซเบอร์ สแกมออนไลน์ และการค้ามนุษย์ร่วมกัน และนาย Remulla เรียกร้องให้สมาชิกเพิ่มความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายภายใต้แผนปฏิบัติการอาเซียนว่าด้วยการต่อต้านอาชญากรรมข้ามชาติ ปี 2569-2578
ตัวเลขที่ถูกยกขึ้นในที่ประชุมชี้ขนาดของปัญหา รายงานประเมินว่าแก๊งสแกมออนไลน์ในบางส่วนของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้อาจสร้างความเสียหายราว 114,000 ล้านดอลลาร์ต่อปี กัมพูชารายงานว่าบุกค้นจุดต้องสงสัยเป็นแหล่งสแกม 488 จุดและควบคุมตัวกว่า 20,000 คนในครึ่งแรกของปี 2569 วาระยังรวมถึงปฏิญญาคุ้มครองเด็กจากการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ซึ่งครอบคลุมเนื้อหาที่สร้างด้วย AI และการเจรจาปฏิญญาร่วมกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ แต่รายงานข่าวยังไม่ได้ระบุว่ามีการรับรองมติใดแล้ว
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ Arab News รายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ว่ารัฐมนตรีอาเซียนประชุมกันที่ฟิลิปปินส์เพื่อรับมืออาชญากรรมไซเบอร์และแหล่งสแกม นาย Remulla กล่าวถึงตัวเลขความเสียหาย 114,000 ล้านดอลลาร์ว่า “เบื้องหลังตัวเลขนี้คือครอบครัวที่ชีวิตพังทลายจากการฉ้อโกง การค้ามนุษย์ และการแสวงประโยชน์” และชี้ว่า “อาชญากรรมไซเบอร์ สแกมออนไลน์ การค้ามนุษย์ การบังคับให้ก่ออาชญากรรม และการฟอกเงิน ต่างหล่อเลี้ยงกันและกัน” ที่ประชุมยังวางแผนหารือขยายความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายกับคู่เจรจาอย่างจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้
ด้านสำนักข่าว VietnamPlus รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ว่านาย Remulla เรียกร้องให้ประเทศสมาชิกปรับการรับมือให้ทันเครือข่ายอาชญากรรมที่ซับซ้อนขึ้น โดยชี้ว่าเทคโนโลยีทำให้กลุ่มอาชญากรขยายข้ามพรมแดนได้ง่าย และเน้นการแลกเปลี่ยนข่าวกรอง การควบคุมชายแดน และการประสานงานบังคับใช้กฎหมาย วาระอื่นได้แก่รายงานระดับภูมิภาคฉบับแรกของอาเซียนว่าด้วยการค้ามนุษย์ และการรับมือแนวคิดสุดโต่งที่ใช้ความรุนแรง
รายงานข่าวยังอ้างถึงความเคลื่อนไหวในภูมิภาค ได้แก่ศาลจีนตัดสินประหารชีวิตหัวหน้าแก๊ง 3 คนที่ดำเนินการแหล่งสแกมในเขตโกกั้งของเมียนมา ซึ่งเชื่อมโยงกับการฉ้อโกงทางโทรคมนาคมมูลค่ากว่า 1,800 ล้านดอลลาร์ ทั้งนี้รายงานสองแหล่งระบุวันประชุมต่างกันเล็กน้อย Arab News ระบุวันอังคารที่ 20 ตุลาคม ส่วน VietnamPlus ระบุวันที่ 21 ตุลาคม ซึ่งอาจสะท้อนว่าการประชุมมีหลายช่วง
ประเด็นที่ที่ประชุมหารือ
ประเด็นหลักคือการมองอาชญากรรมไซเบอร์ สแกมออนไลน์ และการค้ามนุษย์เป็นปัญหาเดียวกัน เพราะแหล่งสแกมในภูมิภาคมักใช้แรงงานที่ถูกหลอกหรือบังคับมาทำงาน ใช้ระบบฟอกเงินข้ามประเทศ และย้ายฐานได้เร็วเมื่อถูกปราบในประเทศหนึ่ง แผนปฏิบัติการปี 2569-2578 จึงเน้นความร่วมมือด้านการบังคับใช้กฎหมายที่ครอบคลุมหลายอาชญากรรมพร้อมกัน
อีกประเด็นคือการขยายความร่วมมือออกนอกอาเซียน ทั้งการหารือกับจีน ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้ และการเจรจาปฏิญญาร่วมว่าด้วยการค้ามนุษย์ การก่อการร้าย และอาชญากรรมไซเบอร์ ส่วนปฏิญญาคุ้มครองเด็กจากการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์ที่ครอบคลุมเนื้อหาที่สร้างด้วย AI สะท้อนว่าภูมิภาคเริ่มรับรู้ความเสี่ยงจากเทคโนโลยีใหม่ อย่างไรก็ตาม รายงานข่าวทั้งสองแหล่งยังบรรยายเป็นวาระและงานที่กำลังดำเนินการ ไม่ใช่มติที่รับรองแล้ว
ผลกระทบต่อไทย
ไทยเป็นทั้งประเทศที่ประชาชนตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์จำนวนมาก และเป็นทางผ่านของแรงงานที่ถูกหลอกไปแหล่งสแกมในเมียนมาและกัมพูชา ความร่วมมือระดับอาเซียนจึงกระทบไทยโดยตรง ทั้งด้านการติดตามเส้นทางเงิน การส่งตัวผู้ต้องหา และการช่วยเหลือเหยื่อค้ามนุษย์ ตัวเลขการบุกค้นในกัมพูชาและคำพิพากษาของศาลจีนต่อแก๊งในโกกั้ง สะท้อนว่าแรงกดดันต่อแหล่งสแกมตามแนวชายแดนไทยกำลังเพิ่มขึ้น ซึ่งอาจทำให้แก๊งย้ายฐานหรือเปลี่ยนรูปแบบการหลอกลวง
คำแนะนำ
- หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยงานไซเบอร์ไทยควรติดตามผลลัพธ์อย่างเป็นทางการของ AMMTC 20 และเตรียมใช้กลไกแลกเปลี่ยนข่าวกรองที่เกิดขึ้น
- สถาบันการเงินควรเพิ่มการเฝ้าระวังบัญชีม้าและเส้นทางเงินข้ามพรมแดนที่เชื่อมกับประเทศที่มีแหล่งสแกม
- องค์กรและประชาชนควรระวังการหลอกลวงรูปแบบใหม่เมื่อแก๊งย้ายฐาน เช่น การชวนลงทุน การแอบอ้างเจ้าหน้าที่รัฐ และประกาศรับสมัครงานต่างประเทศรายได้สูง
- หน่วยงานด้านแรงงานและการต่างประเทศควรเตือนผู้หางานให้ตรวจสอบงานต่างประเทศผ่านช่องทางทางการ เพื่อลดโอกาสถูกหลอกไปทำงานในแหล่งสแกม
