สรุปสั้น
ผู้ใช้ที่ใช้ชื่อ namelikenpc ตั้งกระทู้บนฟอรัมใต้ดินแห่งหนึ่งเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ภายใต้หัวข้อ “[TH] set.or.th – 200K users” และหัวเรื่อง “TSD Data Breach Incident” ประกาศขายข้อมูลนักลงทุนไทย 200,000 รายการ โดยอ้างว่าหลุดจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD บริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ข้อมูลที่อ้างอยู่ในรูปแบบ JSON ประกอบด้วยชื่อ-นามสกุลภาษาไทยและอังกฤษ รายละเอียดบัญชีธนาคาร ที่อยู่ วันเกิด และเบอร์โทรศัพท์บ้าน ที่ทำงาน และมือถือ ตั้งราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ (ราว 36,000 บาท) ชำระผ่านระบบตัวกลาง (escrow) และซ่อนตัวอย่างข้อมูลไว้ให้เห็นเฉพาะสมาชิกที่ตอบกระทู้
ยังไม่มีการยืนยันความถูกต้องของข้อมูล และยังไม่มีหลักฐานว่าเป็นชุดเดียวกับเหตุที่ TSD ยอมรับเมื่อปลายเดือนกรกฎาคม 2569 ซึ่งมีผู้เข้าถึงระบบ Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต กระทบนักลงทุนราว 200,000 รายจากกว่า 5 ล้านบัญชี (ดูโพสต์ 2026/07/289) แม้ตัวเลข 200,000 จะตรงกันพอดี ณ เวลาที่รายงาน ทั้งตลาดหลักทรัพย์และ TSD ยังไม่ได้ออกแถลงการณ์ใหม่เกี่ยวกับประกาศขายนี้ ความเสี่ยงหลักของนักลงทุนจึงอยู่ที่มิจฉาชีพนำข้อมูลส่วนตัวที่ถูกต้องไปแอบอ้างเป็นตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือธนาคาร
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ Siam Blockchain รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 อ้างภาพหน้าจอที่บัญชีข่าวกรองภัยคุกคาม DailyDarkWeb เผยแพร่บน X ในวันเดียวกัน ว่ามีผู้โจมตี “อ้างว่ากำลังขาย” ข้อมูลนักลงทุนไทยที่เชื่อมโยงกับ TSD บนฟอรัมใต้ดินที่ไม่ได้ระบุชื่อ ชื่อกระทู้อ้างถึงโดเมน set.or.th ของตลาดหลักทรัพย์ แต่หัวเรื่องระบุว่าเป็นเหตุข้อมูลรั่วของ TSD
ข้อมูลที่ผู้ขายอ้างครอบคลุมทั้งข้อมูลระบุตัวตนและข้อมูลการเงิน ได้แก่ ชื่อ-นามสกุลทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ รายละเอียดบัญชีธนาคารทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ ที่อยู่ วันเกิด และเบอร์โทรศัพท์ทั้งบ้าน ที่ทำงาน และมือถือ ผู้ขายตั้งราคา 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ และใช้ระบบ escrow ของฟอรัมเป็นตัวกลางชำระเงิน ซึ่งเป็นรูปแบบปกติของการซื้อขายข้อมูลบนฟอรัมใต้ดิน ส่วนตัวอย่างข้อมูลถูกซ่อนไว้ให้เห็นเฉพาะสมาชิกที่ตอบกระทู้
Siam Blockchain ระบุชัดว่ายังยืนยันความถูกต้องของไฟล์ไม่ได้ และไม่มีหลักฐานว่าเป็นชุดข้อมูลเดียวกับเหตุเมื่อเดือนกรกฎาคม ในเหตุครั้งนั้น ผู้บริหารของตลาดหลักทรัพย์และ TSD ระบุว่าปิดช่องโหว่แล้ว แจ้งความต่อกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และระบบหลังบ้านแยกจากระบบที่ถูกเข้าถึง พร้อมยืนยันว่าข้อมูลที่รั่วใช้โอนหุ้นออกจากบัญชีนักลงทุนโดยตรงไม่ได้
ความเชื่อมโยงกับเหตุเดือนกรกฎาคม
เมื่อวันที่ 26-28 กรกฎาคม 2569 TSD ยอมรับว่ามีการเข้าถึงระบบ Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต กระทบข้อมูลนักลงทุนราว 200,000 รายจากผู้ถือหุ้นกว่า 5 ล้านบัญชี เหตุนั้นยังถูกหยิบยกในรายงานของ The Nation เมื่อเดือนสิงหาคม ว่าเป็นหนึ่งในหลายเหตุข้อมูลภาครัฐและสาธารณูปโภคทางการเงินรั่วที่ทำให้วิกฤตความปลอดภัยไซเบอร์ของไทยหนักขึ้น ร่วมกับข้อมูลทะเบียนรถของกรมการขนส่งทางบก
การที่ตัวเลขในประกาศขายตรงกับจำนวนที่ TSD ยอมรับ ทำให้มีความเป็นไปได้สามแบบ คือเป็นข้อมูลชุดเดิมที่ถูกนำกลับมาขายต่อหลังผ่านไปสามเดือน เป็นข้อมูลจากเหตุใหม่ หรือเป็นการอ้างโดยอาศัยตัวเลขที่เป็นข่าวไปแล้วเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ ซึ่งพบได้บ่อยบนฟอรัมใต้ดิน ทั้งหมดนี้ยังสรุปไม่ได้จนกว่าจะมีผู้ตรวจตัวอย่างข้อมูลหรือ TSD ชี้แจง ประเด็นที่ควรจับตาคือข้อมูลบัญชีธนาคารที่ผู้ขายอ้าง ซึ่งหากเป็นจริง จะทำให้ข้อมูลชุดนี้มีมูลค่าสำหรับมิจฉาชีพมากกว่าข้อมูลติดต่อทั่วไป
ผลกระทบต่อไทย
นักลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ไทยคือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบโดยตรง ไม่ว่าข้อมูลจะเป็นชุดเดิมหรือชุดใหม่ การที่ข้อมูลถูกนำมาเสนอขายอีกครั้งในราคาเพียง 1,000 ดอลลาร์ หมายความว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์และมิจฉาชีพเข้าถึงได้ง่าย ชุดข้อมูลที่มีทั้งชื่อ เบอร์โทร วันเกิด ที่อยู่ และบัญชีธนาคาร เปิดทางให้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตลาดหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. ได้อย่างน่าเชื่อถือ เช่น หลอกว่าบัญชีหุ้นมีปัญหาต้องยืนยันตัวตน หรือชวนลงทุนในหุ้นปลอม
ในภาพใหญ่ เหตุนี้ต่อเนื่องจากกระแสข้อมูลของหน่วยงานไทยถูกนำไปซื้อขายใต้ดินตลอดปี 2569 และสะท้อนว่าข้อมูลที่หลุดไปแล้วครั้งหนึ่งจะวนกลับมาสร้างความเสี่ยงซ้ำได้เรื่อย ๆ การสื่อสารกับนักลงทุนจึงไม่ควรจบที่การแถลงข่าวครั้งแรก
คำแนะนำ
- นักลงทุนไม่ควรเชื่อสายโทรศัพท์ SMS อีเมล หรือข้อความ LINE ที่อ้างเป็นตลาดหลักทรัพย์ TSD บริษัทหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. แม้ผู้ติดต่อจะรู้ชื่อ วันเกิด หรือเลขบัญชีถูกต้อง และไม่ให้ OTP รหัสผ่าน หรือติดตั้งแอปตามคำขอ
- ตรวจสอบกลับผ่านช่องทางทางการที่หาเอง เช่น เว็บไซต์ของตลาดหลักทรัพย์หรือสายด่วนของบริษัทหลักทรัพย์ที่ใช้อยู่
- เปิดการแจ้งเตือนธุรกรรมของบัญชีหลักทรัพย์และบัญชีธนาคาร และตรวจรายการเคลื่อนไหวอย่างสม่ำเสมอ
- TSD และตลาดหลักทรัพย์ควรตรวจตัวอย่างข้อมูลที่ประกาศขายเพื่อยืนยันหรือปฏิเสธ และแจ้งนักลงทุนให้ชัดว่าข้อมูลชุดนี้เกี่ยวข้องกับเหตุเดือนกรกฎาคมหรือไม่
- องค์กรการเงินควรเฝ้าระวังฟอรัมใต้ดินและบัญชีข่าวกรองภัยคุกคามสำหรับชื่อแบรนด์และโดเมนของตน และเตรียมขั้นตอนสื่อสารกับลูกค้าเมื่อข้อมูลเดิมถูกนำกลับมาขายซ้ำ
