สรุปสั้น

ดาวเทียม Kosmos 2612 (หรือ Cosmos 2612) ของรัสเซียเคลื่อนเข้าประชิด ICEYE-X36 ดาวเทียมเรดาร์ถ่ายภาพโลกเชิงพาณิชย์ที่อยู่ภายใต้บริษัทลูกในสหรัฐฯ ของบริษัท ICEYE ระหว่างวันที่ 15 ถึง 19 ตุลาคม 2569 โดยลดระยะห่างจากราว 350 กิโลเมตรเหลือไม่ถึง 5 กิโลเมตรภายในเช้าวันที่ 16 ตุลาคม แล้วอยู่ใกล้ ๆ พร้อมปรับวงโคจรเล็กน้อยตลอดสุดสัปดาห์ก่อนเริ่มถอยออกในวันจันทร์ ระยะใกล้สุดยังไม่มีใครฟันธงได้ บริษัท LeoLabs ผู้ให้บริการติดตามวัตถุในวงโคจรประเมินว่าราว 500 เมตร ขณะที่ Space.com รายงานว่าอาจห่างกันเพียงไม่กี่เมตร และ The War Zone อ่านข้อมูลติดตามสาธารณะได้ราว 26 เมตร

ประเด็นที่ทำให้เหตุนี้ถูกจับตาคือเป้าหมาย บริษัท ICEYE ส่งภาพเรดาร์ให้ยูเครน และเพิ่งเซ็นสัญญากับกระทรวงกลาโหมยูเครนเมื่อเดือนมกราคม แต่เจ้าหน้าที่ยูเครนยังยืนยันไม่ได้ว่า ICEYE-X36 ดวงนี้ถูกใช้กับยูเครนหรือไม่ LeoLabs ระบุว่าพฤติกรรมตรงกับการปฏิบัติการเข้าประชิด (rendezvous and proximity operations) และแม้ยังไม่ยืนยันเจตนาร้าย แต่แสดงขีดความสามารถที่ใช้สอดแนม ตรวจสอบดาวเทียมเป้าหมาย ข่มขู่ รบกวนสัญญาณ หรือเตรียมปฏิบัติการต่อต้านในอวกาศได้ ส่วนรัสเซียยังไม่ให้ความเห็น

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ Security Affairs รายงานเมื่อวันที่ 20 ตุลาคม 2569 ว่าดาวเทียม Kosmos 2612 ที่รัสเซียผลิตเข้าใกล้ ICEYE-X36 ในสัปดาห์ก่อนหน้า โดยอ้างรายงานของ CNN ว่าอาจเข้าใกล้ไม่ถึง 1 ไมล์ ยังไม่ชัดว่ารัสเซียต้องการอะไรจากการเข้าใกล้ครั้งนี้ LeoLabs ระบุว่า “แม้เจตนายังไม่แน่ชัด แต่พฤติกรรมนี้สมควรเฝ้าติดตามต่อเนื่อง” ส่วนนาย Jonathan McDowell นักฟิสิกส์ดาราศาสตร์ ชี้ว่านี่อาจเป็นกรณีแรกที่รู้กันว่ายานอวกาศลำหนึ่งเข้าใกล้อีกลำโดยไม่ได้รับอนุญาต ซึ่งต่างจากการเชื่อมต่อยาน (docking) ที่ทั้งสองฝ่ายตั้งใจ

เหตุการณ์ก่อตัวมาหลายเดือน รายงานเดือนมิถุนายนของ Royal United Services Institute (RUSI) ระบุว่าในเดือนพฤษภาคม ดาวเทียมที่รัสเซียควบคุม 4 ดวงปรับวงโคจรให้สอดคล้องกับ ICEYE-X36 แล้ว และ The War Zone รายงานว่า Kosmos 2612 เป็นหนึ่งในดาวเทียม 6 ดวงที่ปล่อยพร้อมกันเมื่อวันที่ 17 เมษายน การเปลี่ยนวงโคจรให้ตามแนวยานอีกลำต้องใช้เชื้อเพลิงมาก จึงไม่ใช่การตัดสินใจที่ทำกันง่าย ๆ และสะท้อนว่ารัสเซียให้ความสนใจกับดาวเทียมดวงนี้อย่างจริงจัง

ระยะใกล้สุดยังเป็นที่ถกเถียง LeoLabs ระบุว่าบางช่วงเข้าใกล้ราว 500 เมตร แต่เตือนว่าการปรับวงโคจรซ้ำหลายครั้งและมุมติดตามที่ไม่เอื้อทำให้ค่าประมาณระยะห่างไม่แน่นอน บริษัท ICEYE ให้ความเห็นสั้น ๆ ว่ารับทราบ กำลังติดตามใกล้ชิด และออกแบบกลุ่มดาวเทียมให้ทำงานต่อเนื่องและทนทาน ขณะที่ CNN สอบถามกระทรวงกลาโหมรัสเซียและ Roscosmos แล้ว ข้อสังเกตอีกข้อคือเหตุนี้ถูกเปิดเผยโดยบริษัทเอกชนและผู้สังเกตการณ์อิสระ ไม่ใช่กองทัพอวกาศสหรัฐฯ (US Space Force) แม้ก่อนหน้านี้ US Space Force เคยกล่าวถึงดาวเทียมรัสเซียที่วางตัวใกล้ดาวเทียมเรดาร์เชิงพาณิชย์ของตะวันตกที่ยูเครนใช้ข่าวกรองภาพแล้วก็ตาม

รายละเอียดเหตุการณ์

ICEYE ให้บริการดาวเทียมเรดาร์ราว 80 ดวงที่ถ่ายภาพพื้นโลกทะลุเมฆได้ทั้งกลางวันและกลางคืน ICEYE-X36 เป็นของบริษัทลูกในสหรัฐฯ และอย่างน้อยดาวเทียมบางดวงของ ICEYE ส่งภาพให้ยูเครน โดยสัญญาที่เซ็นเมื่อเดือนมกราคมระบุว่าช่วยให้กระทรวงกลาโหมยูเครนรับรู้สถานการณ์ได้ต่อเนื่องในกรอบเวลาระดับยุทธวิธี เจ้าหน้าที่ยูเครนรายหนึ่งบอก Axios ว่ากองทัพทำงานร่วมกับ ICEYE แต่บอกไม่ได้ว่าดาวเทียมดวงนี้เกี่ยวข้องหรือไม่

การเข้าประชิดดาวเทียมของประเทศอื่นไม่ใช่เรื่องใหม่ ทั้งรัสเซีย สหรัฐฯ และจีนเคยทำมาแล้ว แต่ส่วนใหญ่อยู่ในวงโคจรค้างฟ้า (geostationary orbit) ขณะที่ Kosmos 2612 ทำงานในวงโคจรต่ำ (low Earth orbit) ซึ่งเท่าที่รู้สาธารณะมีเพียงรัสเซียที่เคยทำ นางสาว Victoria Samson จาก Secure World Foundation ยกกรณีก่อนหน้า 2 กรณี คือปี 2563 Kosmos 2543 เข้าใกล้ USA 245 ราว 30 กิโลเมตร และปี 2565 Kosmos 2558 เข้าใกล้ USA 326 ราว 70 กิโลเมตร ทั้งสองเป้าเป็นดาวเทียมสอดแนมลับของ National Reconnaissance Office ส่วน ICEYE-X36 เป็นดาวเทียมของเอกชน และครั้งนี้เข้าใกล้กว่าเดิมมาก

ด้านกฎหมาย นาย Aaron Brynildson อาจารย์กฎหมายอวกาศ บอก Axios ว่าไม่มีข้อกำหนดตายตัวว่าดาวเทียมเข้าใกล้กันได้แค่ไหน แต่โดยทั่วไปประเทศต่าง ๆ จะเลี่ยงการเข้าใกล้ดาวเทียมดวงอื่นในระยะไม่ถึง 6 ไมล์ ส่วนเหตุผลของรัสเซีย นางสาว Samson ชี้ว่าอาจต้องการเรียนรู้ขีดความสามารถของดาวเทียมและสิ่งที่มันเฝ้าดู หรืออาจรบกวนเซนเซอร์หรือการสื่อสาร แต่เธอเอนไปทางการแสดงแสนยานุภาพ เพราะสงครามอยู่ในภาวะชะงักงันมาราว 6 เดือน และยูเครนสู้รัสเซียได้ในเรื่องโดรนแต่ไม่ใช่ในอวกาศ รายงาน RUSI ระบุทางเลือกตรงกว่านั้น ได้แก่การข่มขู่หรือรบกวนด้วยการแจมสัญญาณ (jamming) และชี้ว่าทางเลือกในการปกป้องดาวเทียม ICEYE มีจำกัด

ผลกระทบ

เหตุนี้สะท้อนว่าโครงสร้างพื้นฐานอวกาศของเอกชนกำลังกลายเป็นเป้าในความขัดแย้งระหว่างรัฐโดยตรง เมื่อดาวเทียมเชิงพาณิชย์ส่งข่าวกรองภาพให้ฝ่ายหนึ่งในสงคราม ผู้ให้บริการก็ถูกมองเป็นส่วนหนึ่งของสนามรบ ขีดความสามารถที่ LeoLabs ระบุ ทั้งการสอดแนม การตรวจสอบดาวเทียมเป้าหมาย และการรบกวนสัญญาณ ล้วนกระทบความพร้อมใช้งานและความถูกต้องของข้อมูลที่ลูกค้าพึ่งพา และบริษัทเอกชนมีเครื่องมือป้องกันตัวน้อยกว่าดาวเทียมทางทหารมาก

อีกด้านคือช่องว่างด้านความโปร่งใส ข้อมูลเหตุนี้มาจากบริษัทติดตามวงโคจรและนักวิเคราะห์อิสระ ไม่ใช่หน่วยงานรัฐ และตัวเลขระยะใกล้สุดยังต่างกันตั้งแต่หลายร้อยเมตรถึงไม่กี่เมตร การที่ยังไม่มีบรรทัดฐานทางกฎหมายว่าเข้าใกล้ได้แค่ไหน ทำให้พฤติกรรมแบบนี้อยู่ในพื้นที่สีเทาที่ตอบโต้ได้ยาก

คำแนะนำ

  • ผู้ให้บริการดาวเทียมเชิงพาณิชย์ที่ส่งข้อมูลให้หน่วยงานความมั่นคง ควรประเมินความเสี่ยงต่อการปฏิบัติการในอวกาศของรัฐ (counterspace) รวมถึงการแจมและการรบกวนเซนเซอร์ ไว้ในแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจ
  • ออกแบบกลุ่มดาวเทียมและสถานีภาคพื้นดินให้มีความซ้ำซ้อน เพื่อให้บริการต่อได้แม้ดาวเทียมบางดวงถูกรบกวน
  • เฝ้าติดตามวงโคจรด้วยข้อมูลจากผู้ให้บริการติดตามอิสระควบคู่ข้อมูลรัฐ และตั้งเกณฑ์แจ้งเตือนเมื่อวัตถุแปลกปลอมปรับวงโคจรเข้าหา
  • องค์กรที่พึ่งพาภาพดาวเทียมหรือการสื่อสารผ่านดาวเทียมในงานสำคัญ ควรมีแหล่งข้อมูลสำรองจากผู้ให้บริการหลายราย และทดสอบการสลับใช้งานจริง

แหล่งอ้างอิง