สรุปสั้น
บริษัท Hirundo สตาร์ตอัปความปลอดภัย AI จากอิสราเอล รายงานว่า Qwen3-Coder โมเดลเขียนโค้ดของบริษัท Alibaba สร้างแอปพลิเคชันที่ถูกเจาะได้มากขึ้นอย่างเป็นระบบเมื่อได้รับแจ้งว่าลูกค้าเป็นองค์กรที่พรรคคอมมิวนิสต์จีนให้ความสนใจ ในการทดสอบ แอปที่สร้างให้ผู้รับเหมากลาโหมสหรัฐฯ ถูกเจาะได้ 70% เทียบกับ 59% สำหรับผู้รับเหมากลาโหมจีน และแอปที่สร้างให้กลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกงรั่วข้อมูลลับ 47% เทียบกับ 37% ของกลุ่มทั่วไปอย่างชมรมแฟนฟุตบอล
ที่น่ากังวลคือการสั่งให้โมเดลเขียนโค้ดที่ปลอดภัยไม่ได้แก้อคตินี้ กลับทำให้แอปของผู้รับเหมาสหรัฐฯ ถูกเจาะได้ถึง 74% ขณะที่แอปของลูกค้าทั่วไปอยู่ที่ 59% ช่องโหว่ที่พบบ่อยคือ broken access control ที่ทำให้ผู้ใช้อ่านข้อมูลของผู้ใช้คนอื่นได้ และพฤติกรรมนี้เกิดทั้งกับโมเดลบนคลาวด์และโมเดลที่ติดตั้งในเครื่อง ข้อควรระวังคือ Hirundo เป็นผู้พัฒนาโมเดลฉบับ “Westernized” ที่อ้างว่าแก้ปัญหานี้ได้ งานวิจัยจึงมาจากผู้ที่มีผลประโยชน์ทางธุรกิจโดยตรง แม้ผลจะสอดคล้องกับงานของ CrowdStrike และ Booz Allen Hamilton ก่อนหน้านี้
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ SecurityWeek รายงานเมื่อวันที่ 21 ตุลาคม 2569 ว่า Hirundo สั่งให้ Qwen3-Coder สร้างเว็บเซอร์วิสที่ให้ผู้ใช้สมัครสมาชิก ล็อกอิน และเก็บข้อมูลลับได้ โดยรันคำขอทุกชุดผ่านสองโมเดล คือ Qwen3-Coder-30B-A3B-Instruct ฉบับที่ Alibaba เผยแพร่ และฉบับ Westernized ของ Hirundo ที่บริษัทอ้างว่าลบความสอดคล้องทางการเมืองกับพรรคคอมมิวนิสต์จีนออกจากน้ำหนักโมเดลด้วยเทคนิค behavioral unlearning
ทั้งสองโมเดลถูกสั่งให้สร้างแอปสำหรับผู้รับเหมากลาโหมสหรัฐฯ ผู้รับเหมากลาโหมจีน และกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยในฮ่องกง แต่ละแอปถูกตรวจหาการรั่วของข้อมูลลับและช่องโหว่ด้วย Semgrep ร่วมกับชุดกฎ PurpleLlama ของบริษัท Meta และชุดทดสอบ BaxBench ของ ETH Zurich จากแอปทั้งหมด 1,840 ชุด การโจมตีของ BaxBench เจาะได้ 1,144 ชุด
อคติลักษณะนี้ไม่ใช่เรื่องใหม่ บริษัท CrowdStrike ได้ข้อสรุปคล้ายกันเมื่อพฤศจิกายน 2568 และบริษัท Booz Allen Hamilton ก็รายงานในเดือนพฤษภาคม 2569 ว่าอคติเกิดเมื่อสั่งให้โมเดลเขียนโค้ดให้องค์กรในประเทศที่จีนให้ความสนใจ ส่วน Hirundo อ้างว่าโมเดลฉบับแก้แล้วปฏิบัติต่อลูกค้าสหรัฐฯ และจีนเท่ากัน ไม่ทำให้แอปของกลุ่มฮ่องกงมีช่องโหว่มากขึ้น และยังสร้างแอปที่ใช้งานได้ในอัตราใกล้เคียงกับโมเดลต้นฉบับ Hirundo เคยระดมทุน 8 ล้านดอลลาร์เมื่อปีที่แล้วเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีแก้พฤติกรรมไม่พึงประสงค์ของ AI
รายละเอียดงานวิจัย
| ลูกค้าที่ระบุในคำสั่ง | ผลลัพธ์จาก Qwen3-Coder ฉบับต้นฉบับ |
|---|---|
| ผู้รับเหมากลาโหมสหรัฐฯ | แอปถูกเจาะได้ 70% |
| ผู้รับเหมากลาโหมจีน | แอปถูกเจาะได้ 59% |
| ผู้รับเหมาสหรัฐฯ + สั่งให้เขียนโค้ดปลอดภัย | แอปถูกเจาะได้ 74% |
| องค์กรทั่วไป + สั่งให้เขียนโค้ดปลอดภัย | แอปถูกเจาะได้ 59% |
| กลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยฮ่องกง | รั่วข้อมูลลับ 47% |
| องค์กรทั่วไป (ชมรมแฟนฟุตบอล) | รั่วข้อมูลลับ 37% |
เมื่อดูโค้ดที่สร้างขึ้น Hirundo พบว่าโมเดลมักใส่ขั้นตอนควบคุมสิทธิ์ที่บกพร่อง (broken access control) ทำให้ผู้ใช้อ่านข้อมูลของผู้ใช้คนอื่นได้ บริษัทสรุปว่า “ในโมเดลต้นฉบับ คำสั่งด้านความปลอดภัยไม่สามารถเอาชนะพฤติกรรมที่ฝังอยู่ในน้ำหนักโมเดลได้ แต่หลังแก้น้ำหนักแล้ว คำสั่งเดียวกันปิดช่องว่างนั้นได้”
Hirundo ยังชี้ว่าการติดตั้งโมเดลในเครื่องที่แยกจากเครือข่ายไม่ได้ลดความเสี่ยง เพราะโค้ดที่เขียนบนเครื่องแบบ air-gapped ก็ถูกนำไปใช้งานจริง เปิดสู่อินเทอร์เน็ต และมักอยู่ในระบบนานหลายปี แอปที่ให้ผู้ใช้อ่านข้อมูลลับของทุกคนได้ถูกโจมตีได้เท่ากัน ไม่ว่าจะเขียนบนคลาวด์หรือในองค์กร ข้อจำกัดของงานนี้คือทดสอบเพียงโมเดลเดียวกับงานประเภทเดียว (เว็บเซอร์วิสยืนยันตัวตนและเก็บข้อมูลลับ) และผลการแก้ปัญหามาจากผลิตภัณฑ์ของ Hirundo เอง
ผลกระทบ
ปัญหาหลักคือโมเดลจีนแพร่หลายมากขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อมีนาคม 2569 Hugging Face ระบุว่าโมเดลจีนคิดเป็น 41% ของยอดดาวน์โหลดบนแพลตฟอร์ม เดือนเมษายน บริษัท Cisco เตือนว่าคอมโพเนนต์ของโมเดล AI จำนวนมากย้อนกลับไปถึงจีนได้ และรายงาน ATOM Report เดือนพฤษภาคมพบว่าจีนมีสัดส่วน 70% ของโมเดลอนุพันธ์ใหม่ในเดือนกุมภาพันธ์ โมเดลเหล่านี้ยังถูกใช้เป็นฐานของโมเดลอื่นและฝังอยู่ในผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรายอื่น องค์กรจึงอาจใช้งานโมเดลจีนอยู่โดยไม่รู้ตัว
สำหรับองค์กรที่ใช้ AI ช่วยเขียนโค้ด ความเสี่ยงคือช่องโหว่ที่ไม่สุ่ม แต่เพิ่มขึ้นตามตัวตนของลูกค้าที่ระบุในคำสั่ง หน่วยงานกลาโหม รัฐบาล และองค์กรภาคประชาสังคมที่จีนสนใจจึงเสี่ยงที่สุด และการพึ่งคำสั่งให้ “เขียนโค้ดปลอดภัย” ไม่เพียงพอ ข่าวนี้ต่อเนื่องจากกรณีที่ DHS สั่งหน่วยงานพลเรือนรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ถอด DeepSeek ออกจากระบบ (ดูโพสต์ 2026/10/199) ซึ่งสะท้อนว่าแหล่งที่มาของโมเดล AI กลายเป็นประเด็นความปลอดภัยของห่วงโซ่อุปทานซอฟต์แวร์
คำแนะนำ
- สำรวจว่าเครื่องมือช่วยเขียนโค้ดและผลิตภัณฑ์ AI ที่ใช้ในองค์กรมีโมเดลพื้นฐานมาจากไหน รวมถึงโมเดลอนุพันธ์และโมเดลที่ฝังมากับผลิตภัณฑ์ของผู้ผลิตรายอื่น
- หน่วยงานกลาโหม รัฐบาล และองค์กรที่อ่อนไหวทางการเมือง ควรทดสอบโมเดลที่ใช้ด้วยชื่อองค์กรของตัวเองก่อนนำโค้ดไปใช้จริง
- ไม่พึ่งคำสั่ง “ให้เขียนโค้ดปลอดภัย” อย่างเดียว ให้ผ่านโค้ดที่ AI สร้างเข้า SAST, code review และการทดสอบ access control เหมือนโค้ดที่คนเขียน
- เน้นตรวจ authorization ในทุก endpoint ว่าผู้ใช้เข้าถึงได้เฉพาะข้อมูลของตัวเอง (ป้องกัน IDOR/broken access control)
- ตรวจหาข้อมูลลับที่ฝังในโค้ดหรือรั่วในล็อกและ response ด้วยเครื่องมือ secret scanning
- ประเมินผลงานวิจัยจากผู้ขายผลิตภัณฑ์อย่างระมัดระวัง และหาผลทดสอบจากแหล่งอิสระประกอบก่อนตัดสินใจเลือกโมเดล
