สรุปสั้น

นักวิจัยจากบริษัทความปลอดภัย Calif สาธิต jailbreak แบบ untethered ที่ใช้งานได้จริงบน iOS 27.0.1 ใน iPhone 18 Pro ซึ่งเป็นรุ่นใหม่ล่าสุดของ Apple การสาธิตสดเกิดขึ้นที่งาน Hexacon 2026 งานประชุมด้านความปลอดภัยเชิงรุกที่บริษัท Synacktiv จัดในกรุงปารีสเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 นับเป็นหนึ่งในสัญญาณสาธารณะแรก ๆ ว่าโทรศัพท์และซอฟต์แวร์รุ่นล่าสุดของ Apple ถูกเปิดเข้าถึงได้เต็มรูปแบบแล้ว เพียงไม่กี่สัปดาห์หลังถึงมือผู้ใช้

“untethered” หมายความว่า jailbreak คงอยู่ได้แม้รีบูตเครื่องเต็มรูปแบบโดยไม่ต้องต่อคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นประเภทที่สร้างได้ยากและหายากที่สุดบน iPhone ยุคใหม่ ทีมวิจัยยังไม่เปิดเผยว่าใช้ช่องโหว่ใด และไม่มีเครื่องมือเผยแพร่สู่สาธารณะ ความเสี่ยงต่อผู้ใช้ทั่วไปจึงยังต่ำในตอนนี้ แต่บริษัทผลิตสปายแวร์มักใช้ห่วงโซ่ช่องโหว่ประเภทเดียวกัน

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ Cyber Security News รายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า บนเวทีนักวิจัยรีสตาร์ต iPhone 18 Pro เครื่องบูตขึ้นโลโก้ Apple เข้าหน้าล็อก และปลดล็อกด้วยรหัสผ่าน จากนั้น jailbreak ก็กลับมาทำงานเองโดยไม่ต้องเชื่อมต่อคอมพิวเตอร์

ทีมงานเชื่อมต่อเข้าเครื่องผ่าน SSH ที่พอร์ต 2222 และล็อกอินเป็น root คำสั่ง id คืนค่า uid=0 ยืนยันสิทธิ์ root เต็มรูปแบบ ผลของ uname แสดง Darwin Kernel 27.0.0 บน XNU 13432.2.10 สำหรับชิป T8160 รุ่นเครื่อง iPhone19,2 คำสั่ง sw_vers ยืนยัน iOS 27.0.1 build 24A446 และ neofetch แสดงแพ็กเกจที่ติดตั้งผ่าน dpkg 67 แพ็กเกจ โดยเครื่องเพิ่งเปิดมาได้เพียงสองนาที

Apple ออก iOS 27 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2569 พร้อมแก้ช่องโหว่กว่า 120 รายการ ในจำนวนนี้ 20 รายการอยู่ในเคอร์เนล ตามบันทึกความปลอดภัยอย่างเป็นทางการ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการอัปเดตที่แก้ช่องโหว่รวม 273 รายการในอุปกรณ์ Apple ทั้งหมด

วิธีการโจมตี

Calif ยังไม่เปิดเผยรายละเอียดช่องโหว่ แต่การได้ root บน iPhone รุ่นปัจจุบันโดยทั่วไปต้องเชื่อมช่องโหว่หลายตัวเป็นห่วงโซ่ ได้แก่ การหลุดออกจาก sandbox ของแอป การยึดเคอร์เนล และการข้ามกลไกป้องกันที่อาศัยฮาร์ดแวร์ เช่น Pointer Authentication Codes (PAC) การรักษาสิทธิ์ไว้หลังรีบูตยากยิ่งกว่า เพราะ Apple ตรวจสอบโค้ดที่รันตอนเริ่มระบบ ห่วงโซ่ที่ทำ untethered ได้จึงต้องมีช่องทางข้ามการตรวจสอบตอนบูตด้วย

ผลกระทบ

ในระยะสั้น ผู้ใช้ทั่วไปยังไม่ตกอยู่ในความเสี่ยงโดยตรง เพราะวิธีการไม่เป็นสาธารณะ แต่การสาธิตนี้ยืนยันว่ามีห่วงโซ่ช่องโหว่ที่ใช้ได้จริงกับ iOS รุ่นล่าสุดบนฮาร์ดแวร์ล่าสุด และคงอยู่ได้หลังรีบูต ซึ่งเป็นความสามารถที่ผู้ผลิตสปายแวร์เชิงพาณิชย์ต้องการมาก หากผู้อื่นค้นพบช่องโหว่ชุดเดียวกันโดยอิสระ หรือช่องโหว่หลุดสู่ตลาดเอ็กซ์พลอยต์ บุคคลเป้าหมายสูง เช่น นักข่าว นักการเมือง และผู้บริหาร จะเสี่ยงที่สุด สำหรับองค์กรที่ใช้ MDM การที่อุปกรณ์ถูก jailbreak ได้แบบถาวรยังลดความน่าเชื่อถือของการตรวจสถานะอุปกรณ์ด้วย

คำแนะนำ

  • ติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยถัดไปของ Apple ทันทีที่ออก และเปิดการอัปเดตอัตโนมัติ
  • บุคคลเป้าหมายสูงควรพิจารณาเปิด Lockdown Mode เพื่อลดพื้นที่โจมตี
  • องค์กรที่ใช้ MDM ควรตั้งนโยบายกำหนดเวอร์ชัน iOS ขั้นต่ำ และเฝ้าระวังสัญญาณ jailbreak เช่น บริการ SSH ที่ไม่ควรมีหรือแพ็กเกจที่ไม่รู้จัก
  • รีบูตอุปกรณ์เป็นระยะยังช่วยลดความเสี่ยงจากเอ็กซ์พลอยต์ที่คงอยู่ไม่ได้ แต่ไม่ช่วยกับห่วงโซ่แบบ untethered จึงควรถือการอัปเดตเป็นมาตรการหลัก

แหล่งอ้างอิง