สรุปสั้น

ทีม Unit 42 ของบริษัท Palo Alto Networks เปิดเผยมัลแวร์ตัวใหม่ชื่อ PEERSTITCH ซึ่งเป็นไบนารี ARM64 ที่ทำงานอยู่ในหน่วยความจำของไฟร์วอลล์ FortiGate กลุ่มผู้โจมตีที่สงสัยว่าเป็นกลุ่มระดับสูงซึ่ง Unit 42 ติดตามในชื่อ CL-STA-0954 (หรือ UNC5820) ติดตั้งมัลแวร์นี้ผ่านช่องโหว่ CVE-2025-61624 ใน FortiOS PEERSTITCH ไม่ทิ้งไบนารีถาวรบนดิสก์ ไม่เปิดพอร์ตรอรับการเชื่อมต่อ และไม่เริ่มการเชื่อมต่อออกไปเอง แต่สื่อสารผ่านทราฟฟิกที่โพรเซสปกติของเครื่องสร้างขึ้น จึงตรวจจับได้ยากทั้งจากฝั่ง endpoint และเครือข่าย

กลไกหลักคือการฮุกเดมอน miglogd และ iked ของ FortiOS เพื่อสร้างสะพานสื่อสารลับในหน่วยความจำ เมื่อ VPN session ใดติดแท็กที่กำหนด FortiOS จะเลือกเส้นทางทำงานสำรองที่ข้ามการตรวจสอบความปลอดภัยตามปกติ การบุกรุกทั้งหมดเริ่มต้นตั้งแต่กันยายน 2567 ที่ผู้ให้บริการ managed service ด้านโทรคมนาคมรายหนึ่ง ผ่านช่องโหว่ FortiJump (CVE-2024-47575) บน FortiManager ซึ่งเปิดทางให้ผู้โจมตีขโมยคอนฟิกและข้อมูลของไฟร์วอลล์ FortiGate ที่อยู่ภายใต้การจัดการกว่า 500 เครื่อง

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ The Hacker News รายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่า หลังยึด FortiManager ได้ ผู้โจมตีขโมยไฟล์บีบอัดที่มีคอนฟิกที่กำลังใช้งาน วัสดุเข้ารหัส และฐานข้อมูลของ FortiGate ที่จัดการอยู่กว่า 500 เครื่อง ได้แก่

PEERSTITCH malware deployed via FortiOS flaw bypasses VPN checks
  • หมายเลขเครื่องของ FortiManager และความสัมพันธ์การจัดการกับอุปกรณ์ทุกตัวที่ลงทะเบียน
  • ไฟล์คอนฟิกของ FortiGate กว่า 500 เครื่อง ทั้งโครงสร้างภายในและเครือข่ายลูกค้า
  • ฐานข้อมูล SQLite ของระบบจัดการส่วนกลาง และรายการหมายเลขเครื่อง FortiGate กว่า 500 เครื่องพร้อม IP สาธารณะ
  • แผนผังเครือข่าย ตารางเส้นทาง และคอนฟิกอินเทอร์เฟซ
  • รหัสผ่านผู้ดูแล บัญชีภายใน และบัญชี SSL VPN ในรูปแบบเข้ารหัส รวมถึงใบรับรองและกุญแจส่วนตัว

ข้อมูลเหล่านี้ถูกใช้สำรวจเครือข่าย ตั้งช่องทางเข้าระยะยาว ดักทราฟฟิก เปิด SSL VPN session ที่ไม่ได้รับอนุญาตเข้าไฟร์วอลล์ขอบเครือข่าย ติดตั้งแบ็กดอร์ และใช้ช่องโหว่ยกระดับสิทธิ์ CVE-2025-61624 ติดตั้ง PEERSTITCH ผู้โจมตียังปลอมตัวเป็นแพลตฟอร์ม FortiManager เพื่อดึงข้อมูลจากไฟร์วอลล์ของโฮสต์อื่นในเครือข่ายเป้าหมาย และตั้งช่องทาง C2 แยกต่างหากผ่านโมดูล Apache mod_md ที่มากับ FortiGate เพื่อเปิด reverse shell ผ่าน SSH

Unit 42 สงสัยว่าผู้โจมตีอาจใช้ CVE-2024-26009 และ CVE-2024-26008 ร่วมด้วย แต่ระบุว่าการโจมตีช่องโหว่ทั้งสองต้องให้อุปกรณ์ลงทะเบียน FortiGate Cloud/FortiCloud SSO ซึ่งไฟร์วอลล์ที่ได้รับผลกระทบไม่มีเครื่องใดใช้ กลุ่มนี้ยังลบร่องรอยทางนิติวิทยาศาสตร์อย่างเป็นระบบ ทั้งหยุดการสร้าง syslog ล้าง crash log รบกวน telemetry และลบบัญชีผู้ดูแลปลอมกับ auto-script หลังใช้งาน

เว็บไซต์ SecurityWeek รายงานเพิ่มเติมเมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2569 ว่า หน่วยงาน CISA ของสหรัฐฯ เพิ่ม CVE-2025-61624 เข้าบัญชี Known Exploited Vulnerabilities (KEV) แล้วเมื่อวันศุกร์ที่ 16 ตุลาคม 2569 และสั่งให้หน่วยงานรัฐบาลกลางแพตช์ทันที โดย Fortinet เองระบุตั้งแต่ตอนเปิดเผยช่องโหว่ว่าถูกใช้โจมตีแบบ zero-day แล้ว รายงานยังสรุปว่าผู้โจมตีใช้ตัวตนของ FortiManager สั่งงานไฟร์วอลล์ผ่านโปรโตคอล FortiGate-to-FortiManager (FGFM) จากโครงสร้างพื้นฐานภายนอก ด้วยวิธีใดวิธีหนึ่ง คือตัด session ของ FortiManager ตัวจริงผ่าน CVE-2024-26008 หรือใช้ความลับที่ขโมยไปยืนยันตัวตนเป็น FortiManager ที่ถูกต้อง ก่อนหน้านี้บริษัท Mandiant เคยเตือนว่ากลุ่ม UNC5820 ใช้ FortiJump โจมตีมาตั้งแต่อย่างน้อยมิถุนายน 2567 ก่อนแพตช์ออกเมื่อตุลาคม 2567

วิธีการโจมตี

CVE-2025-61624 (CVSS 5.4) เป็นช่องโหว่ path traversal ในตัวแปลคำสั่ง CLI ของ FortiOS, FortiPAM, FortiProxy และ FortiSwitchManager ที่เปิดให้ผู้โจมตีที่มีสิทธิ์อยู่แล้วเขียนหรือลบไฟล์ใด ๆ ได้ผ่านอาร์กิวเมนต์ที่สร้างขึ้นเฉพาะ Fortinet แพตช์แล้วเมื่อเมษายน 2569

PEERSTITCH เป็นไฟล์ ELF ARM64 เขียนด้วยภาษา C มี auto-script ดาวน์โหลดส่วนประกอบ 5 ไฟล์จาก 23.240.77[.]233:8085 ได้แก่ pM.js (เตรียมสภาพแวดล้อมแล้วลบตัวเอง) a.js บันทึกเป็น index.js (โมดูลรันไทม์ Emscripten) a.wasm บันทึกเป็น index.wasm b.js บันทึกเป็น ipssem.js (ตัวควบคุมการติดตั้ง) และ dd บันทึกเป็น lldprx (ตัวฉีดโค้ดซึ่งเป็นแกนของ PEERSTITCH)

หลังหน่วงเวลา ipssem.js จะสั่งรัน lldprx ซึ่งค้นหาโพรเซส /bin/miglogd และ /bin/iked อ่านเลย์เอาต์หน่วยความจำ เกาะโพรเซสด้วย ptrace หยุดด้วย PTRACE_INTERRUPT จองหน่วยความจำที่รันได้ เขียนโค้ดอันตรายลงไป แล้วเปลี่ยนเส้นทางการทำงานผ่านโค้ดนั้น ฮุกใน miglogd จะมองหาเครื่องหมายในข้อมูลที่ไหลผ่าน คือพอร์ต TCP 8550 (ฝังอยู่ในข้อมูล ไม่ใช่พอร์ตที่เปิดรอ) และ IP 169.254.0.1 (link-local ใช้จับรูปแบบ) เมื่อพบจะส่ง session token ให้ iked ซึ่งเมื่อเจอ VPN session ที่มีแท็กนั้นก็จะข้ามการตรวจสอบความปลอดภัยของ FortiOS

ผลกระทบ

กรณีนี้แสดงให้เห็นว่าระบบจัดการอุปกรณ์ขอบเครือข่ายแบบรวมศูนย์อย่าง FortiManager เป็นเป้าที่คุ้มค่ามาก เพราะยึดได้จุดเดียวก็ได้ข้อมูลของไฟร์วอลล์ปลายทางหลายร้อยเครื่อง ทั้งของผู้ให้บริการเองและลูกค้า สำหรับ MSP หรือผู้ให้บริการโทรคมนาคมที่จัดการไฟร์วอลล์ให้ลูกค้าจำนวนมาก ความเสียหายจึงลามเป็นห่วงโซ่อุปทาน

PEERSTITCH ยังสะท้อนความก้าวหน้าของมัลแวร์บนอุปกรณ์ edge ที่ไม่ทิ้งไฟล์ ไม่เปิดพอร์ต และแฝงในโพรเซสปกติ เครื่องมือตรวจจับทั่วไปที่ดูไฟล์หรือการเชื่อมต่อจึงมองไม่เห็น ช่องทาง VPN ที่ข้ามการตรวจสอบได้ยังทำให้ผู้โจมตีเข้าออกเครือข่ายโดยดูเหมือน session ปกติ และการที่ช่องโหว่ซึ่งได้คะแนนเพียง 5.4 ถูกนำมาใช้ในห่วงโซ่ระดับนี้ เป็นเครื่องเตือนว่าไม่ควรจัดลำดับแพตช์ตาม CVSS อย่างเดียว

คำแนะนำ

  • อัปเดต FortiOS, FortiPAM, FortiProxy และ FortiSwitchManager ให้แก้ CVE-2025-61624 ตามประกาศ FG-IR-26-122 และตรวจว่า FortiManager แพตช์ CVE-2024-47575 แล้ว
  • หาก FortiManager เคยเปิดสู่อินเทอร์เน็ตหรือสงสัยว่าถูกบุกรุก ให้ถือว่าคอนฟิก รหัสผ่าน และกุญแจของ FortiGate ทุกเครื่องที่จัดการอยู่รั่วแล้ว เปลี่ยนรหัสผ่านผู้ดูแลและบัญชี SSL VPN ทั้งหมด และออกใบรับรองกับกุญแจใหม่
  • ตรวจหาบัญชีผู้ดูแลและ auto-script ที่ไม่รู้จัก รวมถึงช่วงเวลาที่ syslog หยุดหรือ crash log ถูกล้าง
  • ตรวจไฟล์ที่ไม่ควรมีบนอุปกรณ์ เช่น index.js, index.wasm, ipssem.js และ lldprx และการเกาะโพรเซส miglogd หรือ iked ด้วย ptrace (ประสานกับ Fortinet TAC เพื่อตรวจหน่วยความจำ)
  • ตรวจ SSL VPN session ที่ผิดปกติ และการใช้งาน mod_md หรือ reverse shell ผ่าน SSH จากไฟร์วอลล์
  • จำกัดการเข้าถึง FortiManager และอินเทอร์เฟซจัดการของ FortiGate ให้อยู่ในเครือข่ายจัดการที่แยกออกมาเท่านั้น
  • CVE-2025-61624 อยู่ในบัญชี CISA KEV แล้ว ให้จัดเป็นแพตช์เร่งด่วนแม้คะแนน CVSS ต่ำ และเฝ้าระวังการเชื่อมต่อ FGFM จาก IP ที่ไม่ใช่ FortiManager ขององค์กร

Indicators of Compromise (IoCs)

ประเภทค่าหมายเหตุ
IP:Port23.240.77[.]233:8085เซิร์ฟเวอร์ดาวน์โหลดส่วนประกอบ PEERSTITCH
ชื่อไฟล์pM.js, index.js, index.wasm, ipssem.js, lldprxส่วนประกอบที่ติดตั้งบนอุปกรณ์
เครื่องหมายในทราฟฟิกพอร์ต 8550, IP 169.254.0.1marker ที่ฮุกใน miglogd ใช้จับ (ไม่ใช่การเชื่อมต่อจริง)

แหล่งอ้างอิง