สรุปสั้น
ศาลล้มละลายของรัฐบาลกลางสหรัฐอเมริกาทั่วประเทศไม่สามารถส่งหมายแจ้งผ่าน Bankruptcy Noticing Center (BNC) ได้มานานกว่าหนึ่งสัปดาห์ หลังเกิดเหตุความปลอดภัยไซเบอร์กับโครงสร้างพื้นฐานของบริษัท BAE Systems ซึ่งเป็นผู้รับจ้างดำเนินการศูนย์นี้ให้ฝ่ายตุลาการ BNC เป็นศูนย์กลางจัดการหมายแจ้งให้ศาลล้มละลายของรัฐบาลกลางทุกแห่งในประเทศ สำนักงานบริหารศาลสหรัฐฯ (Administrative Office of the US Courts) ระบุว่าระบบและเว็บไซต์ BNC ทั้งหมดที่ BAE ดำเนินการ รวมถึงกระบวนการส่งหมายแจ้ง ใช้งานไม่ได้ในขณะนี้
ผลกระทบลามไปถึงบริการลงทะเบียนเจ้าหนี้แห่งชาติ (National Creditor Registration Service) ทำให้ผู้ใช้ระบบยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ของศาลสร้างรายชื่อที่อยู่เจ้าหนี้สำหรับส่งเอกสารไม่ได้ ทั้งฝ่ายตุลาการและ BAE ยังไม่เปิดเผยว่าอะไรเป็นสาเหตุ เป็นการโจมตีไซเบอร์หรือไม่ และมีข้อมูลรั่วไหลหรือไม่ ขณะที่ศาลหลายแห่งเคยประกาศเพียงว่าเป็น “การหยุดชะงักของบริการ” โดยไม่พูดถึงเหตุไซเบอร์ และยังไม่มีกำหนดว่าจะกู้คืนบริการได้เมื่อใด
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ SecurityWeek รายงานเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2569 ว่าสำนักงานบริหารศาลสหรัฐฯ ประกาศเมื่อวันพฤหัสบดีว่า เนื่องจากเหตุดังกล่าว ศูนย์จึงไม่ได้สร้างหรือส่งหมายแจ้งอีกต่อไป และระบุว่า “ผลจากเหตุการณ์ การเข้าถึงระบบและเว็บไซต์ BNC ทั้งหมดที่ BAE ดำเนินการในนามฝ่ายตุลาการ และกระบวนการส่งหมายแจ้งคดีล้มละลายที่เกี่ยวข้อง ไม่สามารถใช้งานได้ในขณะนี้”
ตามข้อมูลของศาลล้มละลายสหรัฐฯ เขต Eastern District of Texas บริษัท BAE แจ้งปัญหาต่อสำนักงานบริหารศาลครั้งแรกในช่วงดึกวันที่ 9 ตุลาคม การหยุดชะงักกระทบทั้งระบบประมวลผลหมายแจ้งของ BAE และเว็บไซต์ BNC ศาลล้มละลายหลายแห่งออกประกาศเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม เรียกเหตุการณ์ว่าการหยุดชะงักหรือขัดข้องของบริการ แต่ไม่มีแห่งใดพูดถึงเหตุความปลอดภัยไซเบอร์
โฆษกของ BAE Systems ให้ข้อมูลกับ The Record ว่าบริษัท “ทราบถึงเหตุความปลอดภัยที่จำกัดอยู่เฉพาะระบบ BNC” และได้ตอบสนองทันที พร้อมทำงานใกล้ชิดกับสำนักงานบริหารศาล ศาลเตือนว่าหมายแจ้งทั้งแบบกระดาษและอิเล็กทรอนิกส์ที่ออกผ่านศูนย์ตั้งแต่ 9 ตุลาคมยังไม่ได้ถูกส่ง แต่การแจ้งเตือนการยื่นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ถึงทนายความ ทรัสตี และ US Trustee ที่ลงทะเบียนไว้ยังทำงานตามปกติ และศาลยังรับเอกสารและเปิดคดีใหม่ได้
วิธีการโจมตี
ณ วันที่รายงาน ทั้งฝ่ายตุลาการและ BAE Systems ยังไม่เปิดเผยสาเหตุ ช่องทางเข้าระบบ หรือผู้ก่อเหตุ และไม่ได้ยืนยันว่าเป็นการโจมตีไซเบอร์ ข้อมูลที่มีเพียงว่าเป็นเหตุความปลอดภัยที่ BAE ระบุว่า “จำกัดอยู่เฉพาะระบบ BNC” และทำให้ต้องตัดการเข้าถึงระบบและเว็บไซต์ทั้งหมดที่เกี่ยวข้อง ลักษณะการปิดระบบทั้งหมดและระยะเวลาหยุดชะงักที่ยาวนานสอดคล้องกับการควบคุมเหตุ (containment) ระหว่างสอบสวน แต่ยังไม่ควรสรุปประเภทของการโจมตีจนกว่าจะมีการเปิดเผยอย่างเป็นทางการ
ผลกระทบ
หมายแจ้งคดีล้มละลายเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการทางกฎหมาย เช่น การแจ้งเจ้าหนี้เรื่องการยื่นล้มละลาย กำหนดประชุมเจ้าหนี้ และกำหนดเวลาต่าง ๆ การส่งไม่ได้นานกว่าสัปดาห์จึงอาจกระทบสิทธิ์และกำหนดเวลาของคู่ความทั่วประเทศ และอาจต้องส่งซ้ำจำนวนมากเมื่อระบบกลับมา นอกจากนี้ BNC ถือข้อมูลชื่อและที่อยู่ของลูกหนี้และเจ้าหนี้จำนวนมาก หากภายหลังยืนยันว่ามีข้อมูลรั่ว ผลกระทบจะขยายไปสู่ความเป็นส่วนตัวของบุคคลจำนวนมาก
กรณีนี้เป็นตัวอย่างความเสี่ยงจากผู้รับจ้างภายนอก (third-party risk) ที่ชัดเจน บริการสาธารณะระดับประเทศที่พึ่งผู้ให้บริการรายเดียวหยุดทั้งระบบเมื่อผู้ให้บริการเกิดเหตุ และการสื่อสารที่ไม่สอดคล้องกันระหว่างศาลแต่ละแห่งในช่วงแรกทำให้ผู้ใช้บริการเข้าใจสถานการณ์ได้ยาก
คำแนะนำ
- หน่วยงานที่จ้างภายนอกดำเนินระบบสำคัญ ควรระบุในสัญญาเรื่องระยะเวลาแจ้งเหตุ ข้อกำหนดด้านความปลอดภัย และสิทธิ์ตรวจสอบ
- จัดทำแผนสำรองสำหรับบริการที่พึ่งผู้ให้บริการรายเดียว เช่น ช่องทางส่งหมายแจ้งสำรองหรือกระบวนการแบบ manual ที่ทดสอบไว้แล้ว
- กำหนดแนวทางสื่อสารร่วมกันระหว่างหน่วยงานในเครือข่ายเดียวกัน เพื่อให้ข้อมูลที่ประกาศต่อสาธารณะสอดคล้องกันตั้งแต่ต้น
- ผู้ใช้บริการศาลล้มละลายสหรัฐฯ ควรติดตามประกาศของศาลที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบกำหนดเวลาในคดีโดยตรง และระวังอีเมลหรือจดหมายที่อ้างเป็นหมายแจ้งจากศาลในช่วงนี้ ซึ่งอาจถูกใช้เป็นเหยื่อล่อฟิชชิง
