สรุปสั้น
บริษัท OpenAI เผยแพร่รายงานการใช้โมเดล AI ในปฏิบัติการที่ไม่ชอบธรรม ระบุว่าปฏิบัติการชี้นำข้อมูล (influence operation) ที่มีฐานในรัสเซีย ชื่อ “Dark Clark” ส่งอีเมลปลอมตัวเป็นหน่วยงานการศึกษาของเปรูและเอกวาดอร์ หลอกให้โรงเรียนบางแห่งจัดกิจกรรมตามคำสั่งปลอม แล้วนำภาพกิจกรรมเหล่านั้นไปใช้ปลุกกระแสความขัดแย้ง ในเปรู ผู้ปฏิบัติการทำหนังสือราชการปลอมสั่งให้โรงเรียนจัด “วันแห่งความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษาแห่งชาติ” ในวันที่ 21 พฤษภาคม โดยให้นักเรียนเรียนรู้เรื่องบุคคลทางการเมืองของยูเครน 3 คน ส่วนในเอกวาดอร์ หลอกให้โรงเรียนจัดพิธีปฏิญาณตนต่อประธานาธิบดี Daniel Noboa และนาย Erik Prince อดีตหัวหน้าบริษัททหารเอกชน Blackwater จนเกิดเป็นข่าวและรัฐมนตรีศึกษาธิการต้องออกมาประณาม
OpenAI โยงปฏิบัติการนี้กับหน่วยงานที่เรียกว่า “Politology” หรือ “La Compania” ซึ่งผูกกับเครือข่ายของนาย Yevgeniy Prigozhin นักธุรกิจรัสเซียที่เสียชีวิตไปแล้ว ผู้ปฏิบัติการใช้ ChatGPT ช่วยวางแผน เขียนรายงานผลงานภายใน และสร้างเนื้อหาบางส่วน รวมถึงตั้ง “แพลตฟอร์มวิจัย” ชื่อ Social Research Center เพื่อจ้างคนในพื้นที่ผลิตเนื้อหาโดยที่คนเหล่านั้นไม่รู้ว่ากำลังทำงานให้ปฏิบัติการบิดเบือนข้อมูล นาย Ben Nimmo หัวหน้านักสืบสวนของ OpenAI ระบุว่าแม้เป้าหมายจะเป็นละตินอเมริกา แต่แก่นของปฏิบัติการคือการทำให้ยูเครนดูแย่ และ AI ให้ความได้เปรียบเพียงเล็กน้อย ไม่ได้เปลี่ยนเกม
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ Dark Reading รายงานเมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2569 ว่า OpenAI เรียกปฏิบัติการลักษณะนี้ว่า “false front” คือการสร้างหน้าฉากที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อใช้เหยื่อที่ไม่รู้ตัว เช่น พนักงานหรือบรรณาธิการ วางเนื้อหาไว้ต่อหน้าผู้ชมที่ไม่รู้ว่าใครอยู่เบื้องหลัง OpenAI ระบุว่า “AI ทำให้ปฏิบัติการ false front มีขนาดใหญ่ขึ้น มีประสิทธิภาพขึ้น ใช้ภาษาได้คล่องขึ้น และเรียบเรียงเนื้อหาได้ดีขึ้น” นอกจากเปรูและเอกวาดอร์ ยังพบแคมเปญในอาร์เจนตินาและโบลิเวียที่ดูเหมือนมุ่งชี้นำการเมืองท้องถิ่น
ในกรณีโรงเรียนในกรุงลิมา ผู้ปฏิบัติการขอให้ผู้บริหารโรงเรียนจัดกิจกรรม 10-15 นาที แล้วส่งภาพกิจกรรมกลับมา OpenAI ตรวจสอบเหตุการณ์และพบรายละเอียดที่สนับสนุนคำอ้างของผู้ปฏิบัติการ กระทรวงศึกษาธิการของเปรูออกหนังสือทางการในอีก 2 เดือนต่อมา ระบุถึงคำสั่งปลอมนี้ และระบุว่าสถานทูตยูเครนตรวจพบการฉ้อโกงนี้และแจ้งไว้ในหนังสือของตัวเองเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม เพราะมีนักการเมืองในโปแลนด์นำเหตุการณ์นี้ไปอ้าง OpenAI จึงให้คะแนนความสำเร็จ 5 จาก 6 ระดับตามมาตรวัด Influence Operations Breakout Scale
นาย Nimmo บอก Dark Reading ว่า “คุณไม่ควรเชื่อคำพูดของผู้ก่อภัยตามที่เขาบอก” ทีมจึงค้นหาหลักฐานบนอินเทอร์เน็ตเพื่อยืนยันแต่ละคำอ้าง บางคำอ้างหาหลักฐานไม่พบ ซึ่งอาจเป็นเพราะถูกลบไปแล้ว อยู่ในที่ที่การค้นหาแบบ open source เข้าไม่ถึง หรืออาจไม่เคยเกิดขึ้นเลย Dark Reading ยังอ้างรายงานปี 2569 ของ RAND ว่ารัสเซียขยายปฏิบัติการข่าวกรองไซเบอร์และบิดเบือนข้อมูลในละตินอเมริกา เพื่อขัดขวางความพยายามของสหรัฐฯ ในภูมิภาค

วิธีการโจมตี
ปลอมเป็นหน่วยงานรัฐด้วยอีเมลและเอกสาร — หัวใจของปฏิบัติการคือ social engineering แบบดั้งเดิม ผู้ปฏิบัติการส่งอีเมลปลอมเป็นหน่วยงานการศึกษา พร้อมหนังสือคำสั่งที่ทำหน้าตาเหมือนเอกสารราชการ อ้างวันสำคัญที่ไม่มีอยู่จริง และขอให้โรงเรียนส่งภาพกิจกรรมกลับมา เมื่อโรงเรียนบางแห่งทำตาม ภาพเหล่านั้นก็กลายเป็น “หลักฐาน” ที่ผู้ปฏิบัติการนำไปขยายผลทางการเมือง
ตั้งองค์กรบังหน้าและจ้างคนในพื้นที่ — ผู้ปฏิบัติการสร้าง Social Research Center เป็นแพลตฟอร์มวิจัยบังหน้า แล้วจ้างพนักงานในภูมิภาคผลิตเนื้อหาภาษาท้องถิ่น โดยพนักงานไม่รู้ว่าองค์กรนี้เป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการบิดเบือนข้อมูล
ใช้ AI ช่วยงาน — ผู้ปฏิบัติการใช้ ChatGPT เขียนรายงานภายในเกี่ยวกับกิจกรรมของตัวเอง สร้างเนื้อหาบางส่วน แปลให้ภาษาท้องถิ่นฟังเป็นธรรมชาติ และสวมบทบาทเฉพาะได้ง่ายขึ้น บางครั้งยังสั่ง ChatGPT ให้หาเหตุการณ์ในภูมิภาคที่ตัวเองจะอ้างเป็นผลงานได้ รายงานที่ผู้ปฏิบัติการป้อนให้โมเดลมีข้อมูลปฏิบัติการจำนวนมาก รวมถึงงานในอดีตที่เชื่อมโยงกับกลุ่มของนาย Prigozhin ซึ่ง OpenAI ใช้เป็นหลักฐานในการระบุตัว
คำอ้างที่ยังไม่มีหลักฐาน — ผู้ปฏิบัติการอ้างว่าทำปฏิบัติการอื่นสำเร็จด้วย เช่น เผยแพร่เรื่องว่าอินฟลูเอนเซอร์ชาวบราซิลถูกค้ามนุษย์ไปยูเครน และปล่อยคลิปเสียงอ้างว่าธนาคารโบลิเวียจะจำกัดการถอนเงินสด แต่ OpenAI หาหลักฐานยืนยันไม่ได้
ผลกระทบ
ปฏิบัติการนี้ไม่ได้เจาะระบบใด แต่แสดงให้เห็นว่าการปลอมตัวเป็นหน่วยงานรัฐผ่านอีเมลยังได้ผลกับองค์กรปลายทางที่ไม่มีขั้นตอนยืนยันคำสั่ง โดยเฉพาะสถานศึกษาที่ได้รับหนังสือสั่งการจากส่วนกลางเป็นประจำ และผลลัพธ์ที่ได้ไม่ใช่ข้อมูลรั่วไหล แต่เป็นความเสียหายต่อความน่าเชื่อถือของหน่วยงานและความขัดแย้งทางการเมือง ซึ่งลามข้ามไปถึงยุโรปได้ดังกรณีนักการเมืองโปแลนด์
ด้านการใช้ AI ข้อสรุปของ OpenAI ค่อนข้างระมัดระวัง คือ AI ไม่ได้เปิดช่องทางโจมตีใหม่ แต่ทำให้ภาษาเป็นธรรมชาติขึ้นและงานลื่นไหลขึ้น นาย Nimmo เทียบกับ Internet Research Agency ที่เคยใช้ภาษาอังกฤษผิด ๆ ถูก ๆ ว่า AI ให้ความได้เปรียบแบบค่อยเป็นค่อยไป “แต่ไม่รู้สึกว่าโมเดลของเราเป็นตัวเปลี่ยนเกม เพลย์บุ๊กยังเป็นแบบดั้งเดิมมาก” ข้อจำกัดสำคัญคือข้อมูลหลายส่วนมาจากรายงานภายในที่ผู้ปฏิบัติการเขียนอวดผลงานเอง และบางคำอ้างตรวจสอบไม่ได้
คำแนะนำ
- หน่วยงานรัฐที่ส่งหนังสือสั่งการทางอีเมล ควรมีช่องทางตรวจสอบความถูกต้องที่เปิดเผย เช่น เลขที่หนังสือที่ค้นในระบบได้ หรือหน้าเว็บรวมประกาศทางการ และตั้งค่า SPF, DKIM และ DMARC แบบ
p=rejectบนโดเมนราชการ - สถานศึกษาและองค์กรปลายทางควรยืนยันคำสั่งที่ผิดปกติ เช่น วันสำคัญที่ไม่เคยได้ยิน หรือคำขอให้ส่งภาพกิจกรรมกลับ ผ่านช่องทางที่รู้จักอยู่แล้ว ไม่ใช่ตอบกลับอีเมล
- ระวังการขอให้ส่งภาพนักเรียนหรือกิจกรรมไปยังผู้ส่งที่ยืนยันตัวตนไม่ได้ ทั้งในแง่การถูกนำไปใช้ปลุกกระแสและความเป็นส่วนตัวของเด็ก
- ฝ่ายสื่อสารองค์กรควรเตรียมแนวทางชี้แจงอย่างรวดเร็ว เมื่อพบว่าชื่อหน่วยงานถูกแอบอ้างในเอกสารปลอม
- ผู้ที่รับงานผลิตเนื้อหาจาก “ศูนย์วิจัย” หรือองค์กรต่างชาติที่ไม่รู้จัก ควรตรวจสอบที่มาขององค์กรและแหล่งเงินทุนก่อนรับงาน
แหล่งอ้างอิง
- Russian Influence Operation Widely Targets Latin America — Dark Reading
- Disrupting AI-enabled false-front operations — OpenAI
- Russia’s cyber and influence activities in Latin America — RAND
- หนังสือทางการกระทรวงศึกษาธิการเปรู (Oficio Múltiple N° 00018-2026) — UGEL 06
- The Breakout Scale: Measuring the impact of influence operations — Brookings
- Desmienten video de niños haciendo juramento a Daniel Noboa y Erik Prince — Expreso
