สรุปสั้น

บริษัท Proofpoint เปิดเผยว่ากลุ่ม TA419 ซึ่งเป็นกลุ่มจารกรรมไซเบอร์ที่มีแนวร่วมกับจีน อยู่เบื้องหลังแคมเปญฟิชชิงขโมยรหัสผ่านหลายระลอกที่เล็งผู้เชี่ยวชาญด้านปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งทำงานในสถาบันคลังสมอง (think tank) มหาวิทยาลัย และองค์กรด้านกฎหมายของสหรัฐฯ ผู้โจมตีปลอมตัวเป็นนักเศรษฐศาสตร์ชื่อดัง ผู้กำหนดนโยบาย AI อดีตทีมผู้นำของสำนักงานนโยบายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งทำเนียบขาว (OSTP) และพนักงานคนสำคัญของบริษัท Anthropic โดยเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2569 กลุ่มนี้ส่งอีเมลหัวเรื่อง “Request for Feedback on Military Integration of Claude” ไปยังผู้เชี่ยวชาญนโยบาย AI รายหนึ่งในสถาบันคลังสมองของสหรัฐฯ

กลไกการโจมตีอาศัยความอดทน คือส่งคำเชิญที่ดูไม่มีพิษภัยเพื่อสร้างความไว้ใจก่อน และจะส่งลิงก์อันตรายก็ต่อเมื่อเหยื่อตอบกลับเท่านั้น ลิงก์นั้นพาไปยังหน้าล็อกอิน OneDrive แบบ adversary-in-the-middle (AitM) ที่ซ่อนอยู่ในหน้าต่างเบราว์เซอร์ปลอมซึ่งสร้างด้วยเทคนิค Frameless BitB เครื่องมือที่ TA419 ดัดแปลงจะส่งต่อข้อมูลล็อกอินไปยัง Microsoft ตัวจริงเบื้องหลัง เหยื่อจึงล็อกอินสำเร็จตามปกติโดยไม่รู้ตัวว่าคุกกี้เซสชันถูกขโมยไปแล้ว Proofpoint ประเมินว่าการโจมตีครั้งนี้น่าจะสนับสนุนเป้าหมายข่าวกรองของจีนในการทำความเข้าใจทิศทางนโยบายและการกำกับดูแล AI ของสหรัฐฯ ท่ามกลางการแข่งขันเชิงยุทธศาสตร์และมาตรการควบคุมการส่งออกระหว่างสองประเทศ

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ The Hacker News รายงานเมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2569 อ้างบทวิเคราะห์ของ Proofpoint ซึ่งอธิบายว่า TA419 เป็นกลุ่มที่มีแนวร่วมกับจีนและมีแรงจูงใจด้านจารกรรม มีประวัติส่งฟิชชิงขโมยรหัสผ่านใส่บุคคลที่ทำงานในสถาบันคลังสมอง ผู้รับเหมาด้านกลาโหม มหาวิทยาลัย และสำนักงานกฎหมายที่ตั้งอยู่ในสหรัฐฯ และญี่ปุ่น มาตั้งแต่อย่างน้อยเดือนเมษายน 2568 ชื่อ TA419 เป็นรหัสที่ Proofpoint ใช้ติดตามกลุ่มนี้เอง และในรายงานไม่ได้ระบุว่ากลุ่มนี้ตรงกับชื่อที่ vendor รายอื่นใช้หรือไม่

นอกจากแคมเปญเดือนกุมภาพันธ์ที่ปลอมเป็นพนักงาน Anthropic แล้ว ราวเดือนกรกฎาคม 2569 TA419 ยังปลอมตัวเป็นบุคคลหลายราย รวมถึงอดีตสมาชิกทีมผู้นำ OSTP ของทำเนียบขาว เพื่อส่งฟิชชิงใส่ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย AI ในสหรัฐฯ อีกระลอก หัวข้อที่ใช้ล่อล้วนผูกกับประเด็นที่ผู้รับสนใจในวิชาชีพ เช่น การขอความเห็นต่อการนำโมเดล AI ไปใช้ในกองทัพ ซึ่งทำให้ผู้รับมีแนวโน้มตอบกลับด้วยความเต็มใจ

เว็บไซต์ Dark Reading รายงานเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม 2569 เพิ่มรายละเอียดของระลอกเดือนกรกฎาคมว่า วันที่ 8 กรกฎาคม 2569 TA419 ปลอมตัวเป็นนาง Lynne Edwards Parker อดีตรองผู้อำนวยการหลัก (principal deputy director) ของ OSTP และต่อมาปลอมเป็นนาง Heidi Crebo-Rediker นักเศรษฐศาสตร์และผู้เชี่ยวชาญนโยบายต่างประเทศที่มีชื่อเสียง ทั้งสองกรณีเปิดด้วยข้อความที่ไม่มีพิษภัย ชวนเหยื่อเข้าร่วม “AI Policy Advisory Committee” ที่ไม่มีอยู่จริง หรือขอให้ร่วมให้ข้อมูลในรายงานของคณะกรรมาธิการการต่างประเทศวุฒิสภาสหรัฐฯ (Senate Committee on Foreign Relations) เรื่องการควบคุมการส่งออกและห่วงโซ่อุปทาน AI ลิงก์ฟิชชิงจึงดูเป็นส่วนหนึ่งของความสัมพันธ์ทางวิชาชีพที่ดำเนินอยู่ ไม่ใช่อีเมลแปลกหน้า

Proofpoint ระบุว่าการตั้งเป้าที่ผู้เชี่ยวชาญนโยบาย AI ไม่ใช่การเปลี่ยนทิศทางของกลุ่ม แต่เป็นการขยายขอบเขตเดิม “TA419 แสดงความสนใจอย่างสม่ำเสมอต่อเป้าหมายด้านกลาโหม ความมั่นคงแห่งชาติ พลังงาน ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และนโยบายต่างประเทศ โดยส่วนใหญ่มีความเชื่อมโยงกับสหรัฐฯ และญี่ปุ่น” บริษัทชี้ว่าความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการแข่งขันด้าน AI ที่เข้มข้น ข้อกล่าวหาเรื่องการกลั่นโมเดล (model distillation) และมาตรการควบคุมการส่งออกชิประหว่างสหรัฐฯ กับจีน ทั้งนี้รายงานไม่ได้ระบุจำนวนเหยื่อที่ถูกขโมยบัญชีสำเร็จ

China-aligned TA419 phishing campaign impersonates AI policy figures to steal Microsoft credentials

วิธีการโจมตี

ห่วงโซ่การโจมตีแบ่งเป็นสองช่วงชัดเจน ช่วงแรกเป็นการสร้างความสัมพันธ์ (rapport building) ด้วยอีเมลเชิญชวนที่ไม่มีลิงก์หรือไฟล์แนบอันตราย จึงผ่านระบบกรองอีเมลได้ง่าย ช่วงที่สองเริ่มเมื่อเหยื่อตอบกลับ ผู้โจมตีจะส่ง URL แบบย่อที่พาเข้าสู่การเปลี่ยนเส้นทางหลายทอด และต้องผ่านหน้าตรวจสอบ Cloudflare Turnstile ก่อน ซึ่งช่วยกันระบบสแกนอัตโนมัติของฝ่ายป้องกันไม่ให้มองเห็นหน้าฟิชชิงปลายทาง สุดท้ายเหยื่อจะเจอหน้าล็อกอิน OneDrive แบบ AitM

หน้าฟิชชิงใช้เทคนิค Frameless BitB ซึ่งเป็นรูปแบบหนึ่งของการโจมตี browser-in-the-browser (BitB) ที่สร้างหน้าต่างเบราว์เซอร์ปลอมพร้อมแถบที่อยู่ของเว็บไซต์ที่น่าเชื่อถือขึ้นภายในหน้าเว็บด้วย HTML, CSS และ JavaScript ความต่างคือ BitB แบบดั้งเดิมโหลดหน้าล็อกอินผ่าน iframe แต่ Frameless BitB ไม่ใช้ iframe เลย นาย Wael Masri นักวิจัยผู้สร้างเครื่องมือโอเพนซอร์สนี้อธิบายไว้ตั้งแต่มกราคม 2567 ว่าทำได้ด้วยการ inject สคริปต์และ HTML เข้าไปข้างเนื้อหาจริงผ่านการค้นหาและแทนที่ แล้วอาศัยเทคนิค HTML/CSS/JS ล้วนสร้างภาพหน้าต่างขึ้นมา วิธีนี้ทำให้กฎตรวจจับที่มองหา iframe ซ้อนหน้าล็อกอินใช้ไม่ได้

Proofpoint พบว่า TA419 ต่อยอดเครื่องมือโอเพนซอร์สนี้ด้วยโมดูลเทเลเมทรีและระบบอัตโนมัติที่เขียนขึ้นเอง โมดูลนี้ติดตามขั้นตอนการล็อกอิน Microsoft ของเหยื่อแต่ละราย และดักข้อมูลรับรองผ่าน AitM proxy พร้อมส่งต่อไปยังโครงสร้างพื้นฐานจริงของ Microsoft เบื้องหลัง ข้อได้เปรียบของวิธีนี้คือเหยื่อไม่เห็นความผิดปกติใด ๆ เพราะการล็อกอินสำเร็จจริง และไม่มีร่องรอยว่าคุกกี้เซสชันที่ได้มาถูกผู้โจมตีเก็บไปด้วย ซึ่งหมายความว่า MFA แบบรหัส OTP หรือการกดยืนยันบนแอปไม่ช่วยป้องกัน เพราะผู้โจมตีได้เซสชันที่ผ่าน MFA แล้ว นาย Steven Swift กรรมการผู้จัดการบริษัท Suzu Labs ให้ความเห็นกับ Dark Reading ว่าการโจมตีลักษณะนี้ “ให้ความรู้สึกเหมือนการ bypass MFA” แต่ในทางเทคนิค MFA ยังเกิดขึ้นจริง เพียงแต่เกิดในจุดที่ไม่ช่วยอะไร เพราะผู้ใช้เป็นคนคลิกลิงก์และกดยืนยัน MFA เอง ทุกอย่างจึงดูปกติจากมุมของผู้ใช้

ผลกระทบ

กลุ่มเป้าหมายของแคมเปญนี้คือผู้เชี่ยวชาญที่มีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบาย AI ของสหรัฐฯ บัญชี Microsoft 365 ของคนกลุ่มนี้มักเก็บร่างข้อเสนอนโยบาย ความเห็นที่ส่งให้หน่วยงานรัฐ และการติดต่อกับผู้กำหนดนโยบาย ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้ผู้ที่อยู่เบื้องหลังคาดการณ์ทิศทางมาตรการควบคุมการส่งออกชิปหรือการกำกับดูแลโมเดล AI ได้ล่วงหน้า ขณะที่การปลอมตัวเป็นพนักงานบริษัท AI ชั้นนำอย่าง Anthropic สะท้อนว่าผู้โจมตีเลือกตัวตนที่เหยื่ออยากตอบกลับมากที่สุด

ในเชิงเทคนิค การผสม AitM กับหน้าต่างเบราว์เซอร์ปลอมที่ไม่ใช้ iframe ทำให้ทั้งผู้ใช้และระบบตรวจจับแยกหน้าปลอมได้ยากขึ้น ส่วนการส่งลิงก์หลังเหยื่อตอบกลับเท่านั้นทำให้อีเมลแรกดูสะอาดและผ่านการกรองได้ ผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย กลาโหม หรือความสัมพันธ์ระหว่างประเทศในประเทศอื่นก็อาจถูกใช้วิธีเดียวกันได้ เพราะ Proofpoint ระบุว่ากลุ่มนี้เคยเล็งเป้าหมายในญี่ปุ่นมาแล้ว

คำแนะนำ

  • เปิดใช้การยืนยันตัวตนแบบต้านฟิชชิง เช่น passkey หรือ FIDO2 security key ให้บัญชีของผู้บริหาร นักวิจัย และผู้ที่ทำงานด้านนโยบาย เพราะ MFA แบบ OTP หรือ push ไม่ป้องกัน AitM
  • ตั้งนโยบาย Conditional Access ใน Microsoft Entra ID ให้ผูกเซสชันกับอุปกรณ์ที่องค์กรจัดการ และจำกัดอายุโทเค็น เพื่อลดคุณค่าของคุกกี้เซสชันที่ถูกขโมย
  • อบรมกลุ่มเสี่ยงสูงให้ระวังคำเชิญหรือคำขอความเห็นที่ไม่ได้ร้องขอ แม้อีเมลแรกไม่มีลิงก์ และให้ยืนยันตัวตนผู้ติดต่อผ่านช่องทางอื่นก่อนกดลิงก์ที่ส่งมาภายหลัง
  • สอนผู้ใช้ทดสอบหน้าต่างล็อกอิน เช่น ลองลากหน้าต่างออกนอกขอบเบราว์เซอร์ เพราะหน้าต่าง BitB ปลอมไม่สามารถออกนอกหน้าเว็บได้
  • เฝ้าระวังล็อก Entra ID เพื่อหาการล็อกอินที่ตามมาด้วยการใช้เซสชันจาก IP หรือประเทศที่ต่างไปในเวลาใกล้กัน ซึ่งเป็นสัญญาณของการขโมยคุกกี้

แหล่งอ้างอิง