สรุปสั้น
ผู้ให้บริการด้านสุขภาพ Premier Medical Group (PMG) ในรัฐนิวยอร์ก สหรัฐอเมริกา กำลังแจ้งเตือนผู้ป่วยกว่า 280,000 รายว่าข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลทางการแพทย์ของพวกเขาถูกขโมยไปในเหตุการณ์เจาะข้อมูล โดย PMG ให้บริการดูแลผู้ป่วยเชิงลึกครอบคลุมสาขาโรคหัวใจ ผิวหนัง ทางเดินอาหาร ประสาทวิทยา ศัลยกรรมตกแต่ง นรีเวช และอายุรกรรม ผ่านสำนักงานหลายแห่งในย่าน Hudson Valley
เหตุการณ์เจาะข้อมูลเกิดขึ้นในเดือนมิถุนายน 2569 เมื่อระบบบางส่วนของ PMG ถูกรบกวนการทำงาน การสอบสวนของ PMG พบว่าผู้โจมตีเข้าถึงไฟล์บางส่วนในวันที่ 14 มิถุนายน และไฟล์เหล่านั้นมีข้อมูลส่วนบุคคลและข้อมูลสุขภาพของผู้ป่วยอยู่ด้วย PMG แจ้งกระทรวงสาธารณสุขและบริการมนุษย์ของสหรัฐฯ (HHS) ว่ามีผู้ได้รับผลกระทบทั้งสิ้น 282,075 ราย และ HHS ได้เพิ่ม PMG เข้าสู่พอร์ทัลรายงานการเจาะข้อมูลในสัปดาห์นี้แล้ว
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ SecurityWeek รายงานเมื่อวันที่ 16 กันยายน 2569 ว่า ข้อมูลที่ถูกเปิดเผยจากเหตุการณ์นี้ประกอบด้วยชื่อ ข้อมูลติดต่อ วันเดือนปีเกิด รายละเอียดการรักษาและการวินิจฉัย ข้อมูลเกี่ยวกับยา ข้อมูลประกันสุขภาพ วันที่เข้ารับบริการ ชื่อแพทย์ผู้ให้การรักษา และหมายเลขระบุตัวผู้ป่วยภายในของ PMG
PMG แนะนำให้ผู้ป่วยตรวจสอบใบแจ้งรายการที่ได้รับจากผู้ให้บริการด้านสุขภาพและแผนประกันสุขภาพของตน หากพบบริการที่ไม่ได้เข้ารับจริง ให้ติดต่อผู้ให้บริการหรือแผนประกันทันที ทั้งนี้ PMG ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าการโจมตีเกิดขึ้นอย่างไรหรือใครอยู่เบื้องหลัง และ SecurityWeek ระบุว่ายังไม่พบกลุ่มแรนซัมแวร์หรือกลุ่มขู่กรรโชกที่รู้จักออกมาอ้างความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์นี้
วิธีการโจมตี
รายละเอียดเชิงเทคนิคของเหตุการณ์นี้ยังมีน้อยมาก เนื่องจาก PMG ไม่ได้เปิดเผยว่าผู้โจมตีเข้าถึงระบบด้วยวิธีใด ทราบเพียงว่าระบบบางส่วนถูกรบกวนในเดือนมิถุนายน และผู้โจมตีเข้าถึงไฟล์ที่มีข้อมูลผู้ป่วยได้ในวันที่ 14 มิถุนายน 2569 การที่ยังไม่มีกลุ่มใดออกมาอ้างความรับผิดชอบทำให้ยังไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นการโจมตีเพื่อเรียกค่าไถ่ การขโมยข้อมูลเพื่อนำไปขาย หรือรูปแบบอื่น รูปแบบของเหตุการณ์ที่ระบบถูกรบกวนก่อนแล้วจึงพบการเข้าถึงไฟล์ สอดคล้องกับลักษณะการโจมตีที่มีการฝังตัวในเครือข่ายและคัดลอกข้อมูลออกไปก่อนถูกตรวจพบ
ผลกระทบ
ผู้ได้รับผลกระทบโดยตรงคือผู้ป่วยกว่า 282,000 รายในย่าน Hudson Valley ของรัฐนิวยอร์ก ซึ่งข้อมูลที่รั่วไม่ได้มีเพียงข้อมูลระบุตัวตนทั่วไป แต่รวมถึงประวัติการรักษา การวินิจฉัย และข้อมูลยา ที่ถือเป็นข้อมูลอ่อนไหวสูง ข้อมูลชุดนี้สามารถถูกนำไปใช้ในการฉ้อโกงทางการแพทย์ เช่น การเบิกจ่ายบริการที่ไม่ได้เกิดขึ้นจริงในชื่อของผู้ป่วย รวมถึงการทำฟิชชิงหรือหลอกลวงแบบเจาะจงที่อ้างอิงรายละเอียดการรักษาจริงเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนแนวโน้มที่ผู้ให้บริการด้านสุขภาพตกเป็นเป้าหมายต่อเนื่อง เพราะถือครองข้อมูลที่ทั้งอ่อนไหวและมีมูลค่าในตลาดมืด และมักมีระบบจำนวนมากที่ต้องดูแลให้ปลอดภัยพร้อมกัน
คำแนะนำ
ผู้ป่วยที่อาจได้รับผลกระทบควรเฝ้าระวังใบแจ้งรายการจากผู้ให้บริการและแผนประกัน และรีบแจ้งหากพบบริการที่ไม่ได้เข้ารับจริง รวมถึงระวังอีเมล ข้อความ หรือสายโทรศัพท์ที่อ้างอิงข้อมูลการรักษาเพื่อหลอกเอาข้อมูลเพิ่มเติมหรือเงิน สำหรับองค์กรด้านสุขภาพ เหตุการณ์นี้ย้ำถึงความจำเป็นในการเข้ารหัสข้อมูลผู้ป่วยที่เก็บไว้ จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงไฟล์ตามหลัก least privilege แบ่งแยกส่วนเครือข่ายเพื่อจำกัดการเคลื่อนตัวด้านข้างของผู้โจมตี และวางระบบตรวจจับการเข้าถึงหรือคัดลอกไฟล์ปริมาณมากผิดปกติ เพื่อให้พบการบุกรุกได้เร็วก่อนข้อมูลจะถูกดึงออกไปทั้งหมด
