สรุปสั้น
ในวันที่ 12 สิงหาคม พ.ศ. 2569 กฎกระทรวงการคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569 จะเริ่มมีผลบังคับใช้ หลังประกาศในราชกิจจานุเบกษาเมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 และกำหนดให้มีผลเมื่อพ้นกำหนด 90 วันนับแต่วันประกาศ กฎกระทรวงนี้ออกตามความในมาตรา 8/1 วรรคสี่ และมาตรา 8/2 วรรคสาม ของพระราชกำหนดมาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี
สาระสำคัญที่เปลี่ยนกลไกจริงคือ ผู้เสียหายจะได้รับเงินคืนผ่านคณะกรรมการธุรกรรมของสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน หรือ ปปง. โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล ซึ่งเป็นการตัดขั้นตอนที่เดิมกินเวลานานที่สุดในกระบวนการเยียวยาออกไป โครงสร้างเดิมนั้นแม้เจ้าหน้าที่จะอายัดเงินไว้ได้ทันตั้งแต่ต้น แต่การนำเงินคืนสู่มือผู้เสียหายต้องผ่านกระบวนการทางศาล ทำให้ผู้เสียหายจำนวนไม่น้อยต้องรอเป็นปีหรือเลิกติดตามไปเอง
ในการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีที่ติดตามความคืบหน้าเรื่องนี้ กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมรับทราบรายงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าค่าเฉลี่ยมูลค่าความเสียหายจากการ “สแกม” ลดลงจากวันละ 100 ล้านบาท เหลือวันละ 25 ล้านบาท โดยระบุว่าเป็นผลจากมาตรการป้องกันและปราบปรามที่ดำเนินการต่อเนื่อง สิ่งที่ยังไม่ปรากฏต่อสาธารณะ ณ เวลานี้คือหลักเกณฑ์การคืนเงินโดยละเอียดที่ ปปง. อยู่ระหว่างจัดเตรียม
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ไทยรัฐออนไลน์รายงานเมื่อวันที่ 29 พฤษภาคม พ.ศ. 2569 ว่า นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ได้มอบหมายให้ นางสาวแนน บุณย์ธิดา สมชัย รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ตามพระราชกำหนดมาตรา 13 ครั้งที่ 2/2569 เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม โดยมี นายพชร อนันตศิลป์ ปลัดกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม
ที่ประชุมได้ติดตามการดำเนินงานตามมาตรการของหน่วยงานต่าง ๆ ในการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ พร้อมรับทราบรายงานมูลค่าความเสียหายจากการสแกมของสำนักงานตำรวจแห่งชาติที่ลดลงจากวันละ 100 ล้านบาทเหลือวันละ 25 ล้านบาท ขณะเดียวกันได้ติดตามขั้นตอนการดำเนินการคืนเงินตามกฎกระทรวงฉบับใหม่ ซึ่งจะช่วยให้การคืนเงินแก่ผู้เสียหายสะดวกและรวดเร็วขึ้น ลดขั้นตอนกระบวนการเพื่อให้คืนเงินผ่านคณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. ได้โดยไม่ต้องรอคำสั่งศาล โดย ปปง. จะเร่งจัดเตรียมกระบวนการคืนเงินพร้อมหลักเกณฑ์ที่ชัดเจนให้พร้อมก่อนกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้
นางสาวแนนระบุว่ากระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญกับกระบวนการเร่งรัดคืนเงินผู้เสียหาย เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เสียหายจากสแกมเมอร์ โดยจะพิจารณากระบวนการอย่างละเอียดรอบคอบให้มีความพร้อมมากที่สุดเมื่อกฎกระทรวงมีผลบังคับใช้
กลไกคืนเงินนี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดมาตรการที่รัฐบาลดำเนินการมาตั้งแต่ปลายปี พ.ศ. 2568 ภายใต้คณะกรรมการขับเคลื่อนการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีและอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน มาตรการในชุดนี้ครอบคลุมตั้งแต่การจำกัดการลงทะเบียนซิมการ์ดไม่เกิน 5 หมายเลขต่อคนและต้องลงทะเบียนที่ศูนย์บริการ การห้ามใช้อุปกรณ์ SIM BOX ที่ไม่ได้จดทะเบียน การคัดกรองและบล็อกสายโทรเข้าจากต่างประเทศแบบทันเวลา ไปจนถึงการเชื่อมข้อมูลระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ธนาคารแห่งประเทศไทย ปปง. และตำรวจไซเบอร์ เพื่อคัดกรองบัญชีที่มีพฤติกรรมผิดปกติผ่านระบบทะเบียนกลางการฉ้อโกง
รายละเอียดกลไกและช่องว่างที่ยังเหลือ
จุดที่กฎกระทรวงฉบับนี้แก้จริงคือคอขวดปลายทางของกระบวนการ ระบบเดิมออกแบบให้ระงับและอายัดเงินได้เร็ว โดยผู้เสียหายแจ้งผ่านสายด่วน 1441 หรือระบบรับแจ้งความออนไลน์แล้วธนาคารระงับบัญชีปลายทางได้ทันที แต่เงินที่อายัดไว้ยังคงค้างอยู่ในระบบจนกว่ากระบวนการทางศาลจะสิ้นสุด การให้คณะกรรมการธุรกรรมของ ปปง. สั่งคืนเงินได้เองจึงเปลี่ยนระยะเวลาจากหน่วยปีมาเป็นหน่วยที่สั้นลงอย่างมีนัยสำคัญ อย่างน้อยในทางทฤษฎี
สิ่งที่ยังต้องรอดูและควรระบุตรง ๆ คือ ณ วันที่รายงานนี้เผยแพร่ ยังไม่มีการเปิดเผยหลักเกณฑ์การคืนเงินโดยละเอียดต่อสาธารณะ ซึ่งเป็นส่วนที่จะกำหนดว่าใครมีสิทธิ์ได้คืนบ้าง ต้องใช้เอกสารอะไร กรอบเวลาพิจารณาเป็นเท่าไร กรณีที่มีผู้เสียหายหลายรายเรียกร้องเงินก้อนเดียวกันจะจัดสรรอย่างไร และจะจัดการอย่างไรกับกรณีที่เงินถูกโอนผ่านบัญชีม้าหลายทอดจนแยกไม่ออกว่าเงินก้อนใดเป็นของผู้เสียหายรายใด ประเด็นสุดท้ายนี้เป็นปัญหาเชิงปฏิบัติที่แท้จริงของคดีสแกมส่วนใหญ่ เพราะขบวนการมักกระจายเงินผ่านบัญชีจำนวนมากภายในเวลาไม่กี่นาที
ตัวเลขความเสียหายที่ลดลงจากวันละ 100 ล้านบาทเหลือวันละ 25 ล้านบาทก็ควรอ่านด้วยความระมัดระวัง ตัวเลขนี้เป็นรายงานของหน่วยงานรัฐต่อคณะกรรมการของรัฐเอง เป็นค่าเฉลี่ยที่ไม่ได้ระบุช่วงเวลาเปรียบเทียบอย่างชัดเจน และเป็นสถิติที่นับจากการแจ้งความ ซึ่งการที่ยอดแจ้งความลดลงไม่ได้แปลว่าการหลอกลวงลดลงในสัดส่วนเดียวกันเสมอไป
ผลกระทบต่อไทย
สำหรับผู้เสียหายรายบุคคล การเปลี่ยนแปลงที่จับต้องได้ที่สุดคือความคุ้มค่าของการแจ้งความจะสูงขึ้น เดิมผู้เสียหายจำนวนมากประเมินว่าต่อให้แจ้งความไปก็ไม่ได้เงินคืนอยู่ดี จึงเลือกไม่แจ้ง ซึ่งทำให้ข้อมูลบัญชีปลายทางและเส้นทางการเงินหายไปจากระบบด้วย หากกลไกคืนเงินทำงานได้จริง แรงจูงใจในการแจ้งเหตุจะเพิ่มขึ้น และผลพลอยได้คือชุดข้อมูลที่หน่วยงานใช้ไล่ตามเส้นทางเงินจะสมบูรณ์ขึ้นตามไปด้วย
สำหรับสถาบันการเงินและผู้ให้บริการชำระเงิน แรงกดดันจะย้ายจากการรายงานเหตุมาสู่ความเร็วในการตอบสนอง เมื่อกลไกปลายทางเร็วขึ้น จุดที่กำหนดว่าเงินจะได้คืนหรือไม่จะเลื่อนมาอยู่ที่ช่วงไม่กี่นาทีแรกหลังการโอน ซึ่งเป็นช่วงที่การตรวจจับพฤติกรรมผิดปกติและการระงับบัญชีอัตโนมัติจะชี้ขาด ธนาคารที่ยังใช้กระบวนการตรวจสอบแบบต้องมีคนกดอนุมัติในทุกขั้นตอนจะเสียเปรียบในเชิงผลลัพธ์ที่วัดได้
ประเด็นที่ควรจับตาต่อไปคือความเสี่ยงที่จะเกิดการแอบอ้างชุดใหม่ ทุกครั้งที่มีมาตรการเยียวยาออกมา มิจฉาชีพมักฉวยโอกาสอ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ที่ติดต่อมาเพื่อ “คืนเงิน” แล้วขอข้อมูลบัญชีหรือให้โอนค่าธรรมเนียมล่วงหน้า รูปแบบนี้เคยเกิดขึ้นซ้ำในหลายประเทศหลังการประกาศมาตรการลักษณะเดียวกัน ช่วงหลังวันที่ 12 สิงหาคมจึงเป็นช่วงที่ต้องเฝ้าระวังการหลอกลวงซ้อนเป็นพิเศษ
คำแนะนำ
- ผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อและแจ้งความไว้แล้วควรตรวจสอบสถานะคดีและเก็บเอกสารหลักฐานให้ครบ ทั้งสลิปการโอน บันทึกการสนทนา และเลขรับแจ้งความ เพื่อให้พร้อมยื่นเมื่อหลักเกณฑ์ประกาศออกมา
- ผู้ที่เพิ่งถูกหลอกให้โอนเงินควรแจ้งสายด่วน 1441 หรือแจ้งความผ่านระบบออนไลน์ทันทีโดยไม่รอ เพราะการอายัดบัญชีปลายทางในนาทีแรก ๆ ยังคงเป็นปัจจัยที่กำหนดว่าจะมีเงินเหลือให้คืนหรือไม่
- ระวังการหลอกลวงซ้อนหลังวันที่ 12 สิงหาคม โดยยึดหลักว่าหน่วยงานรัฐไม่โทรขอข้อมูลบัญชี ไม่ให้แอดไลน์เพื่อส่งเอกสาร และไม่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้าเพื่อคืนเงิน
- องค์กรที่ให้บริการทางการเงินควรทบทวนเวลาตอบสนองตั้งแต่รับแจ้งจนถึงการระงับบัญชี และวัดผลเป็นหน่วยนาที ไม่ใช่หน่วยชั่วโมง
- ทีมกำกับการปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ควรติดตามประกาศหลักเกณฑ์ของ ปปง. ที่จะออกตามมา เพราะจะกำหนดหน้าที่ในการส่งข้อมูลและกรอบเวลาที่สถาบันการเงินต้องปฏิบัติ
- หน่วยงานที่สื่อสารกับประชาชนควรเตรียมข้อความแจ้งเตือนเรื่องการแอบอ้างไว้ล่วงหน้า และเผยแพร่พร้อมกับวันที่กฎกระทรวงมีผล แทนการรอให้เกิดเคสแรกก่อน
แหล่งอ้างอิง
- กระทรวงดีอี เผยความเสียหายสแกมลดลง จ่อใช้เกณฑ์ใหม่คืนเงินเหยื่อ 12 ส.ค. นี้ — ไทยรัฐออนไลน์
- “ดีอี” เร่งคืนเงินผู้เสียหายจาก “สแกมเมอร์” รับกฎกระทรวงฯ มีผลบังคับใช้ 12 ส.ค.นี้ — เดลินิวส์
- Government Touts Anutin’s Cyber Crackdown as Thai Mule Accounts and Online Scams Plummet — The Nation Thailand
- การคืนเงินให้แก่ผู้เสียหายจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี : มาตรการช่วยเหลือและเยียวยาผู้เสียหาย — แนวหน้า
