สรุปสั้น

ผู้ใช้แอนดรอยด์กำลังเผชิญภัยคุกคามแบบเข้าถึงระยะไกลตัวใหม่ที่ซ่อนตัวอยู่หลังแอปแจ้งเตือนเหตุฉุกเฉินปลอม มัลแวร์ตัวนี้ชื่อ Octagon ปลอมตัวเป็นบริการ BH Alert ของบาห์เรน แล้วพาเหยื่อเดินผ่านขั้นตอนติดตั้งที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อให้ได้สิทธิ์อันตรายมาครอง แคมเปญนี้ฉวยจังหวะที่ประชาชนกำลังกังวลในช่วงที่ภูมิภาคมีความตึงเครียด โดยพาเหยื่อไปยังหน้าฟิชชิงและให้ดาวน์โหลดไฟล์ติดตั้งแอนดรอยด์จากนอกสโตร์ทางการ ซึ่งไอคอนแอปที่ดูคุ้นตาและถ้อยคำเรื่องเหตุฉุกเฉินทำให้กลลวงดูสมจริง

K7 Security Labs ระบุว่า Octagon เป็นภัยคุกคามบนแอนดรอยด์ที่ทำงานเป็นชั้น ๆ สามารถขโมยข้อมูลปลดล็อกเครื่อง ข้อความ SMS ข้อมูลธนาคาร และข้อมูลส่วนตัวอื่น ๆ ได้ จุดที่ทำให้ตัวนี้น่ากังวลเป็นพิเศษคือการออกแบบที่ทำให้การรีสตาร์ตเครื่องมีประโยชน์น้อยกว่าที่ผู้ใช้คาด เพราะองค์ประกอบของมัลแวร์สามารถกลับมาทำงานต่อได้หลังเครื่องเปิดขึ้นมาใหม่

K7 Security Labs ระบุในรายงานที่แบ่งปันกับ Cyber Security News ว่าแคมเปญนี้พุ่งเป้าไปที่ผู้ใช้ในบาห์เรนเป็นหลักด้วยการปลอมตัวเป็นแอปแจ้งเหตุฉุกเฉินอย่างเป็นทางการ กรณีนี้จึงเป็นตัวอย่างที่ชี้ว่าเหตุใดหน้าเว็บที่ดูเหมือนของทางการ ประกาศเร่งด่วน และหน้าต่างขอสิทธิ์ จึงเป็นสิ่งที่ต้องระวังเป็นพิเศษ

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ Cyber Security News รายงานเมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2569 ว่า K7 Security Labs ได้เผยแพร่บทวิเคราะห์ทางเทคนิคของมัลแวร์แอนดรอยด์ชื่อ Octagon ซึ่งปลอมตัวเป็นแอปพลิเคชันป้องกันภัยฝ่ายพลเรือนของบาห์เรน

Octagon Android RAT impersonates Bahrain BH Alert app and survives reboots using watchdog services
Octagon Android RAT impersonates Bahrain BH Alert app and survives reboots using watchdog services

Octagon เริ่มต้นจากไฟล์ BH-Alert.apk ซึ่งจะขอสิทธิ์เข้าถึงผ่าน 7 ขั้นตอนก่อนที่จะติดตั้งองค์ประกอบที่สองลงเครื่อง แอปตัวแรกซ่อนโค้ดที่รันได้ไว้ในไฟล์ที่เข้ารหัสชื่อ ZfChs.ttf แล้วถอดรหัสบนเครื่อง และโหลดขึ้นมาเฉพาะเมื่อจำเป็นเท่านั้น วิธีนี้ทำให้การสแกนแบบพื้นฐานมองเห็นสิ่งผิดปกติได้น้อยในช่วงแรก

จากนั้นมัลแวร์จะติดตั้งแอปลูกที่รู้จักกันในชื่อ OctagonPanel และสร้างไฟล์โค้ดอีกชุดขึ้นมาระหว่างรันไทม์ บริการของมันทำงานอยู่เบื้องหลัง ขณะที่กระบวนการ watchdog คอยเฝ้ากันและกัน และจะสั่งเริ่มการทำงานของคู่หูขึ้นมาใหม่ทันทีหากอีกฝ่ายถูกหยุด นอกจากนี้การรีบูตเครื่องก็ไม่จำเป็นต้องยุติการบุกรุก เพราะ boot receiver สามารถเรียกมัลแวร์ขึ้นมาทำงานอีกครั้งเมื่อระบบแอนดรอยด์เริ่มต้น

Octagon ยังเพิ่มบัญชีแอนดรอยด์ปลอมชื่อ OctagonPanel และตั้งตารางการซิงโครไนซ์ทุก 30 นาที กระบวนการนี้ปลุกมัลแวร์ขึ้นมาเป็นระยะหรือเมื่อถูกสั่งได้ ทำให้มันเชื่อมต่อกลับไปยังเซิร์ฟเวอร์สั่งการและรักษาการตั้งค่าที่รวมถึงความสามารถต้านการถอนการติดตั้งเอาไว้ ผลคือการล้างเครื่องที่ติดเชื้อยากกว่าการปิดแอปที่มองเห็นได้เพียงอย่างเดียวมาก

นักวิจัยยังพบว่า Octagon เก็บการตั้งค่า เทมเพลตหน้าฟิชชิง และข้อความที่ดักจับได้ไว้ในฐานข้อมูล SQLite บนเครื่อง แคชนี้ทำให้การเก็บข้อมูลดำเนินต่อไปได้แม้ขาดการเชื่อมต่อชั่วคราว และเปิดทางให้ผู้ปฏิบัติการซิงค์ข้อมูลที่ขโมยได้ในภายหลัง โดยข้อมูลถูกป้องกันด้วยการสื่อสารแบบเข้ารหัสบนพอร์ตที่ไม่ใช่พอร์ตมาตรฐาน

รายงานยังชี้ว่าวิธีฝังตัวแบบนี้เป็นส่วนหนึ่งของรูปแบบที่พบมากขึ้นเรื่อย ๆ โดยเคยมีกรณีอุปกรณ์ Android TV ที่ถูกเจาะแล้วใช้ boot receiver เริ่มกิจกรรมที่ซ่อนอยู่ และกรณีการฝังตัวบนแอนดรอยด์ล่าสุดที่ใช้ BOOT_COMPLETED เพื่อกลับมาทำงานต่อหลังรีสตาร์ต

วิธีการโจมตี

เมื่อ Octagon เริ่มทำงาน มันจะขอให้เหยื่อเปิดใช้ Accessibility Service และการเชื่อมต่อ VPN โดย Accessibility ซึ่งเดิมมีไว้ช่วยให้ผู้พิการใช้งานโทรศัพท์ได้สะดวก กลับถูกใช้บันทึกรหัส PIN รหัสผ่าน และรูปแบบการปลดล็อกหน้าจอขณะที่ผู้ใช้กดป้อน มัลแวร์ยังเก็บประวัติข้อมูลรับรองที่ดักได้ไว้ในที่จัดเก็บบนเครื่องก่อนจะส่งออกไป

คำขอเปิด VPN ก็หลอกลวงไม่แพ้กัน แทนที่จะปกป้องเหยื่อ มันกลับสามารถส่งทราฟฟิกผ่านอุโมงค์ที่ผู้โจมตีควบคุม ซึ่งช่วยให้ดักจับหรือเปลี่ยนเส้นทางกิจกรรมที่อ่อนไหวได้ และเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต มัลแวร์จะกันแอปบางรายการไว้นอกอุโมงค์ ทำให้โทรศัพท์ยังดูทำงานปกติ ลดโอกาสที่เหยื่อจะรู้ตัวว่าถูกแทรกแซง

แอปลูกยังเก็บข้อความ SMS รายชื่อผู้ติดต่อ ประวัติการโทร ภาพหน้าจอ และข้อมูลการตั้งค่า อีกทั้งยังแสดงหน้าฟิชชิงซ้อนทับบนแอปเป้าหมายได้ด้วย ความสามารถชุดนี้ใกล้เคียงกับที่เคยมีการบันทึกไว้ในการวิเคราะห์มัลแวร์ธนาคาร DroidBot ซึ่งใช้ Accessibility ในทางที่ผิดเพื่อดักแป้นพิมพ์และเฝ้าดูหน้าจอ และในรายงานเรื่องการฝังตัวของ RedHook RAT ที่อธิบายบริการที่จับคู่กันคอยเรียกกันและกันขึ้นมาใหม่

กลไกการอยู่รอดของ Octagon จึงมีสามชั้นซ้อนกัน ได้แก่ บริการ watchdog ที่เฝ้ากันเอง, boot receiver ที่ปลุกมัลแวร์เมื่อเครื่องบูต และบัญชีปลอมที่ตั้งซิงก์ทุก 30 นาที ซึ่งแต่ละชั้นทำงานแยกกัน ทำให้การหยุดเพียงกลไกเดียวไม่พอจะกำจัดมัลแวร์ออกจากเครื่อง

ผลกระทบ

ผลกระทบที่หนักที่สุดคือการสูญเสียการควบคุมเครื่องโดยสมบูรณ์ เมื่อมัลแวร์ได้สิทธิ์ Accessibility ไปแล้ว มันเห็นทุกอย่างที่ผู้ใช้พิมพ์รวมถึงรหัสปลดล็อกเครื่อง และเมื่อบวกกับความสามารถอ่าน SMS ก็หมายความว่ารหัส OTP ที่ธนาคารส่งมาถูกดักได้ทั้งหมด การป้องกันบัญชีธนาคารด้วย OTP ทาง SMS จึงหมดประสิทธิภาพลงทันทีบนเครื่องที่ติดเชื้อ

สำหรับผู้ใช้ทั่วไป ความเข้าใจที่ว่า “รีสตาร์ตเครื่องแล้วมัลแวร์จะหาย” ใช้ไม่ได้กับกรณีนี้ และแม้แต่การลบแอปที่มองเห็นก็อาจไม่พอ เพราะยังมีแอปลูก บัญชีปลอม และตัวตั้งเวลาซิงก์ที่ยังทำงานอยู่ ในทางปฏิบัติ เครื่องที่ติด Octagon ควรถูกถือว่าไม่น่าเชื่อถืออีกต่อไปจนกว่าจะรีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงาน

การเลือกปลอมตัวเป็นแอปแจ้งเตือนภัยฉุกเฉินของทางการเป็นจุดที่ควรจับตา เพราะเป็นการอาศัยความกลัวและความเร่งด่วนของประชาชนในช่วงที่ภูมิภาคตึงเครียด ซึ่งเป็นรูปแบบที่ลอกเลียนไปใช้กับประเทศอื่นได้ทันทีเพียงเปลี่ยนชื่อแอปและโลโก้ กรณีนี้จึงมีค่าในฐานะรูปแบบการโจมตีมากกว่าจะจำกัดอยู่แค่บาห์เรน

ข้อจำกัดของหลักฐานคือรายงานไม่ได้ระบุจำนวนเหยื่อ ไม่ระบุความเสียหายทางการเงินที่เกิดขึ้นจริง ไม่ระบุว่าผู้ก่อภัยเป็นกลุ่มใดหรือมาจากที่ใด และไม่ได้บอกว่าแคมเปญนี้ยังทำงานอยู่หรือไม่ ณ เวลาที่รายงานถูกเผยแพร่

คำแนะนำ

ผู้ใช้ไม่ควรติดตั้งซอฟต์แวร์จากลิงก์ในข้อความ โพสต์บนโซเชียล หรือหน้าเว็บแจ้งเหตุฉุกเฉินที่ยังไม่ได้ตรวจสอบ ควรติดตั้งแอปจากสโตร์ทางการเท่านั้น ตรวจสอบชื่อผู้พัฒนาให้ตรงกับหน่วยงานจริง อัปเดตแอนดรอยด์ให้ทันสมัยอยู่เสมอ และระวังเป็นพิเศษเมื่อแอปขอสิทธิ์ Accessibility, VPN, การอ่าน SMS หรือสิทธิ์ติดตั้งแอปอื่น ซึ่งเป็นชุดสิทธิ์ที่แอปแจ้งเตือนภัยจริงไม่มีเหตุผลต้องขอ

ผู้ที่เคยติดตั้ง BH Alert จากแหล่งที่ไม่เป็นทางการควรลบออก ตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีต่าง ๆ และเปลี่ยนข้อมูลรับรองสำคัญจากอุปกรณ์ที่เชื่อถือได้เครื่องอื่น ไม่ใช่จากเครื่องที่ต้องสงสัยว่าติดเชื้อ เนื่องจากกลไกฝังตัวมีหลายชั้น การรีเซ็ตเป็นค่าจากโรงงานเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยกว่าการไล่ลบทีละองค์ประกอบ

องค์กรที่บริหารจัดการอุปกรณ์พกพาควรบล็อกการติดตั้งจากแหล่งที่ไม่รู้จักผ่านนโยบาย MDM ตรวจสอบรายการแอปที่ได้สิทธิ์ Accessibility และรายการโปรไฟล์ VPN บนเครื่องพนักงานเป็นระยะ และตั้งการเฝ้าระวังตัวบ่งชี้ในตารางด้านล่างบนอุปกรณ์ป้องกันขอบเครือข่าย

สำหรับบัญชีที่สำคัญ ควรย้ายจากการยืนยันตัวตนด้วย OTP ทาง SMS ไปใช้แอปยืนยันตัวตนหรือกุญแจฮาร์ดแวร์แทน เพราะมัลแวร์ที่อ่าน SMS ได้บนเครื่องเดียวกับที่ใช้ทำธุรกรรมทำให้ปัจจัยที่สองไม่เหลือคุณค่าในการป้องกัน

Indicators of Compromise (IoCs)

หมายเหตุ: ตัวบ่งชี้ประเภท IP และโดเมนถูก defang ไว้เพื่อป้องกันการเปิดหรือเชื่อมโยงโดยไม่ตั้งใจ ควร re-fang เฉพาะภายในแพลตฟอร์มข่าวกรองที่ควบคุมได้อย่าง MISP, VirusTotal หรือ SIEM ขององค์กรเท่านั้น

ประเภทตัวบ่งชี้คำอธิบาย
Package namecom.kit.kittyแพ็กเกจแอปที่เป็นอันตรายตัวแรก
File hash (MD5)9694294addbe58be93ddbb6cabc499ceแฮชที่เกี่ยวข้องกับ com.kit.kitty
Package namecom.kisa.octagonpanelแพ็กเกจของแอปลูกที่เป็นตัว RAT
File hash (MD5)58330aaf1f533e9fe03b6355c60347b4แฮชที่เกี่ยวข้องกับ com.kisa.octagonpanel
C2 server209.99.184[.]50:4444เซิร์ฟเวอร์สั่งการและควบคุม
URLhxxps://download.alertbh[.]info/BH-Alert.apkจุดดาวน์โหลดไฟล์ APK ที่เป็นอันตราย
URLhxxps://bh-alert[.]com/assets/BH-Alert.apkจุดดาวน์โหลดไฟล์ APK ที่เป็นอันตราย
URLhxxps://playgoogle.bh-alert[.]comโครงสร้างพื้นฐานหน้าฟิชชิง

แหล่งอ้างอิง