สรุปสั้น

บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด หรือ TSD ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) และทำหน้าที่เป็นนายทะเบียนหลักทรัพย์กลางของตลาดทุนไทย ได้ออกประกาศเตือนภัยไซเบอร์เมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ว่าตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลของผู้ใช้บริการในระบบ TSD Investor Portal โดยไม่ได้รับอนุญาต ส่งผลให้ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนของนักลงทุนรั่วไหลออกไป โดยข้อมูลที่ได้รับผลกระทบ ได้แก่ ชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประจำตัวประชาชน ชื่อสมาชิกผู้ฝากหลักทรัพย์ และเลขที่บัญชีลูกค้าของสมาชิกผู้ฝากหลักทรัพย์ ทั้งนี้ TSD ได้ดำเนินการปิดกั้นการเข้าถึงระบบงานดังกล่าวและหยุดการรั่วไหลของข้อมูลโดยทันที พร้อมยกระดับมาตรการเฝ้าระวังป้องกันภัยไซเบอร์เพิ่มขึ้น

TSD ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้กระทบเฉพาะข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนในระบบ Investor Portal ซึ่งเป็นระบบบริการอิเล็กทรอนิกส์ (e-Service) สำหรับให้ผู้ถือหุ้นตรวจสอบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์และสิทธิประโยชน์ต่างๆ แต่ไม่กระทบต่อพอร์ตการลงทุนหรือหลักทรัพย์ที่นักลงทุนถือครองอยู่ กล่าวคือหุ้นและทรัพย์สินในบัญชียังคงอยู่ครบและปลอดภัย ด้านสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้ออกมาระบุว่าได้ประสานงานกับ TSD เพื่อเร่งตรวจสอบข้อเท็จจริง หาสาเหตุ และควบคุมไม่ให้เกิดผลกระทบเพิ่มเติม พร้อมสั่งการให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และเตือนผู้ลงทุนให้ระมัดระวังมิจฉาชีพที่อาจฉวยโอกาสนำข้อมูลที่รั่วไหลไปใช้หลอกลวงหรือแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่เพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติม

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจรายงานเมื่อวันที่ 26 กรกฎาคม 2569 ว่า บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด ได้แจ้งเตือนผู้ใช้บริการระบบ TSD Investor Portal ถึงเหตุการณ์คุกคามทางไซเบอร์ที่ทำให้ข้อมูลส่วนบุคคลบางส่วนรั่วไหล โดย TSD ระบุว่าตรวจพบการเข้าถึงข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต และได้สั่งปิดระบบงานที่ได้รับผลกระทบทันทีเพื่อหยุดยั้งไม่ให้ข้อมูลรั่วไหลเพิ่ม พร้อมทั้งเดินหน้าตรวจสอบขอบเขตของเหตุการณ์และแจ้งเตือนผู้ที่อาจได้รับผลกระทบให้เพิ่มความระมัดระวัง

TSD เป็นหน่วยงานกลางที่ให้บริการงานหลังการซื้อขายหลักทรัพย์ (post-trade) ของตลาดทุนไทย ครอบคลุมทั้งงานรับฝากหลักทรัพย์ งานนายทะเบียนผู้ถือหุ้น และงานบริการผู้ลงทุน ทำให้ระบบของ TSD เก็บข้อมูลระบุตัวตนของนักลงทุนไทยไว้เป็นจำนวนมาก ระบบ Investor Portal ที่ถูกเจาะครั้งนี้เป็นช่องทางที่เปิดให้นักลงทุนรายย่อยเข้ามาตรวจสอบข้อมูลการถือครองหลักทรัพย์ เงินปันผล และการใช้สิทธิต่างๆ ด้วยตนเองผ่านอินเทอร์เน็ต การที่ข้อมูลระบุตัวตนอย่างเลขบัตรประจำตัวประชาชนหลุดออกไปพร้อมกับชื่อ-นามสกุลและวันเกิด จึงเป็นชุดข้อมูลที่มิจฉาชีพนิยมใช้ในการสวมรอยหรือยืนยันตัวตนปลอม

จนถึงขณะที่มีการรายงาน TSD ยังไม่ได้เปิดเผยจำนวนผู้ได้รับผลกระทบที่แน่ชัด สาเหตุของการถูกเจาะ หรือช่วงเวลาที่ผู้ไม่หวังดีเข้าถึงระบบ โดยระบุเพียงว่าได้ปิดระบบและหยุดการรั่วไหลแล้ว และอยู่ระหว่างการตรวจสอบร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ด้าน ก.ล.ต. ในฐานะหน่วยงานกำกับดูแลได้เข้ามาติดตามเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด และย้ำเตือนผู้ลงทุนว่าหลังจากนี้อาจมีมิจฉาชีพติดต่อเข้ามาโดยอ้างชื่อ TSD ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ ก.ล.ต. เพื่อหลอกขอข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติม รหัส OTP หรือหลอกให้โอนเงิน จึงขอให้ผู้ลงทุนตรวจสอบให้แน่ชัดก่อนให้ข้อมูลหรือทำธุรกรรมใดๆ

ข้อมูลที่รั่วไหลและการรับมือ

ข้อมูลที่ TSD ระบุว่ารั่วไหลออกไปเป็นข้อมูลระบุตัวตนของผู้ใช้บริการ ประกอบด้วยชื่อ-นามสกุล วันเดือนปีเกิด เลขบัตรประจำตัวประชาชน ชื่อสมาชิกผู้ฝากหลักทรัพย์ (บริษัทหลักทรัพย์หรือโบรกเกอร์ที่นักลงทุนเปิดบัญชีไว้) และเลขที่บัญชีลูกค้าของสมาชิกผู้ฝากหลักทรัพย์ ซึ่งแม้จะไม่ใช่รหัสผ่านหรือข้อมูลที่ใช้เข้าถึงเงินโดยตรง แต่เป็นชุดข้อมูลที่เพียงพอให้มิจฉาชีพนำไปประกอบการหลอกลวงแบบเจาะจงตัวบุคคล (targeted scam) ได้ เช่น การโทรหรือส่งข้อความโดยอ้างข้อมูลจริงของเหยื่อเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือก่อนหลอกขอข้อมูลส่วนที่เหลือ

ในด้านการรับมือ TSD ได้ปิดกั้นการเข้าถึงระบบงานที่ถูกโจมตีและหยุดการรั่วไหลทันทีที่ตรวจพบ พร้อมยกระดับการเฝ้าระวังภัยไซเบอร์ และยืนยันว่าหลักทรัพย์และพอร์ตการลงทุนของผู้ถือหุ้นไม่ได้รับผลกระทบ ขณะที่ ก.ล.ต. ได้สั่งการให้ TSD รายงานข้อเท็จจริงและดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พร้อมประสานการตรวจสอบเพื่อป้องกันผลกระทบลุกลาม เหตุการณ์นี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน และคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับขอบเขตความเสียหายและจำนวนผู้ได้รับผลกระทบในระยะถัดไป

ผลกระทบต่อไทย

เหตุการณ์นี้กระทบไทยโดยตรง เพราะ TSD เป็นโครงสร้างพื้นฐานกลางของตลาดทุนที่เก็บข้อมูลนักลงทุนไทยแทบทั้งระบบ การรั่วไหลของเลขบัตรประจำตัวประชาชนพร้อมชื่อ-นามสกุลและวันเกิด ถือเป็นความเสี่ยงระยะยาวต่อผู้ลงทุน เพราะข้อมูลเหล่านี้เปลี่ยนแปลงไม่ได้เหมือนการเปลี่ยนรหัสผ่าน และมักถูกนำไปใช้ในการหลอกลวงทางการเงิน การสวมรอยเปิดบัญชี หรือการยืนยันตัวตนปลอมได้อีกนาน สิ่งที่น่ากังวลเป็นพิเศษคือความเสี่ยงจากมิจฉาชีพที่จะฉวยจังหวะนี้แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ TSD ตลาดหลักทรัพย์ฯ หรือ ก.ล.ต. ติดต่อเหยื่อโดยใช้ข้อมูลจริงที่หลุดออกไปเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งเป็นรูปแบบการหลอกลวงที่ได้ผลสูงและยากต่อการแยกแยะ นอกจากนี้ เหตุการณ์นี้ยังสะท้อนว่าแม้แต่หน่วยงานในภาคการเงินที่มีมาตรฐานความปลอดภัยสูงก็ยังตกเป็นเป้าหมาย จึงเป็นสัญญาณเตือนให้องค์กรไทยที่ถือครองข้อมูลส่วนบุคคลจำนวนมากต้องทบทวนมาตรการปกป้องข้อมูลและแผนรับมือเหตุข้อมูลรั่วอย่างจริงจัง

คำแนะนำ

สำหรับนักลงทุนที่ใช้บริการ TSD Investor Portal ควรตั้งสมมติฐานว่าข้อมูลระบุตัวตนของตนอาจหลุดออกไปแล้ว และเพิ่มความระมัดระวังเป็นพิเศษกับการติดต่อที่อ้างชื่อ TSD ตลาดหลักทรัพย์ฯ ก.ล.ต. หรือโบรกเกอร์ โดยหากมีผู้ติดต่อมาขอข้อมูลส่วนตัวเพิ่มเติม รหัส OTP รหัสผ่าน หรือให้โอนเงิน ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพ และตรวจสอบกลับผ่านช่องทางทางการของหน่วยงานนั้นโดยตรงเสมอ ไม่ควรกดลิงก์หรือให้ข้อมูลผ่านช่องทางที่ผู้ติดต่อส่งมา ควรเปลี่ยนรหัสผ่านบัญชีที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและเปิดใช้การยืนยันตัวตนสองชั้น (MFA) ทุกที่ที่ทำได้ รวมถึงหมั่นตรวจสอบความเคลื่อนไหวของบัญชีหลักทรัพย์และบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอ หากพบธุรกรรมผิดปกติหรือถูกแอบอ้างเปิดบัญชี ให้รีบแจ้งโบรกเกอร์ ธนาคาร และแจ้งความออนไลน์ที่ศูนย์รับแจ้งความออนไลน์ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สายด่วน 1441) โดยเร็ว ส่วนองค์กรที่ให้บริการแบบพอร์ทัลออนไลน์คล้ายกัน ควรทบทวนการควบคุมการเข้าถึงข้อมูล จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงข้อมูลส่วนบุคคลตามความจำเป็น และตรวจสอบ log การเข้าถึงเพื่อให้ตรวจจับการเข้าถึงที่ผิดปกติได้เร็วขึ้น

แหล่งอ้างอิง