สรุปสั้น

ผู้ไม่หวังดีกำลังนำที่อยู่อีเมลที่ถูกเปิดเผยจากเหตุข้อมูลรั่ว ซึ่งกลุ่มกรรโชก ShinyHunters เคยปล่อยออกมา มาใช้ส่งอีเมลข่มขู่ทางเพศ (sextortion) เรียกเงิน 2,000 ดอลลาร์เป็นบิตคอยน์ อีเมลเหล่านี้อ้างว่าส่งมาจาก ShinyHunters และบอกผู้รับว่าแฮ็กเกอร์เจาะอุปกรณ์ของพวกเขาได้หลังจากได้อีเมลมาจากฐานข้อมูลบริษัทที่ถูกเจาะ อย่างไรก็ตามข้อความเหล่านี้ดูเหมือนถูกส่งโดยคนที่ดาวน์โหลดข้อมูลที่ ShinyHunters เคยปล่อยไว้ ไม่ใช่ตัวกลุ่มกรรโชกเอง โดยใช้อีเมลที่หลุดมาเพื่อทำให้คำขู่ดูน่าเชื่อถือมากขึ้น ทางเว็บไซต์ BleepingComputer พบว่ามีข้อมูลจากเหตุเจาะบริษัท Amtrak, Hallmark, Substack, Betterment, CarGurus, ADT, Panera Bread และ McGraw Hill ถูกนำมาใช้ในแคมเปญนี้ และยืนยันว่าที่อยู่อีเมลของผู้รับบางรายถูกรวมอยู่ในข้อมูลที่ ShinyHunters เคยปล่อยไว้จริง แม้อีเมลจะใช้ข้อมูลจริงมาอ้าง แต่ไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่าผู้ส่งเจาะอุปกรณ์ ติดตั้งมัลแวร์ เข้าถึงกล้อง หรือติดตามกิจกรรมของผู้รับได้จริง

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ BleepingComputer รายงานเมื่อวันที่ 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า ผู้ก่อภัยคุกคามกำลังใช้ที่อยู่อีเมลที่หลุดจากข้อมูลรั่วมาส่งอีเมลข่มขู่ทางเพศ โดยอ้างว่ามาจากกลุ่ม ShinyHunters พร้อมอ้างว่าเจาะอุปกรณ์ของเหยื่อได้หลังจากได้อีเมลมาจากฐานข้อมูลบริษัทที่ถูกเจาะ แต่จากการตรวจสอบพบว่าข้อความน่าจะถูกส่งโดยผู้ที่ดาวน์โหลดข้อมูลที่ ShinyHunters เคยปล่อยไว้ก่อนหน้า มากกว่าจะเป็นตัวกลุ่มเอง โดย BleepingComputer ได้ติดต่อกลุ่ม ShinyHunters ซึ่งปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับแคมเปญข่มขู่นี้

กลุ่มกรรโชกมักเตือนเหยื่อว่าหากไม่ยอมจ่าย ข้อมูลของลูกค้าและพนักงานจะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิดเมื่อข้อมูลที่ขโมยมาถูกเผยแพร่ แม้คำขู่เหล่านั้นมีเป้าหมายกดดันให้องค์กรจ่ายเงิน แต่แคมเปญนี้สะท้อนให้เห็นว่าข้อมูลที่รั่วออกไปแล้วสามารถถูกนำกลับมาใช้ซ้ำโดยผู้ก่อภัยคุกคามรายอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องกันได้อย่างไร แม้การใช้ที่อยู่อีเมลที่หลุดของผู้รับจะทำให้อีเมลดูน่าเชื่อถือขึ้น แต่ก็ไม่มีข้อบ่งชี้ว่าผู้ส่งเจาะอุปกรณ์ของผู้รับ ติดตั้งมัลแวร์ เข้าถึงกล้อง หรือเฝ้าติดตามกิจกรรมบนเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ตามที่กล่าวอ้างแต่อย่างใด

ShinyHunters data leaks fuel $2,000 sextortion email scam

รายละเอียดการหลอกลวง

ในอีเมลที่ BleepingComputer พบ ข้อความถูกส่งจากที่อยู่อีเมลแบบสุ่มโดยใช้ชื่อผู้ส่งว่า “ShinyHunters” หรือ “You’ve Been HACKED” และมีหัวข้อว่า “Information about your online security” เนื้อความอ้างว่ามาจากกลุ่มแฮ็ก ShinyHunters และระบุว่าผู้โจมตีเข้าถึงอุปกรณ์ของผู้รับได้ตั้งแต่หลายเดือนก่อน จากนั้นผู้ส่งจะระบุชื่อบริษัทที่ ShinyHunters เคยเผยแพร่ข้อมูลไว้ พร้อมอ้างว่าเหตุเจาะครั้งนั้นทำให้เข้าถึงบัญชีอีเมลของผู้รับได้ ตัวอย่างเช่นอ้างว่าเข้าถึงฐานข้อมูลของ CarGurus ที่ผู้รับมีบัญชีอยู่ แล้วจึงเข้าถึงอีเมลได้ง่ายๆ

อีเมลอ้างเท็จต่อไปว่าผู้โจมตี “ติดตั้ง exploit” บนคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์ของเหยื่อ ทำให้เข้าถึงไมโครโฟน กล้อง แป้นพิมพ์ รูปภาพ ประวัติการเข้าเว็บ บทสนทนา และรายชื่อผู้ติดต่อได้ จากนั้นผู้ส่งจะอ้างว่าบันทึกภาพผู้รับขณะเข้าชมเว็บไซต์สำหรับผู้ใหญ่ และขู่จะแชร์วิดีโอส่วนตัวให้เพื่อน เพื่อนร่วมงาน และครอบครัว เพื่อป้องกันการปล่อยวิดีโอ เหยื่อจะถูกสั่งให้ส่งเงิน 2,000 ดอลลาร์เป็นบิตคอยน์ภายใน 48 ชั่วโมง และเตือนไม่ให้แจ้งตำรวจ ตอบกลับ หรือรีเซ็ตอุปกรณ์ โดยอ้างว่าข้อมูลที่ขโมยมาถูกเก็บไว้บนเซิร์ฟเวอร์ระยะไกล

อีเมลลักษณะนี้เรียกว่าอีเมลข่มขู่ทางเพศ (sextortion) ออกแบบมาเพื่อทำให้ผู้รับหวาดกลัวจนยอมจ่ายเงินเพราะกังวลว่าชื่อเสียงจะเสียหายต่อหน้าเพื่อน ครอบครัว และเพื่อนร่วมงาน แต่ในความเป็นจริงไม่มีสิ่งใดบ่งชี้ว่าผู้ส่งเคยเข้าถึงอุปกรณ์หรือกิจกรรมส่วนตัวของผู้รับเลย ผู้โจมตีเพียงนำรายละเอียดจากข้อมูลที่หลุดออกมาเผยแพร่ เช่นที่อยู่อีเมลและชื่อบริษัทที่ถูกเจาะ มาทำให้สแกมดูเหมือนพุ่งเป้ามาที่เหยื่อโดยเฉพาะ ทั้งนี้สแกมประเภทนี้เคยทำเงินได้มากเมื่อปรากฏครั้งแรกในปี 2561 โดยสร้างรายได้กว่า 50,000 ดอลลาร์ในสัปดาห์เดียว แคมเปญรอบนี้ดูเหมือนเริ่มตั้งแต่เดือนเมษายน โดยมีผู้คนและองค์กรจำนวนมากรายงานข้อความคล้ายกัน ตัวอย่างเช่นบริษัท Betterment ที่ออกมายืนยันว่าทราบว่าลูกค้าบางรายได้รับอีเมลข่มขู่ และย้ำว่า “การรู้ที่อยู่อีเมลไม่ได้ทำให้ใครสามารถติดตั้งมัลแวร์หรือเข้าถึงอุปกรณ์ของใครได้”

ผลกระทบต่อไทย

แม้เหตุการณ์นี้จะอ้างอิงข้อมูลรั่วของบริษัทในต่างประเทศเป็นหลัก แต่รูปแบบการหลอกลวงเป็นเทคนิคสากลที่นำมาใช้กับคนไทยได้ทันที เพราะข้อมูลอีเมลของคนไทยจำนวนมากก็เคยหลุดจากเหตุข้อมูลรั่วของบริการต่างๆ ทั่วโลกเช่นกัน ผู้ที่เคยสมัครใช้บริการเว็บต่างประเทศที่ถูกเจาะ อาจได้รับอีเมลข่มขู่ลักษณะนี้ที่อ้างชื่อบริษัทจริงและอีเมลจริงของตนเอง ทำให้ดูน่าเชื่อและสร้างความตื่นตระหนก จุดสำคัญที่ต้องเข้าใจคือการที่ผู้ส่งรู้อีเมลหรือชื่อบริษัทที่เคยสมัคร ไม่ได้แปลว่าเขาเจาะอุปกรณ์หรือมีวิดีโอของเราจริง มันเป็นเพียงการนำข้อมูลที่หลุดสาธารณะมาปะติดปะต่อเพื่อข่มขู่เท่านั้น

คำแนะนำ

ผู้ที่ได้รับอีเมลข่มขู่ลักษณะนี้ไม่ควรจ่ายเงินค่าไถ่และไม่ควรตอบกลับผู้ส่ง ควรลบอีเมลทิ้ง ไม่คลิกลิงก์หรือเปิดไฟล์แนบ หากกังวลเรื่องบัญชีที่อาจหลุด ควรเปลี่ยนรหัสผ่านของบัญชีที่เกี่ยวข้องและเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) รวมถึงตรวจสอบว่าอีเมลของตนเคยอยู่ในเหตุข้อมูลรั่วใดบ้างผ่านบริการอย่าง Have I Been Pwned องค์กรควรสื่อสารเตือนพนักงานและลูกค้าให้รู้เท่าทันสแกมประเภทนี้ เพื่อลดโอกาสที่จะตกใจและจ่ายเงินให้ผู้หลอกลวง

หมายเหตุ: อีเมลข่มขู่ทางเพศเป็นการหลอกลวงที่อาศัยความกลัวและความอับอาย หากรู้สึกไม่สบายใจหรือถูกกดดัน สามารถปรึกษาคนที่ไว้ใจหรือแจ้งตำรวจไซเบอร์ได้ ไม่ควรจ่ายเงินหรือทำตามคำขู่

แหล่งอ้างอิง