สรุปสั้น
องค์กรตำรวจสหภาพยุโรป (Europol) แจ้งลบเนื้อหาออนไลน์รวม 4,340 URL ในปฏิบัติการที่กินเวลาหลายสัปดาห์ เพื่อกวาดล้างเนื้อหาที่เชื่อมโยงกับ “The Com” ซึ่งเป็นเครือข่ายกลุ่มหัวรุนแรงแบบไร้ศูนย์กลาง (nihilistic violent extremist) ที่รวมตัวกันแบบหลวม ๆ โดยนักสืบจาก 9 ประเทศ ได้แก่ เบลเยียม ฟินแลนด์ ฮังการี ไอร์แลนด์ ลักเซมเบิร์ก เนเธอร์แลนด์ โปรตุเกส สเปน และสวีเดน ได้เข้าร่วมในสิ่งที่ Europol เรียกว่า “Referral Action Days” ระหว่างเดือนมิถุนายนถึงกรกฎาคม พ.ศ. 2569 ปฏิบัติการร่วมนี้เชื่อมโยงกับวาระต่อต้านการก่อการร้าย ProtectEU ของคณะกรรมาธิการยุโรป และจัดโดยหน่วย EU Internet Referral Unit (EU IRU) ของ Europol ร่วมกับศูนย์ข่าวกรองต่อต้านการก่อการร้ายและองค์กรอาชญากรรมของสเปน (CITCO)
สิ่งที่ทำให้ The Com เป็นประเด็นด้านความมั่นคงไซเบอร์คือ เครือข่ายนี้มีกลุ่มย่อยชื่อ Cyber Com ที่รับผิดชอบการเจาะระบบเครือข่ายและการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ (ransomware) โดยตรง อีกทั้งเครือข่ายในภาพรวมยังถูกเชื่อมโยงกับเหตุโจมตีระดับสูงหลายครั้ง ทั้งกรณีคาสิโนในลาสเวกัสเมื่อเดือนกันยายน 2566 และห้างค้าปลีกอังกฤษอย่าง Marks & Spencer, Co-op และ Harrods เมื่อเดือนเมษายน 2568 ปฏิบัติการครั้งนี้จึงมุ่งตัดวงจรระบบนิเวศออนไลน์ของ The Com จำกัดการเผยแพร่เนื้อหาอันตราย และสร้างเบาะแสใหม่สำหรับการสืบสวน
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ BleepingComputer รายงานเมื่อวันที่ 24 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า Europol ได้แจ้งลบ 4,340 URL ในปฏิบัติการหลายสัปดาห์ที่มุ่งเป้าเนื้อหาออนไลน์ซึ่งเชื่อมโยงกับ The Com โดยเนื้อหาที่อ้างอิงในปฏิบัติการนี้รวมถึงวิดีโอและภาพที่เกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง เนื้อหาการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก (CSAM) การทารุณกรรมสัตว์ และการโจมตีรุนแรง Europol ระบุว่าเนื้อหาของ The Com เต็มไปด้วยภาษาที่เข้ารหัสและอิโมจิที่ผู้ใหญ่อาจถอดความได้ยาก แต่แฝงข้อความชักจูงไปในทางอันตราย
Europol อธิบายว่า The Com (ย่อมาจาก Community) เป็นเครือข่ายแบบกระจายศูนย์ที่ขาดอุดมการณ์ร่วมกัน โดยบางฝ่ายยึดถือแนวคิดหัวรุนแรงขวาจัดและแนวคิดเร่งการล่มสลายของสังคม (accelerationism) กลุ่มในเครือ The Com ใช้โซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันส่งข้อความ และแพลตฟอร์มเกมในการชักชวนและหลอกล่อเหยื่อ ก่อนจะดึงเข้าสู่ฟอรัมและห้องแชตส่วนตัวที่ใช้บีบบังคับข่มขู่ (extortion) เป็นเครื่องมือควบคุมเหยื่อให้อยู่ภายใต้อิทธิพลต่อไป
ปฏิบัติการครั้งนี้ต่อยอดจาก Project Compass ซึ่งเป็นปฏิบัติการระยะยาวหนึ่งปีที่เริ่มในเดือนมกราคม 2568 นำโดยศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายแห่งยุโรป (European Counter Terrorism Centre) ของ Europol และรวมหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจาก 28 ประเทศ ตามที่ BleepingComputer เคยรายงานเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ ความพยายามในวงกว้างนี้นำไปสู่การจับกุม 30 ราย ระบุตัวผู้ต้องสงสัย 179 ราย และเหยื่อ 62 ราย
เจาะลึกโครงสร้างเครือข่าย The Com
ตามประกาศของ Europol เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ The Com ถูกจัดโครงสร้างเป็นกลุ่มย่อยหลายกลุ่ม โดยกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงไซเบอร์โดยตรงคือ Cyber Com ซึ่งจัดการเรื่องการบุกรุกเครือข่าย (network intrusion) และการโจมตีด้วยแรนซัมแวร์ ส่วนกลุ่มย่อยอื่น ๆ ได้แก่ Offline Com ที่ส่งเสริมการทำลายทรัพย์สินและการก่อการร้าย, (S)extortion Com ที่บีบบังคับเยาวชนและส่งเสริมการทำร้ายตัวเอง และกลุ่ม 764 ที่ปรากฏขึ้นในปี 2564 และมีชื่อเสียงในทางลบเรื่องการหลอกล่อเยาวชนให้ผลิตเนื้อหาที่นำไปใช้แบล็กเมล
ในแง่มุมของอาชญากรรมไซเบอร์ The Com ถือเป็นระบบนิเวศที่บ่มเพาะผู้ก่อภัยคุกคามรุ่นใหม่ ตัวเครือข่ายเคยถูกเชื่อมโยงกับเหตุโจมตีแรนซัมแวร์ระดับสูงหลายครั้ง โดยเฉพาะกรณีการเจาะระบบคาสิโนในลาสเวกัสเมื่อเดือนกันยายน 2566 และการโจมตีห้างค้าปลีกอังกฤษ Marks & Spencer, Co-op และ Harrods เมื่อเดือนเมษายน 2568 ซึ่งสร้างความเสียหายทางธุรกิจอย่างมหาศาล สำหรับด้านการล่วงละเมิดเยาวชน ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้นำกลุ่ม 764 สองราย (นาย Prasan Nepal อายุ 20 ปี และนาย Leonidas Varagiannis อายุ 21 ปี) ถูกจับกุมในเดือนเมษายน 2568 และกำลังเผชิญโทษจำคุกตลอดชีวิตจากการดำเนินเครือข่ายแสวงหาประโยชน์จากเด็กระดับนานาชาติ
ผลกระทบต่อไทย
แม้ปฏิบัติการนี้จะเกิดในยุโรป แต่ The Com เป็นเครือข่ายที่ทำงานข้ามพรมแดนบนแพลตฟอร์มออนไลน์ที่ใช้กันทั่วโลก ทั้งโซเชียลมีเดีย แอปพลิเคชันแชต และแพลตฟอร์มเกม ซึ่งเยาวชนไทยก็ใช้งานเช่นกัน วิธีการชักชวนและหลอกล่อเหยื่อผ่านช่องทางเหล่านี้จึงสามารถเข้าถึงเด็กและเยาวชนไทยได้ไม่ต่างกัน ผู้ปกครอง ครู และหน่วยงานที่ดูแลความปลอดภัยเด็กออนไลน์จึงควรตระหนักถึงรูปแบบการล่อลวงที่ใช้ภาษาเข้ารหัสและอิโมจิเพื่อหลบเลี่ยงการตรวจจับของผู้ใหญ่
ในมุมความมั่นคงไซเบอร์ระดับองค์กร The Com เป็นแหล่งบ่มเพาะผู้ก่อภัยคุกคามที่ใช้เทคนิควิศวกรรมสังคม (social engineering) และการหลอกล่อพนักงานเป็นจุดตั้งต้นในการเจาะระบบ ดังที่เห็นในเหตุโจมตีคาสิโนและห้างค้าปลีกที่ผ่านมา องค์กรไทยจึงควรเสริมความตระหนักรู้ให้พนักงานเรื่องการโจมตีแบบหลอกลวงผ่านโทรศัพท์ (vishing) และการปลอมตัวเป็นฝ่าย IT ซึ่งเป็นแนวทางที่ผู้ก่อภัยจากระบบนิเวศนี้ถนัด
คำแนะนำ
ผู้ปกครองและสถานศึกษาควรเฝ้าระวังพฤติกรรมการใช้แพลตฟอร์มออนไลน์ของเยาวชน โดยเฉพาะการติดต่อจากบุคคลแปลกหน้าผ่านเกมและแอปแชต และพูดคุยให้เด็กกล้าเปิดเผยเมื่อถูกข่มขู่หรือบีบบังคับ หากพบเนื้อหาหรือการล่วงละเมิดควรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทันที ในระดับองค์กร ทีมความมั่นคงควรฝึกอบรมพนักงานให้รู้เท่าทันการโจมตีแบบวิศวกรรมสังคมและ vishing บังคับใช้กระบวนการยืนยันตัวตนที่รัดกุมสำหรับการรีเซ็ตรหัสผ่านหรือการเข้าถึงระบบสำคัญ และเปิดใช้การยืนยันตัวตนหลายปัจจัย (MFA) ที่ทนต่อการฟิชชิงเพื่อลดโอกาสที่ผู้โจมตีจะยึดบัญชีได้จากการหลอกล่อพนักงาน
หมายเหตุ: ข่าวนี้เกี่ยวข้องกับประเด็นอ่อนไหว ทั้งการล่วงละเมิดเยาวชนและการทำร้ายตัวเอง หากคุณหรือคนใกล้ตัวได้รับผลกระทบ สามารถขอความช่วยเหลือจากสายด่วนสุขภาพจิต 1323 หรือหน่วยงานคุ้มครองเด็กในพื้นที่ได้
