สรุปสั้น
แคมเปญโฆษณาอันตราย (malvertising) บนบริการค้นหา Bing กำลังดันตัวติดตั้งแอปเดสก์ท็อป Claude ปลอมที่โฮสต์อยู่บนโดเมน Claude.ai ของแท้ เพื่อแพร่มัลแวร์ SectopRAT โดยนักวิจัยเรียกปฏิบัติการนี้ว่า FakeAgent และพบว่ามีอย่างน้อย 29 องค์กรถูกเจาะในช่วงวันที่ 21-22 กรกฎาคม 2569 กลวิธีที่ผู้โจมตีใช้คือการอาศัย Claude Artifact ที่เป็นอันตรายซึ่งโฮสต์อยู่บนโดเมนของแท้ของ Claude ซึ่งเป็นเทคนิคเดียวกับที่เคยถูกใช้เมื่อต้นปีเพื่อแพร่มัลแวร์บน macOS ผ่านการล่อลวงแบบ ClickFix นักวิจัยของบริษัท Huntress พบว่า Claude Artifact อันตรายนี้ถูกดาวน์โหลดไปแล้ว 7,100 ครั้งก่อนที่ Anthropic จะลบออก และมันจะพาผู้เข้าชมไปยังเว็บไซต์ที่โฮสต์ตัวติดตั้งปลอมชื่อ ClaudeDesktop.exe
จุดที่แนบเนียนคือ ไฟล์ ClaudeDesktop.exe แท้จริงเป็นคอมโพเนนต์ Chromium ของ JetBrains ที่มีลายเซ็นถูกต้อง แต่ถูกใช้ side-load ไฟล์ DLL อันตราย (libcef.dll) เพื่อปล่อยโทรจันเข้าถึงระยะไกล SectopRAT ที่มีความสามารถขโมยข้อมูล ส่วนการฝังตัวคงอยู่ในเครื่องทำผ่านไฟล์ปฏิบัติการอีกตัวชื่อ DockerDesktop.exe ที่ติดตั้ง scheduled task เอาไว้ ตัวโหลดและส่วนประกอบต่าง ๆ ในห่วงโซ่การติดมัลแวร์ยังมีกลไกต้านการวิเคราะห์ ทั้งการแพ็กด้วย VMProtect การตรวจจับเวลาของ shader การเช็ก GPU/VRAM และการตรวจจับเครื่องเสมือน (VM)
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ BleepingComputer รายงานเมื่อวันที่ 23 กรกฎาคม 2569 ว่า มีแคมเปญ malvertising บน Bing ที่ใช้โฆษณาแบบสปอนเซอร์ดันตัวติดตั้งแอป Claude ปลอมเพื่อแพร่มัลแวร์ SectopRAT โดยนักวิจัยตั้งชื่อปฏิบัติการนี้ว่า FakeAgent พบองค์กรอย่างน้อย 29 แห่งถูกเจาะในช่วงวันที่ 21-22 กรกฎาคม
ผู้โจมตีใช้ Claude Artifact อันตรายที่โฮสต์บนโดเมนของแท้ของ Claude ซึ่งเป็นกลวิธีที่เคยถูกนำมาใช้ตั้งแต่ต้นปีเพื่อแพร่มัลแวร์ macOS ผ่านการล่อลวงแบบ ClickFix นักวิจัยของบริษัท Huntress พบว่า Claude Artifact อันตรายนี้ถูกดาวน์โหลดไป 7,100 ครั้งก่อนที่ Anthropic จะนำออก โดยมันจะนำผู้เข้าชมไปยังเว็บไซต์ที่โฮสต์ตัวติดตั้งปลอมชื่อ ClaudeDesktop.exe

อย่างไรก็ตาม ไฟล์ดังกล่าวแท้จริงเป็นคอมโพเนนต์ Chromium ของ JetBrains ที่ถูกต้องตามกฎหมาย แต่ถูกใช้ในการ side-load ไฟล์ DLL อันตราย (libcef.dll) เพื่อปล่อยโทรจันเข้าถึงระยะไกล SectopRAT ที่มีความสามารถขโมยข้อมูล ส่วนการฝังตัวในระบบทำผ่านไฟล์ปฏิบัติการอีกตัวชื่อ DockerDesktop.exe ซึ่งติดตั้ง scheduled task บริษัท Huntress ระบุว่าตัวโหลดและส่วนประกอบจัดเตรียม (staging) ต่าง ๆ ในห่วงโซ่การติดมัลแวร์มีกลไกต้านการวิเคราะห์ รวมถึงการแพ็กด้วย VMProtect การตรวจสอบเวลาของ shader การเช็ก GPU และ VRAM และการตรวจจับเครื่องเสมือน
จุดที่น่าสนใจอย่างยิ่งคือ Huntress รายงานว่าตัวเองใช้ Claude Opus 4.8 มาช่วยในการจำลอง shader การประกอบส่วนเข้ารหัสขึ้นใหม่ และการวิเคราะห์โค้ด .NET การวิเคราะห์เพย์โหลด .NET ที่ถอดรหัสแล้ว (SectopRAT) ช่วยให้ระบุได้ว่าการโจมตีเชื่อมโยงกับปฏิบัติการ SectopRAT หรือสายที่แตกออกมาใกล้เคียงกัน และเปิดทางไปสู่การวิเคราะห์โครงสร้างพื้นฐาน ในขั้นนั้นนักวิจัยพบ 10 โดเมนที่จดทะเบียนด้วยที่อยู่อีเมลเดียวกันตั้งแต่เดือนธันวาคม 2568 โดยหนึ่งในนั้นเคยถูกเชื่อมโยงกับการแพร่ StealC และถูกยึดระหว่างปฏิบัติการ Operation Endgame ทั้งนี้ Huntress ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะระบุว่าแคมเปญ FakeAgent เป็นฝีมือของคลัสเตอร์แฮ็กเกอร์กลุ่มใดที่รู้จักอย่างเฉพาะเจาะจง
รายละเอียดช่องโหว่
หัวใจของการโจมตีนี้ไม่ใช่ช่องโหว่ของซอฟต์แวร์ แต่เป็นการผสมผสาน malvertising กับ DLL side-loading ผู้โจมตีซื้อโฆษณาบน Bing เพื่อให้ผลการค้นหาแอป Claude นำไปสู่ Claude Artifact อันตรายที่โฮสต์บนโดเมน Claude.ai ของแท้ ทำให้เหยื่อไว้ใจเพราะเห็นว่าเป็นโดเมนที่ถูกต้อง จากนั้นเหยื่อจะถูกพาไปดาวน์โหลด ClaudeDesktop.exe ซึ่งเป็นไฟล์ JetBrains Chromium ของแท้ที่มีลายเซ็นถูกต้อง เมื่อรัน ไฟล์นี้จะโหลด libcef.dll ที่ถูกดัดแปลงให้เป็นอันตรายจากโฟลเดอร์เดียวกัน (DLL side-loading) เท่ากับใช้โปรแกรมที่น่าเชื่อถือเป็นตัวพา SectopRAT เข้าสู่เครื่อง
SectopRAT หรือที่รู้จักในชื่อ ArechClient2 เป็นมัลแวร์ขโมยข้อมูลที่เคลื่อนไหวมาตั้งแต่ปี 2562 มีความสามารถ HVNC (Hidden Virtual Network Computing) ที่เปิดให้ผู้โจมตีควบคุมและโต้ตอบกับเครื่องเหยื่อแบบเรียลไทม์โดยที่เหยื่อไม่เห็น มันพุ่งเป้าขโมยรหัสผ่าน ข้อมูลบัตรเครดิต ไฟล์ ข้อมูลล็อกอินและคุกกี้ในเบราว์เซอร์ ข้อมูลรับรอง FTP ข้อมูลจากแอปแชตต่าง ๆ รวมถึง Discord และ Telegram บัญชี Steam และผลิตภัณฑ์ VPN นอกจากนี้ SectopRAT ยังใช้เทคนิค EtherHiding ในการดึงที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ควบคุมและสั่งการ (C2) ที่ใช้งานได้ผ่านธุรกรรมบนบล็อกเชน BNB Smart Chain ของ Ethereum ทำให้ยากต่อการปิดกั้น เมื่อเร็ว ๆ นี้ SectopRAT ยังถูกพบว่าแพร่ผ่านแคมเปญ CastleLoader และการโจมตีแบบ ClickFix ด้วย
ผลกระทบต่อไทย
ผู้ใช้และองค์กรในไทยที่กำลังตื่นตัวกับเครื่องมือ AI อย่าง Claude เป็นกลุ่มเป้าหมายที่เข้าข่ายโดยตรง เพราะแคมเปญนี้อาศัยความนิยมและความไว้วางใจในแบรนด์ AI มาหลอกให้ดาวน์โหลดแอปปลอม ความน่ากลัวอยู่ที่ตัวติดตั้งถูกโฮสต์บนโดเมน Claude.ai ของแท้และถูกดันขึ้นมาผ่านโฆษณาบน Bing ทำให้แม้แต่ผู้ใช้ที่ระมัดระวังก็อาจหลงเชื่อ เพราะทั้ง URL และผลการค้นหาดูน่าเชื่อถือทุกอย่าง
เมื่อ SectopRAT เข้าเครื่องได้ ก็สามารถขโมยรหัสผ่าน คุกกี้ ข้อมูลบัตรเครดิต และข้อมูลจากแอปแชตของผู้ใช้ไทยได้ทันที อีกทั้งการใช้ EtherHiding ดึง C2 จากบล็อกเชนยังทำให้การปิดกั้นด้วยการบล็อกโดเมนหรือ IP แบบเดิมทำได้ยาก องค์กรไทยจึงควรตระหนักว่าภัยจากการค้นหาและดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ยอดนิยม โดยเฉพาะเครื่องมือ AI ที่กำลังมาแรง เป็นช่องทางที่ผู้โจมตีนิยมใช้มากขึ้นเรื่อย ๆ
คำแนะนำ
ผู้ใช้ที่ต้องการดาวน์โหลดซอฟต์แวร์ควรเชื่อถือเฉพาะเว็บไซต์ทางการและพอร์ทัลดาวน์โหลดที่เป็นทางการเท่านั้น หลีกเลี่ยงการคลิกผลการค้นหา โดยเฉพาะผลลัพธ์ที่เป็นโฆษณาสปอนเซอร์ เพราะผู้โจมตีนิยมซื้อโฆษณาเพื่อดันลิงก์อันตรายขึ้นมาอยู่บนสุด ควรพิมพ์ที่อยู่เว็บไซต์ทางการเข้าไปโดยตรง หรือใช้บุ๊กมาร์กที่บันทึกไว้ และตรวจสอบให้แน่ใจว่าไฟล์ที่ดาวน์โหลดมามีชื่อและลายเซ็นตรงกับที่ผู้พัฒนาระบุ
สำหรับผู้ดูแลระบบ ควรใช้โซลูชัน EDR ที่ตรวจจับพฤติกรรม DLL side-loading และการฝังตัวผ่าน scheduled task เฝ้าระวังไฟล์ปฏิบัติการที่ปลอมชื่อเป็นแอปยอดนิยมอย่าง ClaudeDesktop.exe หรือ DockerDesktop.exe ในตำแหน่งที่ผิดปกติ และตรวจสอบการเชื่อมต่อออกที่น่าสงสัย รวมถึงการเรียกใช้บล็อกเชนที่อาจเป็นการดึง C2 ผ่าน EtherHiding นอกจากนี้ควรพิจารณาจำกัดสิทธิ์การติดตั้งซอฟต์แวร์ของผู้ใช้ และอบรมพนักงานให้ระวังการดาวน์โหลดเครื่องมือ AI จากผลการค้นหาที่ไม่ใช่ช่องทางทางการ
