สรุปสั้น
สำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ (FBI) ออกประกาศบริการสาธารณะ (PSA) เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม 2569 เตือนว่ามิจฉาชีพกำลังปลอมตัวเป็นเจ้าหน้าที่ FBI โดยเฉพาะอ้างว่ามาจากศูนย์รับเรื่องร้องเรียนอาชญากรรมทางอินเทอร์เน็ต (Internet Crime Complaint Center — IC3) เพื่อหลอกผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกงทางไซเบอร์มาก่อนให้เปิดเผยข้อมูลส่วนตัวหรือจ่ายเงินเพิ่มเติม เทคนิคที่ใช้รวมถึงวิดีโอที่สร้างด้วย AI (Deepfake) แสดงภาพเจ้าหน้าที่ FBI ระดับสูงแนะนำให้ยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ IC3 ปลอมที่เลียนแบบหน้าตาเว็บจริงแทบทุกประการ รวมถึงการใช้เสียงโคลน (Voice Cloning) และการปลอมหมายเลขโทรศัพท์ (Caller ID Spoofing) เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
กลโกงนี้เรียกว่า “recovery scam” หรือ “double-dip scam” เพราะกลับมาหลอกคนที่เสียเงินไปแล้วอีกครั้ง โดยอ้างว่าสามารถกู้คืนเงินที่ถูกขโมยได้ FBI ย้ำว่า IC3 ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดียใดๆ ไม่ติดต่อผู้ร้องเรียนโดยตรงทางโทรศัพท์ อีเมล หรือแชต และไม่เรียกเก็บเงินเพื่อกู้คืนทรัพย์สิน
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ HackRead รายงานเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2569 ว่า FBI ออกประกาศ PSA ฉบับอัปเดตเกี่ยวกับกลโกงที่มิจฉาชีพปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ FBI ติดต่อผู้ที่เคยยื่นเรื่องร้องเรียนกับ IC3 หรือเคยตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกงทางอินเทอร์เน็ต ช่องทางที่ใช้ติดต่อได้แก่ อีเมล โทรศัพท์ โฆษณาบนโซเชียลมีเดีย และฟอรัมออนไลน์ เมื่อเหยื่อเริ่มเชื่อ การสนทนาจะถูกย้ายไปยังแพลตฟอร์มอย่าง Facebook Messenger หรือ Telegram
ในกรณีหนึ่งที่ FBI อธิบาย เหยื่อบอกมิจฉาชีพกลุ่มเดิมว่าจะยื่นเรื่องร้องเรียนกับ IC3 หลังจากนั้นเหยื่อถูกติดต่อผ่าน Facebook Messenger โดยคนที่อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่ FBI พร้อมส่งลิงก์สำหรับ “อัปเดตเรื่องร้องเรียน” ซึ่งลิงก์ดังกล่าวอาจนำไปสู่โค้ดอันตรายหรือแบบฟอร์มที่ออกแบบมาเพื่อขโมยข้อมูลทางการเงินเพิ่มเติม
อีกรูปแบบหนึ่งใช้วิดีโอ Deepfake ที่สร้างด้วย AI แสดงภาพเหมือนเจ้าหน้าที่ FBI ระดับสูงกำลังแนะนำให้เหยื่อยื่นเรื่องร้องเรียนผ่านเว็บไซต์ IC3 ปลอม เว็บไซต์ปลอมคัดลอกรูปลักษณ์และเนื้อหาของเว็บจริงแต่ลิงก์ส่วนใหญ่วนกลับไปหน้าแรก แบบฟอร์มร้องเรียนขอชื่อ เบอร์โทร อีเมล ประเภทการโกง และมูลค่าความเสียหาย เมื่อกดส่งจะได้รับหมายเลขอ้างอิงพร้อมแจ้งว่าจะมีคนติดต่อกลับ นอกจากนี้ มิจฉาชีพยังใช้เสียงโคลนและการปลอมหมายเลขโทรศัพท์ระหว่างการโทรสดเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
วิธีการโจมตี
กลโกง recovery scam นี้มีขั้นตอนหลัก 3 ขั้น:
ขั้นที่ 1 — คัดเลือกเป้าหมาย: มิจฉาชีพเลือกคนที่เคยตกเป็นเหยื่อการฉ้อโกงทางไซเบอร์มาก่อน โดยอาจได้รายชื่อจากแก๊งเดิมที่เคยหลอกเหยื่อ หรือจากฟอรัมออนไลน์ที่เหยื่อไปขอความช่วยเหลือ
ขั้นที่ 2 — สร้างความน่าเชื่อถือ: ใช้วิดีโอ Deepfake ของเจ้าหน้าที่ FBI ระดับสูง เว็บไซต์ปลอมที่เลียนแบบ IC3.gov โปรไฟล์โซเชียลมีเดียปลอม และเทคนิค Voice Cloning + Caller ID Spoofing ทำให้เหยื่อเชื่อว่ากำลังคุยกับเจ้าหน้าที่รัฐตัวจริง
ขั้นที่ 3 — ขโมยเงินหรือข้อมูล: เมื่อเหยื่อเชื่อแล้ว มิจฉาชีพจะขอให้จ่ายเงินเพื่อ “กู้คืนเงินที่ถูกขโมย” ผ่านสกุลเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) บัตรของขวัญ (Gift Card) หรือโอนเงิน หรือขอข้อมูลทางการเงินเพิ่มเติมผ่านแบบฟอร์มบนเว็บปลอม
ผลกระทบต่อไทย
กลโกงประเภท recovery scam มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในไทยเช่นกัน โดยเฉพาะรูปแบบที่ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานรัฐ ซึ่งมีลักษณะคล้ายกับกลโกง “แก๊งคอลเซ็นเตอร์” ที่คนไทยคุ้นเคย เทคนิค Deepfake และ Voice Cloning ที่ FBI เตือนนี้สามารถนำมาใช้ปลอมเป็นเจ้าหน้าที่ไทยได้เช่นกัน และการที่เทคโนโลยีเหล่านี้เข้าถึงง่ายขึ้นทำให้ความเสี่ยงเพิ่มขึ้น ผู้ที่เคยตกเป็นเหยื่อแก๊งคอลเซ็นเตอร์หรือกลโกงออนไลน์ควรระวังเป็นพิเศษ เพราะอาจถูกเลือกเป็นเป้าหมายอีกครั้ง
คำแนะนำ
- หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจริงจะไม่ขอเงินเพื่อกู้คืนทรัพย์สิน — ไม่ว่าจะเป็นสกุลเงินดิจิทัล บัตรของขวัญ หรือโอนเงิน หากถูกเรียกเก็บเงิน ให้สันนิษฐานว่าเป็นมิจฉาชีพ
- ตรวจสอบ URL ด้วยตนเอง — พิมพ์
ic3.govในเบราว์เซอร์โดยตรงและยืนยันว่า URL ลงท้ายด้วย.govอย่าคลิกลิงก์จากผลค้นหาแบบโฆษณาหรือจากคนแปลกหน้า - IC3 ไม่มีบัญชีโซเชียลมีเดีย — ไม่ติดต่อผู้ร้องเรียนผ่าน Facebook, Telegram หรือแชตใดๆ ถ้ามีคนติดต่อผ่านช่องทางเหล่านี้อ้างว่าเป็น IC3 ให้ถือว่าเป็นการหลอกลวง
- ระวังวิดีโอ Deepfake — แม้วิดีโอจะดูเหมือนเจ้าหน้าที่จริง ไม่ได้หมายความว่าเป็นของจริง ตรวจสอบกับหน่วยงานโดยตรงผ่านหมายเลขโทรศัพท์ที่ค้นหาเอง
- หากถูกติดต่อโดยคนอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ FBI หรือหน่วยงานไทย บันทึกข้อมูลผู้ติดต่อ (ชื่อ เบอร์โทร โปรไฟล์ เว็บไซต์) แล้วแจ้ง FBI ผ่าน ic3.gov จริง หรือแจ้งตำรวจไซเบอร์ไทย
