สรุปสั้น
บริษัท LG กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก หลังผู้ใช้จำนวนมากพบว่าการเสียบจอมอนิเตอร์ LG บางรุ่นเข้ากับคอมพิวเตอร์ Windows จะทำให้ระบบดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชันชื่อ LG Monitor App Installer ให้โดยอัตโนมัติผ่านช่องทาง Windows Update ซึ่งเป็นช่องทางเดียวกับที่ใช้ส่งแพตช์ความปลอดภัย โดยไม่มีหน้าจอขออนุญาตหรือแจ้งเตือนใดๆ ให้เจ้าของเครื่องกดยืนยันเลย และสิ่งแรกที่ผู้ใช้เห็นจากแอปตัวนี้ก็คือโฆษณาขายแอนตี้ไวรัสของ McAfee ที่เด้งขึ้นมา แอปยังตั้งตัวเองให้ทำงานทุกครั้งที่เปิดเครื่อง ทำให้โฆษณากลับมาซ้ำแม้ผู้ใช้จะรีบูตเครื่องไปแล้วก็ตาม ทั้งที่เจ้าของเครื่องไม่เคยร้องขอให้ติดตั้งซอฟต์แวร์นี้ตั้งแต่แรก
ช่อง YouTube ชื่อดังด้านฮาร์ดแวร์อย่าง Gamers Nexus ได้ทดลองทำซ้ำจนพบพฤติกรรมเดียวกัน โดยจากการบูตเครื่องติดต่อกัน 32 ครั้ง แอปเด้งโฆษณา McAfee ขึ้นมาถึง 31 ครั้ง ส่วนอีกครั้งเดียวเป็นการโปรโมตเครื่องมือของ LG เอง มุมที่ทำให้เรื่องนี้เป็นประเด็นด้านความปลอดภัยไม่ใช่แค่เรื่องน่ารำคาญ คือแอปตัวนี้ประกาศความสามารถไว้ในหน้า Microsoft Store ว่าเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้และใช้ทรัพยากรระบบทั้งหมดได้ ซึ่งตรงกับสิทธิ์ที่ทาง Microsoft เรียกว่า runFullTrust อันหมายถึงการทำงานนอกแซนด์บ็อกซ์ AppContainer ของ Windows ยิ่งไปกว่านั้นพฤติกรรมนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะจอรุ่นใหม่ เพราะจอที่ซื้อมาแล้วสามปีก็เจอปัญหาเดียวกัน
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ HackRead รายงานเมื่อวันที่ 20 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า บริษัท LG กำลังเผชิญเสียงวิจารณ์ หลังผู้ใช้พบว่าการเชื่อมต่อจอมอนิเตอร์ LG บางรุ่นเข้ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ Windows สามารถทำให้ระบบติดตั้งแอปพลิเคชันที่โปรโมตการสมัครใช้งานแอนตี้ไวรัส McAfee แบบเสียเงินได้โดยอัตโนมัติ โดยแอป LG Monitor App Installer เดินทางมาถึงเครื่องผ่าน Windows Update ซึ่งไม่มีการแสดงหน้าต่างขออนุมัติ และสิ่งแรกที่ผู้ใช้ได้เห็นและมีปฏิสัมพันธ์ด้วยอาจเป็นตัวโฆษณาเสียเอง
กระบวนการเริ่มต้นเมื่อ Windows ระบุได้ว่ามีจอแสดงผลรุ่นใดเชื่อมต่ออยู่ จากนั้นระบบจะดึงแพ็กเกจส่วนขยายและองค์ประกอบซอฟต์แวร์ของ LG ลงมา แล้วจึงติดตั้งแอปพลิเคชันจาก Microsoft Store ซึ่งในหน้ารายละเอียดของแอประบุความสามารถไว้ว่าเข้าถึงอินเทอร์เน็ตได้และใช้ทรัพยากรของระบบได้ทั้งหมด
ช่อง YouTube ชื่อดัง Gamers Nexus ได้ทดลองทำซ้ำกระบวนการนี้ด้วยจอ LG UltraGear 34GX900A-B โดยเครื่องมือ Windows Reliability Monitor แสดงให้เห็นว่าแอป LG Monitor App Installer ปรากฏขึ้นหลังจาก Windows Update ติดตั้งแพ็กเกจของ LG ไปแล้วประมาณหนึ่งนาที โดยไม่มีคำขอติดตั้งหรือหน้าจอให้ยินยอมใดๆ ทั้งสิ้น และตลอดการบูตระบบติดต่อกัน 32 ครั้ง แอปแสดงโฆษณาโปรโมต McAfee ถึง 31 ครั้ง ส่วนอีกหนึ่งครั้งที่เหลือเป็นการโปรโมตเครื่องมือจัดการจอภาพของ LG เอง ทั้งนี้ตามรายงานของเว็บไซต์ VideoCardz ข้อเสนอของ McAfee ที่เด้งขึ้นมาเป็นการทดลองใช้ฟรี 30 วัน ซึ่งจะแปลงเป็นการสมัครสมาชิกแบบเสียเงินในภายหลัง เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วแอปจะลงทะเบียนตัวเองให้ทำงานทุกครั้งที่ Windows เริ่มทำงาน ทำให้ข้อความโปรโมตกลับมาอีกหลังการรีบูตครั้งถัดๆ ไป
เจ้าของเครื่องไม่สามารถสันนิษฐานได้ว่าพฤติกรรมนี้เกิดเฉพาะกับฮาร์ดแวร์รุ่นใหม่เท่านั้น เพราะทีมงาน Gamers Nexus ได้รับป็อปอัปแบบเดียวกันจากจอ LG UltraFine 32UN880-B ที่ซื้อมาตั้งแต่สามปีก่อนและใช้งานอยู่ในสำนักงานอยู่แล้ว ขณะที่รายงานเรื่อง LG Monitor App Installer โผล่มาโดยไม่ได้รับอนุมัตินั้นมีมาตั้งแต่อย่างน้อยปี 2567 แต่ในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมามีผู้ใช้รายงานเรื่องโฆษณา McAfee มากขึ้น ซึ่งอาจบ่งชี้ว่า LG เปิดใช้ตัวติดตั้งนี้กับจอรุ่นอื่นเพิ่ม หรือปรับความถี่ในการแสดงโฆษณาให้ถี่ขึ้น โดยเว็บไซต์ Android Authority ถึงกับอธิบายว่าแอปตัวนี้ทำงานเหมือนแอดแวร์ (adware) โดยพฤตินัย ทั้งนี้จนถึงเวลาที่ข่าวถูกเผยแพร่ LG ยังไม่ได้ออกมาชี้แจงพฤติกรรมดังกล่าวต่อสาธารณะ และ Microsoft ก็ยังไม่ได้ประกาศเปลี่ยนแปลงใดๆ ที่จะบังคับให้ต้องมีการอนุมัติอย่างชัดแจ้งก่อนติดตั้งแอปจากสโตร์ที่ผูกกับอุปกรณ์
รายละเอียดปัญหา
ประเด็นด้านความปลอดภัยที่แท้จริงของเรื่องนี้อยู่ที่ระดับสิทธิ์ของแอป โดยหน้ารายละเอียดใน Microsoft Store ระบุว่า LG Monitor App Installer สามารถเข้าถึงอินเทอร์เน็ตและใช้ทรัพยากรระบบได้ทั้งหมด ซึ่ง Microsoft เรียกความสามารถระดับนี้ว่า runFullTrust อันเป็นสิทธิ์ที่อนุญาตให้แอปพลิเคชันเดสก์ท็อปทำงานนอกแซนด์บ็อกซ์ AppContainer ที่ปกติใช้จำกัดขอบเขตของแอปจากสโตร์ ทั้งนี้ต้องระบุให้ชัดว่าสิทธิ์ดังกล่าวไม่ได้ทำให้แอปได้สิทธิ์ผู้ดูแลระบบหรือสิทธิ์ SYSTEM โดยอัตโนมัติ และยังไม่มีหลักฐานว่าแอปนี้ขโมยไฟล์หรือข้อมูลส่วนตัวใดๆ
อย่างไรก็ตาม แอปเดสก์ท็อปที่ได้รับความไว้วางใจเต็มรูปแบบย่อมมีอิสระในการทำงานมากกว่าแอปที่ถูกจำกัดอยู่ในแซนด์บ็อกซ์ ดังนั้นการที่ซอฟต์แวร์ลักษณะนี้ถูกติดตั้งลงเครื่องโดยไม่มีการอนุมัติที่ชัดเจน จึงถือเป็นข้อกังวลด้านความปลอดภัยไซเบอร์และความเป็นส่วนตัวที่มีเหตุผลรองรับ ทาง LG อธิบายว่าตัวติดตั้งนี้เป็นเครื่องมือสำหรับดึงแอปพลิเคชันที่เข้ากันได้กับจอภาพ เช่น OnScreen Control, LG Switch และ Dual Controller แต่หน้ารายละเอียดในสโตร์ก็มีข้อความเกี่ยวกับการทดลองใช้ McAfee อยู่ด้วย ซึ่งยืนยันว่าการโปรโมตแอนตี้ไวรัสเป็นส่วนหนึ่งของแอปจริง
อีกด้านหนึ่งที่ต้องพูดถึงคือบทบาทของ Microsoft เอง เพราะ Windows เปิดให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์ผูกแอปพลิเคชันจากสโตร์เข้ากับข้อมูลอธิบายอุปกรณ์ (device metadata) ได้ ฟีเจอร์นี้มีข้อดีตรงที่ช่วยส่งไดรเวอร์และเครื่องมือประกอบที่เป็นประโยชน์ลงมาให้อัตโนมัติเมื่อระบบตรวจพบฮาร์ดแวร์ที่รองรับ แต่ในทางกลับกันมันก็เปิดช่องให้ติดตั้งซอฟต์แวร์เชิงโฆษณาลงเครื่องได้โดยไม่ให้เจ้าของเครื่องได้เลือกอย่างชัดเจน
การยอมให้ผู้ผลิตฮาร์ดแวร์เป็นผู้เริ่มติดตั้งแอปที่มีสิทธิ์เต็มรูปแบบ แล้วแอปนั้นเด้งโฆษณาขายสินค้าแบบเสียเงินขึ้นมาทันที สะท้อนจุดอ่อนของโมเดลการอนุมัติแบบนี้อย่างชัดเจน เพราะ Windows ถือว่าการที่ผู้ผลิตผูกแอปไว้กับอุปกรณ์นั้นเป็นการอนุญาตที่เพียงพอแล้ว ทั้งที่ในความเป็นจริงเจ้าของเครื่องอาจเสียบจอเข้าไปเพียงเพื่อใช้เป็นจอแสดงผลเท่านั้น มองในมุมความปลอดภัย นี่คือช่องทางส่งซอฟต์แวร์เข้าเครื่องปลายทางที่ผู้ใช้ไม่ได้ควบคุม ซึ่งหากผู้ผลิตรายใดถูกเจาะระบบหรือมีคนในที่ไม่หวังดี ช่องทางเดียวกันนี้ก็ส่งอะไรที่ร้ายแรงกว่าโฆษณาได้เช่นกัน
ผลกระทบต่อไทย
จอมอนิเตอร์ LG เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานแพร่หลายมากทั้งในองค์กรไทย หน่วยงานราชการ และผู้ใช้ทั่วไป ซึ่งหมายความว่าเครื่องคอมพิวเตอร์จำนวนมากในประเทศมีโอกาสได้รับซอฟต์แวร์ที่ไม่ได้ร้องขอลงเครื่องผ่านกลไกนี้ สำหรับองค์กรที่มีนโยบายควบคุมซอฟต์แวร์บนเครื่องผู้ใช้ปลายทาง (endpoint) อย่างเข้มงวด เรื่องนี้ถือเป็นปัญหาโดยตรง เพราะแอปที่ติดตั้งเข้ามาไม่ผ่านกระบวนการอนุมัติซอฟต์แวร์ขององค์กร ไม่ได้ถูกประเมินความเสี่ยง และไม่ปรากฏในรายการซอฟต์แวร์ที่ฝ่ายไอทีวางแผนไว้ ทำให้บัญชีทรัพย์สินซอฟต์แวร์ขององค์กรไม่ตรงกับความเป็นจริง
ในเชิงปฏิบัติ ปัญหาที่ตามมาคือทีมความปลอดภัยอาจต้องเสียเวลาไปกับการสอบสวนสิ่งที่ดูเหมือนพฤติกรรมน่าสงสัย ทั้งโปรเซสแปลกหน้าที่รันตอนบูต การเชื่อมต่อออกอินเทอร์เน็ตที่ไม่คาดคิด และป็อปอัปที่ผู้ใช้แจ้งเข้ามาว่าเป็นไวรัส ซึ่งกินทรัพยากรของทีมโดยไม่จำเป็น ขณะเดียวกันการที่ผู้ใช้เห็นป็อปอัปขายแอนตี้ไวรัสเด้งขึ้นมาเองบ่อยๆ ยังบั่นทอนการฝึกอบรมด้านความตระหนักรู้ เพราะทำให้พนักงานคุ้นชินกับป็อปอัปลักษณะนี้จนแยกไม่ออกระหว่างของจริงกับหน้าต่างหลอกลวงที่มิจฉาชีพทำเลียนแบบ ซึ่งเป็นเทคนิคที่กลุ่มหลอกลวงสายเทคซัพพอร์ตใช้กันมานาน
สำหรับหน่วยงานที่มีข้อกำหนดด้านการควบคุมการเปลี่ยนแปลง (change control) เข้มงวด เช่น สถาบันการเงินหรือหน่วยงานที่ดูแลโครงสร้างพื้นฐานสำคัญ ควรตรวจสอบว่านโยบายของตัวเองครอบคลุมช่องทางการติดตั้งแอปที่ผูกกับข้อมูลอุปกรณ์นี้แล้วหรือไม่ เพราะเป็นช่องทางที่มักหลุดจากการพิจารณา เนื่องจากคนส่วนใหญ่มองว่า Windows Update เป็นแหล่งที่เชื่อถือได้โดยปริยาย
คำแนะนำ
ผู้ใช้ทั่วไปสามารถถอนแอป LG Monitor App Installer ออกได้ผ่านหน้า Settings ของ Windows และควรปิดรายการของ LG ที่เหลืออยู่ในส่วน Startup Apps ด้วย เพื่อไม่ให้แอปกลับมาทำงานตอนเปิดเครื่องอีก
สำหรับผู้ใช้ Windows รุ่น Pro และ Enterprise สามารถเปิดใช้นโยบาย “Prevent automatic download of applications associated with device metadata” ได้ที่ Computer Configuration → Administrative Templates → System → Device Installation ซึ่งจะปิดกลไกการดาวน์โหลดแอปที่ผูกกับข้อมูลอุปกรณ์โดยอัตโนมัติทั้งหมด แต่ต้องเข้าใจผลข้างเคียงด้วยว่าการเปิดนโยบายนี้อาจบล็อกแอปประกอบที่เป็นประโยชน์ของฮาร์ดแวร์ยี่ห้ออื่นไปด้วย จึงควรทดสอบกับเครื่องกลุ่มเล็กก่อนนำไปใช้ทั้งองค์กร
ในระดับองค์กร ควรใช้เหตุการณ์นี้เป็นโอกาสทบทวนว่ามีซอฟต์แวร์ใดบ้างที่เข้ามาอยู่ในเครื่องพนักงานโดยไม่ผ่านกระบวนการอนุมัติ โดยไล่ตรวจรายการแอปที่ติดตั้งจริงเทียบกับรายการที่อนุมัติไว้ และตั้งการแจ้งเตือนเมื่อมีแอปใหม่ลงทะเบียนตัวเองให้ทำงานตอนเปิดเครื่อง นอกจากนี้ควรแจ้งพนักงานล่วงหน้าว่าป็อปอัปขายแอนตี้ไวรัสที่โผล่มาเองไม่ใช่สิ่งที่ควรกดตาม และให้แจ้งฝ่ายไอทีแทนการกดปุ่มใดๆ ในหน้าต่างนั้น เพื่อไม่ให้เกิดความสับสนกับการหลอกลวงของจริงที่ใช้รูปแบบเดียวกัน
