สรุปสั้น
บริษัท Microsoft ประกาศว่า Windows Server 2022 จะถึงกำหนดสิ้นสุด mainstream support ในเดือนตุลาคม 2569 แต่จะเปลี่ยนไปสู่ extended support และยังคงได้รับอัปเดตความปลอดภัยต่อไปอีกห้าปี โดย Windows Server 2022 ถูกประกาศครั้งแรกเมื่อเดือนมีนาคม 2564 และเปิดให้ใช้งานทั่วไปในเดือนกันยายน 2564 ในฐานะรุ่น Long-Term Servicing Channel (LTSC) ที่มีระยะเวลาสนับสนุน 10 ปี Microsoft ระบุในข้อความอัปเดตศูนย์ข้อความว่า “ในวันที่ 13 ตุลาคม 2569 Windows Server 2022 จะสิ้นสุด mainstream support โดยอัปเดตความปลอดภัยเดือนตุลาคม 2569 จะเป็นอัปเดต mainstream support ตัวสุดท้ายที่มีให้สำหรับเวอร์ชันนี้”
หลังจากวันดังกล่าว Windows Server 2022 จะเปลี่ยนผ่านไปสู่ extended support ซึ่งรวมถึงอัปเดตความปลอดภัยโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม และจะยังคงได้รับอัปเดตความปลอดภัยรายเดือนต่อไปจนถึงวันที่ 14 ตุลาคม 2574 ทั้งนี้ Microsoft แนะนำให้ลูกค้าอัปเกรดเป็น Windows Server 2025 ซึ่งเป็นระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์เวอร์ชันล่าสุดของบริษัท ที่เปิดให้ใช้งานทั่วไปเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2567 หลังจากทยอยปล่อยให้กลุ่ม Windows Insiders ตั้งแต่เดือนมกราคม 2567
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ BleepingComputer รายงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า Windows Server 2025 จะสิ้นสุดการสนับสนุนในวันที่ 13 พฤศจิกายน 2572 โดย extended support จะสิ้นสุดในอีกห้าปีถัดมาคือวันที่ 14 พฤศจิกายน 2577 ผู้ที่ต้องการทดสอบ Windows Server 2025 ก่อนนำไปใช้งานจริงสามารถใช้รุ่นทดลองใช้ฟรี 180 วันที่มีให้ผ่าน Microsoft Evaluation Center โดย Microsoft ระบุว่า “Windows Server 2025 เป็นรุ่น Long-Term Servicing Channel (LTSC) ล่าสุดสำหรับ Windows Server เพื่อช่วยให้สภาพแวดล้อมของคุณได้รับการปกป้องและสนับสนุน โปรดวางแผนอัปเกรดเป็น Windows Server 2025 เพื่อรับ mainstream support เต็มรูปแบบ” พร้อมแนะนำให้ประเมินตัวเลือกการอัปเกรดและเริ่มการทดสอบการติดตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อช่วยให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่น
เมื่อเดือนที่แล้ว Microsoft ยังประกาศว่าได้ขยายเวลา hotpatching ของ Windows Server 2022 ไปจนถึงเดือนตุลาคม 2570 ซึ่งเป็นเวลาหนึ่งปีหลังจากวันสิ้นสุด mainstream ในเดือนตุลาคม 2569 สำหรับระบบที่รัน Datacenter: Azure Edition และได้ขยายโปรแกรม Windows 10 Extended Security Updates (ESU) แบบฟรีสำหรับผู้บริโภคออกไปอีกหนึ่งปีอย่างเงียบ ๆ ล่าสุดเมื่อวันพุธ Microsoft ยังเตือนลูกค้าว่า Windows 10 Enterprise LTSB 2016 และ Windows 11 24H2 รุ่น Home และ Pro จะหยุดรับอัปเดต 3 เดือนหลังจากถึงวันสิ้นสุดการสนับสนุน
รายละเอียดการเปลี่ยนผ่าน
สิ่งสำคัญที่องค์กรควรเข้าใจคือการสิ้นสุด mainstream support ไม่ได้หมายความว่า Windows Server 2022 จะหยุดรับอัปเดตความปลอดภัยทันที เพราะระบบจะเข้าสู่ระยะ extended support ที่ยังได้รับแพตช์ความปลอดภัยฟรีต่อไปจนถึงเดือนตุลาคม 2574 ความแตกต่างหลักคือในระยะ extended support จะไม่มีการเพิ่มฟีเจอร์ใหม่ การปรับปรุงที่ไม่เกี่ยวกับความปลอดภัย หรือการสนับสนุนทางเทคนิคแบบไม่มีค่าใช้จ่ายอีกต่อไป องค์กรที่ยังใช้ Windows Server 2022 จึงยังปลอดภัยในแง่การได้รับแพตช์ช่องโหว่ แต่ควรเริ่มวางแผนอัปเกรดเป็น Windows Server 2025 เพื่อให้ได้รับการสนับสนุนเต็มรูปแบบและฟีเจอร์ความปลอดภัยใหม่ ๆ การวางแผนและทดสอบการอัปเกรดแต่เนิ่น ๆ ช่วยลดความเสี่ยงของปัญหาความเข้ากันได้และช่วยให้การเปลี่ยนผ่านราบรื่น
ผลกระทบต่อไทย
องค์กรและหน่วยงานไทยจำนวนมากใช้ Windows Server 2022 เป็นระบบปฏิบัติการเซิร์ฟเวอร์หลัก ทั้งในภาคธุรกิจ ราชการ และสถาบันการศึกษา แม้การสิ้นสุด mainstream support จะยังไม่ทำให้ระบบขาดแพตช์ความปลอดภัยทันที เนื่องจากยังได้รับอัปเดตต่อถึงปี 2574 แต่ผู้ดูแลระบบไทยควรถือโอกาสนี้วางแผนการอัปเกรดในระยะยาว เพราะการรันระบบปฏิบัติการที่เข้าสู่ช่วงปลายอายุการใช้งานโดยไม่มีแผนเปลี่ยนผ่านที่ชัดเจนอาจสร้างความเสี่ยงในอนาคต โดยเฉพาะเมื่อถึงวันสิ้นสุด extended support ที่จะไม่มีแพตช์ความปลอดภัยอีกต่อไป การเริ่มประเมินและทดสอบ Windows Server 2025 ตั้งแต่เนิ่น ๆ จะช่วยให้องค์กรไทยเปลี่ยนผ่านได้อย่างปลอดภัยและไม่เร่งรีบ
คำแนะนำ
ผู้ดูแลระบบควรตรวจสอบว่าองค์กรใช้ Windows Server 2022 ในระบบใดบ้าง และวางแผนการอัปเกรดเป็น Windows Server 2025 เพื่อรับ mainstream support เต็มรูปแบบ ควรใช้รุ่นทดลองใช้ฟรี 180 วันจาก Microsoft Evaluation Center เพื่อทดสอบความเข้ากันได้ของแอปพลิเคชันและเวิร์กโหลดก่อนติดตั้งจริง ในระหว่างที่ยังใช้ Windows Server 2022 ควรติดตั้งอัปเดตความปลอดภัยรายเดือนอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบ องค์กรที่ใช้ Datacenter: Azure Edition สามารถใช้ประโยชน์จาก hotpatching ที่ขยายเวลาถึงตุลาคม 2570 เพื่อลดการรีบูตระบบ นอกจากนี้ควรตรวจสอบวันสิ้นสุดการสนับสนุนของผลิตภัณฑ์ Microsoft อื่น ๆ ที่ใช้งานผ่านเครื่องมือ Lifecycle Policy search เพื่อวางแผนการเปลี่ยนผ่านล่วงหน้า
