สรุปสั้น

เมื่อวันพฤหัสบดี อัยการสหรัฐฯ ได้ตั้งข้อหาชายและหญิงในนิวยอร์กในบทบาทที่เกี่ยวข้องกับเครือข่ายอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่ฟอกเงินซึ่งถูกขโมยมาจากกลโกงหลอกลงทุนไซเบอร์ (Cyber Investment Fraud) โดยนาย Zhuoying Chen อายุ 27 ปี และนางสาว Haojie Zhang อายุ 38 ปี ถูกกล่าวหาว่าบริหารเครือข่ายกว่าสิบคนที่ตั้งฐานอยู่ในย่านควีนส์และบรุกลินระหว่างปี 2563 ถึง 2565 ตามคำฟ้องที่เปิดผนึก ทั้งสองถูกกล่าวหาว่าโอนเงินอย่างน้อย 43 ล้านดอลลาร์ที่ได้จากกลโกงหลอกลงทุนไปยังบัญชีธนาคารในประเทศจีน โดยเครือข่ายอาชญากรใช้บัญชีธนาคาร 140 บัญชีภายใต้บริษัทบังหน้า (Shell Company) ราว 45 แห่ง

แผนการเบื้องหลังเกี่ยวข้องกับอาชญากรที่ติดต่อเป้าหมายผ่านโซเชียลมีเดียหรือบริการส่งข้อความเพื่อสร้างความไว้วางใจ และโน้มน้าวให้ลงทุนในโอกาสที่หลอกลวง จากนั้นเหยื่อจะถูกแสดงโปรไฟล์ปลอมที่มีกำไรเพื่อกระตุ้นให้ลงทุนเพิ่ม ก่อนที่เงินที่ลงทุนเพิ่มเข้าไปในแผนการจะถูกขโมยไป หากถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานสมคบเพื่อฟอกเงิน นาย Chen และนางสาว Zhang จะเผชิญโทษจำคุกสูงสุด 20 ปี ตามรายงานอาชญากรรมอินเทอร์เน็ตปี 2568 ของ FBI การหลอกลงทุนคิดเป็น 49 เปอร์เซ็นต์ของเหตุการณ์ฉ้อโกงทั้งหมดในปีที่แล้ว สร้างความเสียหายที่รายงาน 8.6 พันล้านดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก 6.5 พันล้านดอลลาร์ในปี 2567

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ BleepingComputer รายงานเมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่านาย John A. Condon ผู้อำนวยการบริหารร่วมของหน่วยสืบสวนความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ (HSI) สังกัดสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรสหรัฐฯ ระบุว่า “เป็นเวลาเกือบสองปีที่พลเมืองจีนสองรายนี้ถูกกล่าวหาว่าดำเนินเครือข่ายผิดกฎหมายที่ซับซ้อน ซึ่งฟอกเงินที่ขโมยมาจากเงินเก็บทั้งชีวิตของเหยื่อที่ไม่ทันระวังตัว” ขณะที่นาย A. Tysen Duva ผู้ช่วยอัยการสูงสุดของแผนกคดีอาญา กระทรวงยุติธรรม เสริมว่าตามคำฟ้อง จำเลยฟอกเงินที่ได้จากการฉ้อโกง ทำให้มิจฉาชีพสามารถหลอกลวงชาวอเมริกันต่อไปและพรากเงินที่หามาด้วยความยากลำบากของพวกเขา

กลโกงหลอกลงทุนรูปแบบนี้มักถูกเรียกว่า “pig butchering” หรือการล่อลวงเชิงชู้สาว ที่มิจฉาชีพค่อย ๆ สร้างความสัมพันธ์และความไว้ใจกับเหยื่อก่อนหลอกให้ลงทุน เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ผู้ต้องหาที่เชื่อมโยงกับแผนการหลอกลงทุนคริปโตระหว่างประเทศมูลค่า 73 ล้านดอลลาร์ก็ถูกตัดสินจำคุกลับหลัง 20 ปี และในเดือนพฤศจิกายน หน่วยงานสหพันธ์สหรัฐฯ ได้จัดตั้ง Scam Center Strike Force ซึ่งเป็นหน่วยเฉพาะกิจใหม่ที่มุ่งทลายเครือข่ายหลอกลงทุนคริปโต หลังจากกระทรวงยุติธรรมยึดเงิน 15 พันล้านดอลลาร์จากหัวหน้ากลุ่ม Prince Group ซึ่งเป็นองค์กรอาชญากรรมขนาดใหญ่ที่พุ่งเป้าชาวอเมริกันผ่านกลโกงหลอกลงทุนคริปโต นอกจากนี้ตั้งแต่ต้นปี หน่วยงานยุโรปยังทลายเครือข่ายหลอกลงทุน 2 แห่งที่รับผิดชอบต่อความเสียหายกว่า 150 ล้านยูโรทั่วโลก

รายละเอียดคดี

หัวใจของเครือข่ายนี้คือกลไกฟอกเงินที่ใช้บัญชีธนาคารจำนวนมากถึง 140 บัญชี ภายใต้บริษัทบังหน้าราว 45 แห่ง เพื่อกระจายและโอนเงินที่ได้จากการหลอกลวงไปยังบัญชีปลายทางในประเทศจีน ทำให้ยากต่อการตรวจสอบและติดตามเส้นทางการเงิน โครงสร้างแบบนี้เป็นรูปแบบที่พบได้บ่อยในเครือข่ายฟอกเงินระดับสากล ที่แยกบทบาทระหว่างผู้หลอกลวงเหยื่อกับผู้ฟอกเงิน คดีนี้สะท้อนถึงความรุนแรงที่เพิ่มขึ้นของกลโกงหลอกลงทุนไซเบอร์ ซึ่งตามสถิติ FBI คิดเป็นเกือบครึ่งหนึ่งของเหตุฉ้อโกงทั้งหมดและสร้างความเสียหายทะลุ 8.6 พันล้านดอลลาร์ต่อปี การที่หน่วยงานสหรัฐฯ และยุโรปเดินหน้าจัดตั้งหน่วยเฉพาะกิจและทลายเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง แสดงให้เห็นว่ากลโกงประเภทนี้กลายเป็นภัยคุกคามระดับโลกที่ต้องอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดน

ผลกระทบต่อไทย

กลโกงหลอกลงทุนแบบ pig butchering เป็นภัยที่ระบาดหนักในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้รวมถึงประเทศไทยอย่างมาก โดยมีทั้งคนไทยที่ตกเป็นเหยื่อสูญเงินเก็บทั้งชีวิต และศูนย์หลอกลวง (Scam Center) จำนวนมากที่ตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้านตามแนวชายแดน ซึ่งบางแห่งใช้แรงงานที่ถูกหลอกและบังคับให้ทำงานหลอกลวง คดีนี้แม้จะเกิดในสหรัฐฯ แต่สะท้อนรูปแบบเดียวกับที่คนไทยเผชิญ คือมิจฉาชีพติดต่อผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปแชต สร้างความสัมพันธ์และความไว้ใจ แล้วชักชวนให้ลงทุนในแพลตฟอร์มปลอมที่แสดงกำไรลวงตา ก่อนเชิดเงินหนี ประชาชนไทยจึงควรตระหนักและระมัดระวังการชักชวนลงทุนจากคนแปลกหน้าทางออนไลน์เป็นพิเศษ

คำแนะนำ

ประชาชนควรระมัดระวังการชักชวนลงทุนจากบุคคลที่รู้จักผ่านโซเชียลมีเดียหรือแอปแชต โดยเฉพาะเมื่อมีการสร้างความสัมพันธ์ใกล้ชิดก่อนชวนลงทุน ควรตรวจสอบว่าแพลตฟอร์มการลงทุนได้รับใบอนุญาตจากหน่วยงานกำกับดูแลที่ถูกต้องหรือไม่ และพึงระลึกว่าผลตอบแทนที่สูงผิดปกติหรือการเร่งรัดให้ลงทุนเพิ่มมักเป็นสัญญาณของการหลอกลวง หากถูกขอให้โอนเงินไปยังบัญชีบุคคลธรรมดาหลายบัญชีหรือบริษัทที่ไม่คุ้นเคย ควรระงับและตรวจสอบทันที ผู้ที่ตกเป็นเหยื่อควรรวบรวมหลักฐานและแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์โดยเร็ว เพื่อเพิ่มโอกาสในการติดตามเส้นทางการเงินและอายัดบัญชีก่อนที่เงินจะถูกโอนออกนอกประเทศ

แหล่งอ้างอิง