สรุปสั้น
บริษัท Microsoft กำลังทดสอบความสามารถใหม่ของ Copilot อย่างเงียบๆ ในชื่อ “PC Insights” ที่ให้ผู้ช่วย AI วิเคราะห์ฮาร์ดแวร์ของเครื่อง Windows 11 และชี้ชัดว่าอะไรคือสาเหตุที่ทำให้เครื่องทำงานช้าลง โดยฟีเจอร์นี้กำลังทยอยปล่อยอย่างช้าๆ ในสหรัฐอเมริกา และยังไม่เปิดให้ผู้ใช้ทุกคน PC Insights เป็นฟีเจอร์เสริมของ Copilot ที่ตอบคำถามแบบเรียลไทม์เกี่ยวกับสถานะฮาร์ดแวร์ปัจจุบันของเครื่อง แทนที่จะให้คำแนะนำแก้ปัญหาแบบทั่วไป เมื่อเปิดใช้งาน Copilot จะเชื่อมต่อกับ Windows API เพื่ออ่านทรัพยากรระบบ ทั้งการใช้งาน CPU, RAM และ GPU รวมถึงพื้นที่จัดเก็บที่เหลือและความจุทั้งหมด
ฟีเจอร์นี้สามารถคำนวณได้ว่ามีพื้นที่ว่างเพียงพอสำหรับติดตั้งแอปหรือเกมใหม่หรือไม่ และแจกแจงขนาดโฟลเดอร์อย่าง Downloads และ Documents ได้โดยไม่เข้าถึงเนื้อหาของไฟล์แต่ละไฟล์เว้นแต่ผู้ใช้จะอนุญาตอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังเฝ้าดูฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อ เช่น อุปกรณ์ USB ไดรฟ์ภายนอก เครื่องพิมพ์ และเว็บแคม พร้อมสถานะปัจจุบัน อีกทั้งอ่านสถานะ Bluetooth และ Wi-Fi รายงานสุขภาพแบตเตอรี สถานะแอนตี้ไวรัส ข้อมูลสเปกเครื่อง และข้อมูล BIOS ได้ด้วย
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ Cyber Security News รายงานเมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม พ.ศ. 2569 ว่า Microsoft กำลังทดสอบฟีเจอร์ PC Insights ใน Copilot ซึ่งถูกพบครั้งแรกโดยเว็บไซต์ windowslatest คุณค่าที่แท้จริงของฟีเจอร์นี้คือการแก้ปัญหาแบบสนทนา แทนที่ผู้ใช้จะต้องขุดหาข้อมูลใน Task Manager หรือ Resource Monitor ก็เพียงถาม Copilot ได้เลยว่าทำไมเครื่องถึงรู้สึกอืด แล้วได้รับคำตอบตามบริบทจากข้อมูลสดๆ เช่น หากถามว่าเหลือพื้นที่จัดเก็บเท่าไร แล้ว Copilot ตอบว่า 87GB ผู้ใช้ก็สามารถถามต่อได้ทันทีว่าพอสำหรับติดตั้งเกมที่ต้องการหรือไม่
ฟีเจอร์นี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในวงกว้างของ Microsoft ที่จะทำให้ Windows 11 รู้สึกเร็วขึ้นและตอบสนองดีขึ้น โดยนาย Pavan Davuluri หัวหน้าฝ่าย Windows ได้ระบุแผนลดการใช้หน่วยความจำพื้นฐานของ Windows และปรับปรุงความสม่ำเสมอของประสิทธิภาพเมื่อมีภาระงานสูง อย่างไรก็ตาม Microsoft ก็ส่งสัญญาณว่าต้องการลดการปรากฏตัวของ Copilot ในที่อื่นๆ ด้วย โดยถอนจุดเข้าใช้งานที่ไม่จำเป็นออกจากแอปอย่าง Snipping Tool, Photos, Widgets และ Notepad หลังเสียงสะท้อนไม่พอใจจากผู้ใช้

รายละเอียดฟีเจอร์และข้อกังวล
มีความย้อนแย้งที่ฝังอยู่ในการปล่อยฟีเจอร์นี้ กล่าวคือ Copilot สำหรับ Windows มาพร้อมสำเนา Microsoft Edge เวอร์ชันส่วนตัวของตัวเอง ทำงานเป็นเว็บแอปเต็มรูปแบบ และสามารถกินหน่วยความจำ RAM ได้มากถึง 1GB แม้ในขณะที่ไม่ได้ใช้งาน นั่นหมายความว่าเครื่องมือที่ตั้งใจสร้างมาเพื่อวินิจฉัยว่าอะไรทำให้เครื่องช้า กลับเป็นตัวกินทรัพยากรที่รู้กันดีเสียเอง ซึ่งเป็นคำวิจารณ์ที่สอดคล้องกับผลการทดสอบอิสระที่พบว่า Copilot มักปรากฏอยู่ในกลุ่มโพรเซสที่ใช้หน่วยความจำสูงสุดควบคู่กับแอปอย่าง Excel
ในแง่ข้อมูลที่เข้าถึง PC Insights อ่านการใช้งาน CPU/RAM/GPU พื้นที่จัดเก็บ อุปกรณ์ USB เครือข่าย แบตเตอรี และ BIOS โดยเข้าถึงเพียงขนาดของโฟลเดอร์และไฟล์ ไม่ใช่เนื้อหาของไฟล์ เว้นแต่ได้รับอนุญาต ปัจจุบันฟีเจอร์กำลังทยอยปล่อยอย่างช้าๆ ในสหรัฐฯ ยังไม่แพร่หลาย Microsoft ดูเหมือนกำลังเดินบนเส้นลวดระหว่างการเพิ่มเครื่องมือวินิจฉัยด้วย AI ที่มีประโยชน์จริง กับการหลีกเลี่ยงเสียงบ่นเรื่องความอุ้ยอ้ายที่ทำให้บริษัทต้องปรับกลยุทธ์ Copilot ให้เล็กลงทั่ว Windows 11 อยู่แล้ว เนื่องจาก PC Insights ยังไม่เปิดใช้งานทั่วไป ชุดฟีเจอร์สุดท้าย ต้นทุนทรัพยากร และกำหนดการปล่อยจึงยังอาจเปลี่ยนแปลงได้ก่อนการเปิดตัวในวงกว้าง
ผลกระทบต่อไทย
ผู้ใช้ Windows 11 ในไทยจำนวนมากจะได้ประโยชน์จากฟีเจอร์วินิจฉัยความช้าแบบสนทนา ที่ช่วยให้คนทั่วไปเข้าใจสาเหตุที่เครื่องอืดโดยไม่ต้องเปิด Task Manager เอง แต่ในมุมความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย ผู้ใช้และองค์กรควรตระหนักว่าฟีเจอร์นี้ให้ AI อ่านข้อมูลระบบจำนวนมาก ทั้งฮาร์ดแวร์ที่เชื่อมต่อ สถานะเครือข่าย และ BIOS ซึ่งแม้จะไม่เข้าถึงเนื้อหาไฟล์โดยไม่ได้รับอนุญาต แต่องค์กรที่มีนโยบายด้านข้อมูลเข้มงวดควรพิจารณาว่าจะเปิดใช้หรือไม่ นอกจากนี้ข้อกังวลเรื่อง Copilot กินทรัพยากรสูงก็กระทบผู้ใช้เครื่องสเปกไม่สูงในไทยที่อาจได้ผลตรงข้ามกับที่ต้องการ
คำแนะนำ
ผู้ใช้ที่สนใจ PC Insights ควรทราบว่าเป็นฟีเจอร์เสริมแบบเลือกเปิด (Opt-in) จึงพิจารณาเปิดใช้เฉพาะเมื่อเห็นว่าคุ้มค่ากับทรัพยากรที่ Copilot ใช้ องค์กรและผู้ดูแลระบบควรทบทวนนโยบายความเป็นส่วนตัวและข้อมูลก่อนอนุญาตให้ Copilot เข้าถึงข้อมูลระบบและโฟลเดอร์ โดยเฉพาะบนเครื่องที่จัดการข้อมูลอ่อนไหว หากกังวลเรื่องประสิทธิภาพ ควรตรวจสอบการใช้หน่วยความจำของ Copilot และปิดหากไม่จำเป็น ผู้ใช้เครื่องสเปกจำกัดอาจเลือกใช้เครื่องมือในตัวอย่าง Task Manager และ Resource Monitor ที่ไม่กินทรัพยากรเพิ่มแทน และควรติดตามข้อมูลอย่างเป็นทางการจาก Microsoft เมื่อฟีเจอร์เปิดใช้งานทั่วไป เพราะรายละเอียดยังอาจเปลี่ยนแปลงได้
