สรุปสั้น

WhatsApp ประกาศเมื่อวันจันทร์เริ่มเปิดให้ผู้ใช้ทั่วโลกจองชื่อผู้ใช้หรือ username ได้แล้ว โดยมีเป้าหมายเพื่อปกป้องความเป็นส่วนตัวของผู้ใช้กว่า 3 พันล้านคนบนแพลตฟอร์ม ฟีเจอร์นี้เป็นฟีเจอร์ทางเลือกที่ช่วยให้ผู้ใช้ติดต่อกันผ่าน username แทนที่จะต้องแชร์เบอร์โทรศัพท์โดยตรง โดย WhatsApp ระบุว่านี่คือฟีเจอร์ด้านความเป็นส่วนตัว ไม่ใช่ handle สำหรับโซเชียลมีเดีย เพราะไม่มีไดเรกทอรีให้เรียกดูและไม่มีระบบแนะนำผู้ใช้ ผู้ที่ต้องการติดต่อจะต้องรู้ username ที่แน่นอนเท่านั้นจึงจะทักหาได้เป็นครั้งแรก

ผู้ใช้สามารถเลือกตั้งชื่อ username เองได้ความยาวระหว่าง 3 ถึง 35 ตัวอักษร โดย WhatsApp จะมีตัวช่วยสร้างชื่อให้ด้วย ทั้งนี้ username บางกลุ่มจะถูกสงวนไว้สำหรับธุรกิจ หน่วยงานรัฐบาล และบุคคลสาธารณะ ไม่สามารถให้บุคคลทั่วไปจองได้ นอกจากนี้ยังมีฟีเจอร์เสริมชื่อ username key ซึ่งเป็นรหัสเพิ่มเติมที่ต้องรู้คู่กับ username จึงจะทักหาผู้ใช้ได้เป็นครั้งแรก ผู้ใช้สามารถรีเซ็ต key นี้ได้ตลอดเวลาเพื่อตัดการติดต่อจากบัญชีใหม่ที่ไม่ต้องการ ประโยชน์หลักของการเปลี่ยนแปลงนี้คือเมื่อเปิดใช้งานแล้ว บัญชีอื่นจะไม่สามารถมองเห็นหรือเข้าถึงเบอร์โทรศัพท์จริงของผู้ใช้ได้อีกต่อไป

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ The Hacker News รายงานเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ว่า WhatsApp ซึ่งเป็นแอปพลิเคชันส่งข้อความในเครือ Meta ได้ประกาศอย่างเป็นทางการเรื่องการเปิดให้จองชื่อผู้ใช้ทั่วโลก โดยกระบวนการจองจะเริ่มทยอยเปิดตั้งแต่วันที่ประกาศเป็นต้นไป เพื่อให้ผู้ใช้สร้างและสำรอง username ของตนไว้ล่วงหน้า ก่อนที่ฟีเจอร์นี้จะเปิดใช้งานเต็มรูปแบบในช่วงปลายปีนี้ โฆษกของ Meta ระบุกับ The Hacker News ว่า username key ช่วยให้ผู้ใช้ควบคุมได้ว่าใครสามารถติดต่อพวกเขาผ่าน username ได้บ้าง เพราะผู้ที่จะทักหาต้องรู้ทั้ง username ที่ถูกต้องและ key ควบคู่กัน หากไม่มี key ก็จะทักหาไม่ได้ตั้งแต่ต้น ผู้ใช้สามารถเข้าไปตั้งค่าได้ที่เมนู Settings > Account > Username บนแอป

สำหรับผู้สร้างคอนเทนต์ ธุรกิจขนาดเล็ก และองค์กรที่ต้องการรักษาความสม่ำเสมอของตัวตนบนหลายแพลตฟอร์ม สามารถเลือกใช้ username เดียวกับที่มีอยู่แล้วบน Instagram หรือ Facebook ได้ทันที โดย WhatsApp ระบุว่าจะทยอยเปิดใช้งานฟีเจอร์นี้เป็นล็อตในแต่ละประเทศตลอดหลายเดือนข้างหน้า และจะแจ้งเตือนผู้ใช้ผ่านแอปเมื่อฟีเจอร์พร้อมใช้งานในประเทศของตน ความเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นมากกว่าสองปีหลังจากที่ Signal ประกาศฟีเจอร์ username ในลักษณะเดียวกันเพื่อปกป้องเบอร์โทรศัพท์ของผู้ใช้จากการถูกเปิดเผย

รายละเอียดฟีเจอร์

Username บน WhatsApp ทำหน้าที่แทนเบอร์โทรศัพท์ในขั้นตอนการติดต่อครั้งแรกเท่านั้น ระบบไม่มีไดเรกทอรีสาธารณะให้เรียกดูรายชื่อผู้ใช้ และไม่มีระบบแนะนำบัญชีที่อาจรู้จัก (people you may know) ทำให้แตกต่างจาก handle ของแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียทั่วไปที่เน้นการค้นพบตัวตน ผู้ที่ต้องการทักหาต้องได้รับ username หรือ username key จากเจ้าของบัญชีโดยตรงเท่านั้น ฟีเจอร์ username key เป็นชั้นป้องกันเพิ่มเติมที่ทำงานคู่กับ username โดยผู้ใช้ตั้งค่าได้ว่าจะเปิดเผย key ให้ใครบ้าง และรีเซ็ต key ใหม่ได้ทุกเมื่อเพื่อตัดขาดการติดต่อจากบัญชีที่ไม่ต้องการโดยไม่กระทบ username เดิม

ผลกระทบต่อไทย

WhatsApp เป็นหนึ่งในแอปพลิเคชันส่งข้อความยอดนิยมที่คนไทยจำนวนมากใช้ติดต่อทั้งเรื่องส่วนตัวและธุรกิจ ฟีเจอร์นี้จะช่วยลดความเสี่ยงจากการที่เบอร์โทรศัพท์ส่วนตัวรั่วไหลไปยังผู้ไม่หวังดี ซึ่งเป็นช่องทางหนึ่งที่มิจฉาชีพในไทยมักใช้ก่อเหตุหลอกลวงทางโทรศัพท์และ SMS เมื่อฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานในไทย ผู้ใช้ที่กังวลเรื่องความเป็นส่วนตัวโดยเฉพาะผู้ที่ทำธุรกิจออนไลน์หรือมีการติดต่อกับคนแปลกหน้าบ่อยครั้งควรพิจารณาเปลี่ยนมาใช้ username แทนการแชร์เบอร์โทรศัพท์โดยตรง

คำแนะนำ

เมื่อฟีเจอร์นี้เปิดให้ใช้งานในไทย ผู้ใช้ควรพิจารณาจองและตั้งค่า username เพื่อลดการเปิดเผยเบอร์โทรศัพท์จริง โดยเฉพาะผู้ที่ต้องติดต่อกับบุคคลภายนอกหรือลูกค้าที่ไม่รู้จักเป็นประจำ ควรเปิดใช้งาน username key ควบคู่ไปด้วยเพื่อเพิ่มการควบคุมว่าใครสามารถทักหาได้ และหมั่นรีเซ็ต key เมื่อพบการติดต่อที่น่าสงสัยหรือไม่พึงประสงค์ องค์กรที่ใช้ WhatsApp Business ควรตรวจสอบว่า username ที่ต้องการใช้ไม่ถูกสงวนไว้สำหรับกลุ่มอื่น และวางแผนสื่อสารกับลูกค้าล่วงหน้าก่อนเปลี่ยนช่องทางติดต่อจากเบอร์โทรศัพท์เป็น username

แหล่งอ้างอิง