สรุปสั้น

บริษัท Cyberbit บริษัทผู้ให้บริการฝึกอบรมด้านความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ กำลังปิดสำนักงานในอิสราเอลและเลิกจ้างพนักงานในประเทศ ตามรายงานของสื่ออิสราเอล แม้บริษัทจะไม่ได้เปิดเผยจำนวนตำแหน่งที่ถูกตัด แต่มีรายงานว่าสำนักงานแห่งนี้เคยมีพนักงานหลายสิบคนก่อนการปิดตัว การปิดสำนักงานครั้งนี้ยังตัดสายสัมพันธ์สุดท้ายที่มองเห็นได้ของ Cyberbit กับอิสราเอล ซึ่งเป็นที่ที่บริษัทถือกำเนิดขึ้นในฐานะบริษัทแยกตัว (spin-off) จากบริษัท Elbit Systems ผู้รับเหมาด้านกลาโหม Cyberbit สร้างชื่อเสียงจากเทคโนโลยี cyber range หรือแพลตฟอร์มฝึกอบรมที่ช่วยให้องค์กรและหน่วยงานรัฐจำลองสถานการณ์การโจมตีเสมือนจริงได้โดยไม่ต้องเสี่ยงกับระบบจริง ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาบริษัทได้ปรับทิศทางมุ่งสู่ตลาดสหรัฐฯ มากขึ้นเรื่อย ๆ จนปัจจุบันมีพนักงานหลายร้อยคนทั่วโลก โดยงานส่วนใหญ่อยู่นอกอิสราเอล โดยเฉพาะในสหรัฐอเมริกา การปิดตัวในอิสราเอลครั้งนี้จึงดูเหมือนเป็นไปตามทิศทางเชิงธุรกิจ มากกว่าจะเกิดจากข้อพิพาทสาธารณะหรือการตัดสินใจที่เชื่อมโยงกับลูกค้ารายใดรายหนึ่ง

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ HackRead รายงานเมื่อวันที่ 29 มิถุนายน 2569 ว่าบริษัท Cyberbit กำลังปิดสำนักงานในอิสราเอลและเลิกจ้างพนักงานท้องถิ่น ตามรายงานของสื่ออิสราเอล แม้บริษัทจะยังไม่เปิดเผยว่าตัดตำแหน่งงานไปกี่อัตรา แต่สำนักงานดังกล่าวเคยมีพนักงานหลายสิบคนก่อนปิดตัว

รายงานก่อนหน้านี้บ่งชี้ว่า Cyberbit ได้ทยอยถอยห่างจากโครงสร้างการถือหุ้นเดิมมาระยะหนึ่งแล้ว ในปี 2020 กองทุน Charlesbank Technology Opportunities Fund ลงทุนใน Cyberbit ราว 70 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยใช้เงินประมาณ 48 ล้านดอลลาร์ซื้อหุ้นบางส่วนจาก Elbit และอีก 22 ล้านดอลลาร์ลงทุนในตัวบริษัทโดยตรง ต่อมา Elbit ได้ขายหุ้นส่วนที่เหลือออกไปในปี 2023 ทำให้ Cyberbit ดำเนินงานในฐานะบริษัทอิสระ

Cyberbit ยังกลายเป็นธุรกิจที่เน้นตลาดสหรัฐฯ มากขึ้นในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา การเข้าซื้อกิจการบริษัท RangeForce เมื่อเดือนกันยายน 2025 ยิ่งผลักดันบริษัทให้รุกตลาดสหรัฐฯ และยุโรปมากขึ้น โดย RangeForce เพิ่มห้องปฏิบัติการฝึกอบรมบนคลาวด์ เนื้อหา cyber range และทีมงานนอกอิสราเอล รวมถึงเสริมชุดผลิตภัณฑ์สำหรับองค์กรและหน่วยงานภาครัฐที่ต้องการฝึกบุคลากรไซเบอร์กับสถานการณ์การบุกรุกเสมือนจริงก่อนเกิดเหตุการณ์จริง

บริบทและที่มา

แม้ Cyberbit จะไม่ได้เชื่อมโยงการปิดตัวกับประเด็นการเมือง แต่ข่าวนี้เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่อ่อนไหวสำหรับบริษัทเทคโนโลยีสหรัฐฯ ที่มีงานเกี่ยวพันกับอิสราเอล ในปี 2024 สำนักข่าว BBC รายงานว่าชาวปาเลสไตน์ที่อาศัยอยู่ต่างประเทศระบุว่า Microsoft ได้ปิดบัญชีอีเมลและ Skype ที่พวกเขาใช้ติดต่อครอบครัวในกาซา โดย Microsoft ชี้แจงว่าบัญชีเหล่านั้นละเมิดข้อกำหนดการให้บริการ ปฏิเสธว่าไม่ได้บล็อกการโทรเพราะตำแหน่งที่ตั้ง และระบุว่า Skype สามารถจำกัดกิจกรรมได้เมื่อสงสัยว่ามีการฉ้อโกง

Microsoft ยังเผชิญข้อโต้แย้งแยกต่างหากเกี่ยวกับธุรกิจในอิสราเอล โดยในเดือนพฤษภาคม 2026 สำนักข่าว The Guardian รายงานว่า นาย Alon Haimovich ผู้จัดการทั่วไปของ Microsoft Israel จะก้าวลงจากตำแหน่งหลังการสอบสวนเรื่องการทำธุรกิจของบริษัทกับกองทัพอิสราเอล รายงานดังกล่าวตามมาจากการค้นพบก่อนหน้าว่าหน่วย Unit 8200 ได้ใช้บริการคลาวด์ Microsoft Azure ในระบบเฝ้าระวังที่เกี่ยวข้องกับการดักฟังการโทรของชาวปาเลสไตน์ ซึ่ง Microsoft ระบุว่าผู้บริหารระดับสูงไม่ทราบเรื่องการใช้งานดังกล่าว และได้ตัดบริการคลาวด์และ AI บางส่วนหลังพบการละเมิดข้อกำหนดที่เกี่ยวข้องกับการเฝ้าระวังพลเรือนจำนวนมาก

อย่างไรก็ตาม การปิดตัวของ Cyberbit ในอิสราเอลไม่ใช่กรณีแบบเดียวกัน แต่เป็นการตัดสินใจเชิงปฏิบัติการและด้านบุคลากรของบริษัทฝึกอบรมไซเบอร์หลังการเข้าซื้อกิจการครั้งใหญ่ เพียงแต่เกิดขึ้นในบรรยากาศที่นักลงทุน ผู้ให้บริการคลาวด์ และบริษัทความมั่นคงไซเบอร์ของสหรัฐฯ กำลังถูกประเมินไม่เพียงจากการเติบโต แต่ยังจากเรื่องที่ว่าเทคโนโลยีของพวกเขาถูกใช้ที่ใด ลูกค้าคือใคร และสำนักงานใหญ่ควบคุมความสัมพันธ์ทางธุรกิจในท้องถิ่นได้มากเพียงใด

ผลกระทบต่อไทย

แม้ Cyberbit จะไม่มีฐานปฏิบัติการโดยตรงในไทย แต่แพลตฟอร์ม cyber range เป็นเครื่องมือที่หน่วยงานความมั่นคงและองค์กรขนาดใหญ่ในไทยเริ่มให้ความสนใจ เพื่อยกระดับทักษะทีม SOC และ incident response การเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของผู้ให้บริการรายใหญ่อย่าง Cyberbit สะท้อนแนวโน้มที่องค์กรไทยควรพิจารณา คือเรื่องการพึ่งพาผู้ขาย (vendor) จากต่างประเทศ ความต่อเนื่องของบริการและการสนับสนุน รวมถึงประเด็นด้านอธิปไตยของข้อมูล (data sovereignty) เมื่อเลือกใช้แพลตฟอร์มฝึกอบรมหรือบริการคลาวด์ที่มีความเกี่ยวพันกับภูมิรัฐศาสตร์ องค์กรไทยควรประเมินความเสี่ยงด้านห่วงโซ่อุปทานและแผนสำรองหากผู้ให้บริการปรับโครงสร้างหรือยุติบริการในภูมิภาค

คำแนะนำ

องค์กรที่ใช้หรือกำลังพิจารณาแพลตฟอร์มฝึกอบรมไซเบอร์และบริการจากผู้ขายต่างประเทศ ควรประเมินความเสี่ยงด้านความต่อเนื่องทางธุรกิจของผู้ให้บริการ ตรวจสอบเงื่อนไขสัญญาเกี่ยวกับการย้ายข้อมูลและการยุติบริการ (exit clause) เตรียมแผนสำรองหากผู้ขายปรับโครงสร้างหรือถอนตัวออกจากภูมิภาค พิจารณาประเด็นอธิปไตยของข้อมูลและสถานที่จัดเก็บข้อมูลฝึกอบรม รวมถึงกระจายความเสี่ยงโดยไม่พึ่งพาผู้ให้บริการรายเดียวสำหรับโครงสร้างพื้นฐานด้านความมั่นคงที่สำคัญ

แหล่งอ้างอิง