สรุปสั้น
บริษัท Google กำลังทยอยปล่อยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวชุดใหม่สำหรับบริการ Search services และ Google Play เพื่อให้ผู้ใช้ควบคุมประวัติที่ถูกบันทึกและคำแนะนำเฉพาะบุคคลได้ละเอียดขึ้น โดยจากเดิมที่การจัดการประวัติและการปรับให้เหมาะกับผู้ใช้ทั้งหมดถูกรวมไว้ในฟีเจอร์ Web & App Activity เพียงตัวเดียว Google จะแยกออกเป็นสองการควบคุมแยกกันคือ Search Services History (ควบคุมว่าจะบันทึกกิจกรรมหรือไม่) และ Personalized Recommendations (ควบคุมว่าจะนำข้อมูลที่บันทึกไปปรับแต่งประสบการณ์หรือไม่) จุดที่ผู้ใช้ควรระวังคือ Search Services History แบบใหม่จะครอบคลุมการบันทึก “สื่อ” (Save Media) ทั้งรูปภาพ ไฟล์ เสียง และวิดีโอจากการโต้ตอบ เช่น การค้นด้วย Google Lens หรือการสนทนาด้วยเสียง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้อาจถูกนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงบริการรวมถึงโมเดล AI ของ Google ที่สำคัญคือหากผู้ใช้เปิด Web & App Activity อยู่แล้ว เมื่อระบบเปลี่ยนผ่าน Search Services History และตัวเลือก Save Media จะถูกเปิดให้โดยอัตโนมัติ ผู้ใช้จึงควรเข้าไปตรวจสอบการตั้งค่าใน Google Account ของตนทันทีที่เห็นการเปลี่ยนแปลง ซึ่ง Google ระบุว่าจะทยอยปรากฏภายในไม่กี่วันข้างหน้า
รายละเอียดข่าว
เว็บไซต์ BleepingComputer รายงานเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ว่า บริษัท Google กำลังปล่อยการตั้งค่าความเป็นส่วนตัวใหม่สำหรับบริการ Search services และ Google Play เพื่อมอบอำนาจให้ผู้ใช้ควบคุมประวัติที่บันทึกไว้และคำแนะนำเฉพาะบุคคลได้มากขึ้น โดยในอีเมลหัวข้อ “New privacy settings for Search services” ที่ส่งถึงผู้ใช้และ BleepingComputer ได้เห็น Google ระบุว่ากำลัง “อัปเดตการตั้งค่าเพื่อให้คุณควบคุมประวัติที่บันทึกและคำแนะนำเฉพาะบุคคลในบริการ Google Search และ Google Play ได้มากยิ่งขึ้น”
Google ระบุว่า Search services ครอบคลุมบริการ Search, Maps, Shopping, Hotels, Flights, Translate และ News โดยผู้ใช้จะเห็นการเปลี่ยนแปลงนี้ในบัญชี Google ของตนภายในไม่กี่วันข้างหน้า บริษัทอธิบายว่าจะแยกการตั้งค่าออกเป็นส่วนของ “การบันทึกประวัติ” และ “คำแนะนำเฉพาะบุคคล” อย่างชัดเจน อย่างไรก็ตาม หากผู้ใช้เปิดฟีเจอร์ Web & App Activity ไว้ ตัวเลือกการบันทึกสื่อ (media-saving) แบบใหม่ของ Search services ก็จะถูกเปิดให้โดยอัตโนมัติหลังการเปลี่ยนผ่าน
ก่อนหน้านี้ Google จัดการประวัติและการปรับให้เหมาะกับผู้ใช้ของบริการต่าง ๆ ผ่าน Web & App Activity เพียงตัวเดียว ซึ่งหน้า Web & App Activity ทำให้ผู้ใช้ติดตามเว็บที่เข้าชมและแอปที่ใช้บนโทรศัพท์ได้ แต่ตอนนี้ Google กำลังแยกบางส่วนออกมาเป็นการควบคุมใหม่ที่เรียกว่า Search Services History และ Personalized Recommendations โดย Google ระบุในอีเมลว่า “ก่อนหน้านี้การบันทึกประวัติและการปรับให้เหมาะกับผู้ใช้ถูกจัดการโดย Web & App Activity ต่อจากนี้คุณจะปรับแต่งประสบการณ์ Search services ได้ดีขึ้นด้วยการตั้งค่า Search Services History และ Personalized Recommendations ใหม่”

รายละเอียดการเปลี่ยนแปลง
ต่อจากนี้ Search Services History จะควบคุมว่า Google จะบันทึกกิจกรรมจากบริการ Search ลงในบัญชี Google ของผู้ใช้หรือไม่ ซึ่งครอบคลุมการค้นหา กิจกรรมบน Maps การค้นหาสินค้าใน Shopping กิจกรรม Flights และ Hotels การใช้ Translate กิจกรรม News และอื่น ๆ จุดที่ต้องจับตาเป็นพิเศษคือ Google ระบุว่า “เนื่องจากผู้คนค้นหาในรูปแบบใหม่ ๆ มากขึ้น เช่น การค้นรูปด้วย Lens ตอนนี้ Search Services History จึงรวมสื่อจากการโต้ตอบของคุณด้วย ซึ่งคุณสามารถหยุดการบันทึกได้ทุกเมื่อ” โดยสื่อที่ถูกบันทึกอาจรวมถึงรูปภาพ ไฟล์ เสียง และวิดีโอจากการโต้ตอบกับบริการ Search
ประเด็นสำคัญที่ผู้ใช้ควรตรวจสอบคือ สื่อที่ถูกบันทึกนี้ เช่นเดียวกับ Search Services History สามารถถูกนำไปใช้พัฒนาและปรับปรุงบริการและเทคโนโลยีของ Google รวมถึงโมเดล AI และระบบความปลอดภัยได้ โดย Google ระบุว่า “เช่นเดียวกับ Search Services History สื่อที่บันทึกของคุณยังถูกใช้เพื่อพัฒนาและปรับปรุงบริการและเทคโนโลยีของ Google รวมถึงโมเดล AI และมาตรการความปลอดภัย” อย่างไรก็ตาม Google ยืนยันว่าได้ใช้มาตรการปกป้องความเป็นส่วนตัวและความปลอดภัย และผู้ใช้สามารถปิดการตั้งค่าย่อย Save Media ได้ทุกเมื่อ รวมถึงลบสื่อแต่ละชิ้นออกจากประวัติได้
นอกจากนี้ Google ยังแยก Personalized Recommendations ออกมาเป็นการตั้งค่าต่างหากสำหรับ Search services ทำให้ผู้ใช้ควบคุมได้ว่าจะให้ Google ปรับแต่งประสบการณ์การค้นหาให้เหมาะกับตนหรือไม่ กล่าวคือ Search Services History ควบคุมว่าจะบันทึกกิจกรรมหรือไม่ ขณะที่ Personalized Recommendations ควบคุมว่าจะนำข้อมูลที่บันทึกนั้นไปปรับแต่งสิ่งที่ผู้ใช้เห็นหรือไม่ ซึ่งการแยกกันนี้เป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการให้บันทึกประวัติเพื่อความสะดวก แต่ไม่ต้องการให้ Google นำมาปรับแต่งคำแนะนำ ในส่วนของ Google Play ก็จะมี Play History และ Personalization แยกในการตั้งค่า Play เช่นกัน แม้ผู้ใช้จะไม่เคยใช้ Google Play มาก่อนก็ตาม ทั้งนี้ตัวเลือกระยะเวลาการลบประวัติอัตโนมัติที่ผู้ใช้เคยตั้งไว้ใน Web & App Activity จะถูกนำมาใช้กับการตั้งค่าใหม่ด้วย
ผลกระทบต่อไทย
การเปลี่ยนแปลงนี้กระทบผู้ใช้ Google ในไทยทุกคนโดยตรง เนื่องจากคนไทยพึ่งพาบริการในเครือ Google อย่างหนัก ทั้ง Search, Maps, YouTube และ Google Play ประเด็นที่ต้องระวังเป็นพิเศษคือกลไกการเปิดใช้งานอัตโนมัติ หากผู้ใช้เปิด Web & App Activity ไว้อยู่แล้ว (ซึ่งเป็นค่าเริ่มต้นของผู้ใช้จำนวนมาก) ตัวเลือก Search Services History และ Save Media จะถูกเปิดให้โดยอัตโนมัติหลังการเปลี่ยนผ่าน นั่นหมายความว่ารูปภาพ เสียง และวิดีโอจากการค้นด้วย Lens หรือการสนทนาด้วยเสียงจะถูกบันทึกและอาจถูกนำไปฝึกโมเดล AI โดยที่ผู้ใช้อาจไม่ทันรู้ตัว ในมุมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พ.ร.บ. คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (PDPA) ของไทย การที่สื่อส่วนตัวถูกบันทึกและนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีเป็นเรื่องที่ผู้ใช้ควรพิจารณาให้ความยินยอมอย่างรู้เท่าทัน ดังนั้นทั้งผู้ใช้ทั่วไปและองค์กรที่ใช้ Google Workspace ควรเข้าไปตรวจสอบและปรับการตั้งค่าให้สอดคล้องกับนโยบายความเป็นส่วนตัวของตน
คำแนะนำ
ผู้ใช้ควรเข้าไปที่ myaccount.google.com → Data & privacy ทันทีที่การตั้งค่าใหม่ปรากฏ และตรวจสอบสถานะของ Search Services History, Personalized Recommendations และตัวเลือกย่อย Save Media ว่าถูกเปิดไว้หรือไม่ หากไม่ต้องการให้ Google บันทึกสื่อ (รูป/เสียง/วิดีโอ) จากการค้นหา ให้ปิด Save Media เสียก่อน หากต้องการเก็บประวัติไว้เพื่อความสะดวกแต่ไม่อยากให้ปรับแต่งคำแนะนำ ก็สามารถเปิด Search Services History แต่ปิด Personalized Recommendations ได้ นอกจากนี้ควรตั้งค่าการลบประวัติอัตโนมัติ (auto-delete) เป็นช่วงเวลาที่สั้นลง เช่น 3 หรือ 18 เดือน และลบสื่อหรือกิจกรรมที่ไม่ต้องการออกเป็นรายชิ้นได้ สำหรับผู้ดูแลระบบองค์กรที่ใช้ Google Workspace ควรสื่อสารกับผู้ใช้ในองค์กรเรื่องการตั้งค่าใหม่นี้ และทบทวนนโยบายการจัดการข้อมูลให้สอดคล้องกับ PDPA
