สรุปสั้น

กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกา (DOJ) ประกาศยึดโดเมน CFAKE.com และ SOCFAKE.com ซึ่งเป็นเว็บไซต์ที่เผยแพร่ภาพและวิดีโอ Deepfake ลามกอนาจารที่สร้างด้วย AI โดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลในภาพ เหยื่อรวมถึงนักการเมือง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของหลายประเทศ ราชวงศ์ นักข่าว นักกีฬา และบุคคลสาธารณะหญิงจากหลายประเทศทั่วโลก การยึดโดเมนครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่มีการบังคับใช้กฎหมาย TAKE IT DOWN Act ด้วยการยึดเว็บไซต์ โดยดำเนินการร่วมกันระหว่างหน่วยงาน Homeland Security Investigations (HSI) ของสหรัฐฯ ตำรวจแห่งชาติฝรั่งเศส และตำรวจไซเบอร์อิตาลี

ก่อนหน้านี้ตำรวจไซเบอร์อิตาลีได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับภาพ Deepfake ลามกอนาจารของผู้หญิงในวงการการเมือง กีฬา และบันเทิงตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 และได้ขอคำสั่งศาลบล็อกเว็บไซต์ทั้งสองในอิตาลีก่อน จากนั้นหลักฐานที่รวบรวมได้ถูกส่งต่อให้ฝรั่งเศส ซึ่งนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เมืองนีซเมื่อวันที่ 10 มิถุนายน 2569 พร้อมยึดคริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับปฏิบัติการ กฎหมาย TAKE IT DOWN Act ซึ่งลงนามเป็นกฎหมายในเดือนพฤษภาคม 2568 กำหนดให้การเผยแพร่ภาพลามกอนาจารที่ดัดแปลงด้วย AI โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นอาชญากรรมระดับรัฐบาลกลาง และบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ลบเนื้อหาดังกล่าวภายใน 48 ชั่วโมงหลังได้รับแจ้ง

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ BleepingComputer รายงานเมื่อวันที่ 15 มิถุนายน พ.ศ. 2569 ว่า กระทรวงยุติธรรมสหรัฐอเมริกาประกาศยึดโดเมน CFAKE.com และ SOCFAKE.com เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา หลังจากผู้พิพากษาของศาลรัฐบาลกลางพบเหตุอันน่าเชื่อได้ว่าเว็บไซต์ทั้งสองถูกใช้ละเมิดกฎหมาย TAKE IT DOWN Act (47 U.S.C. § 223) ซึ่งห้ามการเผยแพร่ภาพลามกอนาจารและภาพดัดแปลงดิจิทัล (Deepfake) โดยไม่ได้รับความยินยอม ปัจจุบันโดเมนทั้งสองแสดงประกาศการยึดโดเมนโดยระบุว่าเป็นปฏิบัติการร่วมระหว่าง HSI สำนักงานภาคสนามนิวเจอร์ซีย์, ตำรวจแห่งชาติฝรั่งเศส, สำนักงานอัยการปารีส, ตำรวจไซเบอร์อิตาลี (Polizia di Stato), กองอาชญากรรมคอมพิวเตอร์ของกระทรวงยุติธรรม และอัยการสหรัฐฯ เขตนิวเจอร์ซีย์

ตามบันทึกคำให้การสนับสนุนหมายยึด เว็บไซต์ทั้งสองเผยแพร่ภาพปลอมทางเพศ (Digital Forgeries) ที่สร้างด้วย AI โดยนำใบหน้าของบุคคลสาธารณะหญิงไปวางบนภาพลามกอนาจาร เหยื่อรวมถึงนักการเมือง สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งของหลายประเทศ ราชวงศ์ นักข่าว พิธีกรโทรทัศน์ นักกีฬา และบุคคลในวงการบันเทิง โดยภาพเหล่านี้สร้างจากรูปถ่าย วิดีโอ หรือเสียงที่มีอยู่แล้วของเหยื่อ

การสืบสวนเริ่มต้นจากตำรวจไซเบอร์อิตาลี (Postal and Cybersecurity Police) ที่แจ้งเตือนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เกี่ยวกับเว็บไซต์ทั้งสอง โดยตำรวจอิตาลีเปิดการสอบสวนตั้งแต่เดือนตุลาคม 2568 หลังได้รับร้องเรียน และได้ขอคำสั่งศาลบล็อกเว็บไซต์ในอิตาลีก่อน จากนั้นหลักฐานจากฝั่งสหรัฐฯ ถูกส่งต่อให้เจ้าหน้าที่ฝรั่งเศส ซึ่งดำเนินการสืบสวนจนนำไปสู่การจับกุมผู้ต้องสงสัยที่เมืองนีซ ฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน พร้อมยึดคริปโทเคอร์เรนซีที่เชื่อมโยงกับปฏิบัติการ

กฎหมาย TAKE IT DOWN Act เป็นกฎหมายที่ทั้งสองพรรคสนับสนุน ลงนามเป็นกฎหมายในเดือนพฤษภาคม 2568 โดยมีนาง Melania Trump สุภาพสตรีหมายเลขหนึ่งเป็นผู้ผลักดันภายใต้แคมเปญ “Be Best” กฎหมายกำหนดให้การเผยแพร่ภาพลามกอนาจารที่ดัดแปลงด้วย AI ของบุคคลที่ระบุตัวตนได้โดยไม่ได้รับความยินยอมเป็นอาชญากรรมระดับรัฐบาลกลาง และบังคับให้แพลตฟอร์มออนไลน์ลบเนื้อหาที่ถูกแจ้งภายใน 48 ชั่วโมง ก่อนหน้านี้กฎหมายนี้เคยถูกใช้กับชายจากรัฐโอไฮโอที่รับสารภาพในข้อหาสร้างภาพ Deepfake ลามกอนาจารด้วย AI แต่การยึดโดเมน CFAKE.com และ SOCFAKE.com ถือเป็นครั้งแรกที่กฎหมายนี้ถูกใช้เพื่อยึดเว็บไซต์

DOJ seizes CFAKE SOCFAKE deepfake websites under TAKE IT DOWN Act

ความสำคัญของปฏิบัติการ

ปฏิบัติการยึดโดเมนครั้งนี้มีนัยสำคัญหลายประการ ประการแรกคือเป็นการแสดงให้เห็นว่ากฎหมาย TAKE IT DOWN Act สามารถบังคับใช้ได้จริงในระดับนานาชาติ โดยอาศัยความร่วมมือข้ามพรมแดนระหว่างสหรัฐอเมริกา ฝรั่งเศส และอิตาลี ประการที่สองคือการยึดโดเมนส่งสัญญาณชัดเจนว่าเว็บไซต์ที่เผยแพร่ภาพ Deepfake ลามกอนาจารจะถูกดำเนินคดี ไม่ว่าเซิร์ฟเวอร์จะตั้งอยู่ที่ใด ประการที่สามคือการจับกุมผู้ต้องสงสัยในฝรั่งเศสพร้อมยึดคริปโทเคอร์เรนซีแสดงให้เห็นว่าเจ้าหน้าที่สามารถติดตามรายได้จากการกระทำผิดได้ แม้ผู้กระทำจะใช้สกุลเงินดิจิทัลเพื่อหลีกเลี่ยงการตรวจจับ

เทคโนโลยี Deepfake ไม่เพียงถูกใช้สร้างภาพลามกอนาจารเท่านั้น แต่ยังถูกใช้ในการฉ้อโกงคริปโทเคอร์เรนซี ฟิชชิง และการแอบอ้างตัวตน ทำให้การปราบปรามเว็บไซต์ประเภทนี้เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามต่อต้านอาชญากรรมไซเบอร์ในภาพรวม

ผลกระทบต่อไทย

ประเทศไทยยังไม่มีกฎหมายเฉพาะที่ห้ามการสร้างและเผยแพร่ภาพ Deepfake ลามกอนาจารอย่างชัดเจนเทียบเท่า TAKE IT DOWN Act แม้จะมีพ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ พ.ศ. 2560 ที่ครอบคลุมการเผยแพร่เนื้อหาลามกอนาจารและข้อมูลเท็จ แต่ยังไม่ได้ระบุถึง AI-Generated Content โดยเฉพาะ ปฏิบัติการนี้สะท้อนให้เห็นแนวโน้มสากลที่กฎหมายเริ่มไล่ตามเทคโนโลยี AI ที่ถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด ซึ่งเป็นประเด็นที่หน่วยงานกำกับดูแลของไทยควรติดตาม นอกจากนี้บุคคลสาธารณะชาวไทยก็อาจตกเป็นเหยื่อของเว็บไซต์ลักษณะนี้ได้เช่นกัน การที่สหรัฐฯ สามารถยึดโดเมนระดับนานาชาติได้อาจช่วยลดการเข้าถึงเว็บไซต์เหล่านี้จากผู้ใช้ในไทยด้วย

คำแนะนำ

ผู้ดูแลระบบและผู้รับผิดชอบด้านความปลอดภัยในองค์กรควรตระหนักว่าเทคโนโลยี Deepfake สามารถถูกใช้ในการโจมตีแบบ Social Engineering ได้ เช่น การปลอมวิดีโอคอลของผู้บริหารเพื่อสั่งโอนเงิน (CEO Fraud) ควรให้ความรู้แก่พนักงานเกี่ยวกับวิธีสังเกตสื่อที่ถูกดัดแปลงด้วย AI และพิจารณาใช้เครื่องมือตรวจจับ Deepfake เป็นส่วนหนึ่งของระบบป้องกัน สำหรับบุคคลทั่วไป ควรระมัดระวังการเผยแพร่รูปภาพส่วนตัวบนโซเชียลมีเดียในระดับสาธารณะ และหากพบว่าตกเป็นเหยื่อ Deepfake ควรแจ้งความกับตำรวจไซเบอร์และแจ้งแพลตฟอร์มเพื่อลบเนื้อหาทันที

แหล่งอ้างอิง