สรุปสั้น

สหภาพยุโรปกำลังจะออกค่าปรับที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ภายใต้กฎหมาย Digital Markets Act (DMA) โดยกำหนดเป้าไปที่ Google ของ Alphabet ในข้อหาจัดการผลการค้นหาเพื่อเอื้อประโยชน์ให้บริการของตัวเองอย่าง Google Shopping, Google Maps และ Google Flights เหนือคู่แข่ง แหล่งข่าวจาก Handelsblatt ระบุว่าค่าปรับอยู่ในระดับ “สูงหลายร้อยล้านยูโร” และการตัดสินใจขั้นสุดท้ายอยู่ที่ประธาน EU Commission Ursula von der Leyen ซึ่งคาดว่าจะประกาศก่อนหยุดพักฤดูร้อนของรัฐสภายุโรป ก่อนหน้านี้ Google เคยยื่น remedy proposal แต่ EU Commission ปฏิเสธว่าไม่เพียงพอ และได้ให้เวลาแก้ไขเพิ่มเติม การปรับครั้งนี้ยังเพิ่มความตึงเครียดด้านเทคโนโลยีระหว่างสหรัฐฯ และยุโรป หลังจากที่ทั้งสองฝ่ายเพิ่งบรรลุข้อตกลงการค้าด้านศุลกากร

รายละเอียดข่าว

เว็บไซต์ Cyber Security News รายงานเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2569 ว่า EU Commission ซึ่งเปิดการสืบสวน Google อย่างเป็นทางการตั้งแต่มีนาคม 2568 ใกล้สรุปข้อสรุปว่า Google ละเมิด DMA โดยกดอัลกอริทึมการค้นหาให้แสดงบริการของ Google เองในตำแหน่งเด่น แทนที่จะแสดงผลตามความเกี่ยวข้องอย่างเป็นกลาง DMA ซึ่งเป็นกฎหมายสำคัญของ EU ที่ออกแบบมาเพื่อควบคุมอำนาจของ Big Tech “gatekeeper” ห้ามพฤติกรรม self-preferencing อย่างชัดเจน และกำหนดโทษสูงสุดถึง 10% ของรายได้ทั่วโลกประจำปี แหล่งข่าวจาก Handelsblatt ของเยอรมนีระบุว่าเจ้าหน้าที่ EU กำลังเตรียมค่าปรับในระดับสูงหลายร้อยล้านยูโร ซึ่งจะทำลายสถิติค่าปรับสูงสุดที่เคยออกภายใต้ DMA

บริบทประวัติค่าปรับ Google ในยุโรป

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ Google เผชิญค่าปรับจาก EU โดยในอดีตมีการปรับ Google มาแล้วหลายครั้ง ได้แก่ ค่าปรับ 2.42 พันล้านยูโร (2560) กรณี Google Shopping, ค่าปรับ 4.34 พันล้านยูโร (2561) กรณี Android ecosystem, ค่าปรับ 1.49 พันล้านยูโร (2562) กรณีจำกัดการแข่งขันโฆษณาออนไลน์ และค่าปรับ 2.95 พันล้านยูโร (กันยายน 2568) กรณี adtech self-preferencing ที่น่าสนใจคือแม้ Google จะพยายามยื่น remedy proposal เพื่อแสดงว่าปฏิบัติตามข้อกำหนด EU Commission ก็ระบุว่าข้อเสนอไม่เป็นที่น่าพอใจ และยังให้เวลา Google ปรับปรุง อย่างไรก็ตาม โฆษก Thomas Regnier ยืนยันว่าเป้าหมายหลักของ EU คือการเปลี่ยนพฤติกรรม ไม่ใช่การลงโทษทางการเงิน

ผลกระทบต่อไทย

แม้ค่าปรับนี้เกิดขึ้นในยุโรป แต่ผลสะท้อนสำคัญต่อไทยและอาเซียน เนื่องจากหาก Google ต้องปรับการแสดงผล Search ตามมาตรฐาน DMA ในยุโรป อาจมีแรงกดดันให้ปรับ global policy ด้วย ส่งผลต่อธุรกิจในไทยที่พึ่งพาการค้นหาออนไลน์และ Google Ads นอกจากนี้ DMA ยังถือเป็น blueprint ที่ประเทศต่างๆ รวมถึงไทยอาจนำมาใช้อ้างอิงในการร่างกฎหมายควบคุมแพลตฟอร์มดิจิทัล

คำแนะนำ

  • ติดตามผลการประกาศ เนื่องจากค่าปรับและเงื่อนไขการปฏิบัติตามจะกำหนดทิศทางของ Google Search ในอนาคต
  • บริษัทไทยที่ทำ SEO ควรเตรียมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึมที่อาจเกิดขึ้นหาก Google ต้องปรับพฤติกรรม
  • ผู้ประกอบการที่พึ่ง Google Shopping ควรกระจายช่องทางการตลาดเพื่อลดความเสี่ยง
  • นักกฎหมายและนักนโยบาย ในไทยควรศึกษา DMA เป็น reference ในการพัฒนากฎหมายคุ้มครองการแข่งขันในตลาดดิจิทัล

แหล่งอ้างอิง