ศูนย์ประสานการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์ ด้านความมั่นคงของรัฐฝ่ายพลเรือน

LiteLLM 1.107.0 บน PyPI และ Docker ถูกวางยา — ผู้โจมตีใช้โทเคน GitHub ของวิศวกร 3 คนปล่อยรุ่นฝังมัลแวร์ขโมยข้อมูลรับรองและแบ็กดอร์

LiteLLM PyPI package compromised in supply chain attack
LiteLLM เวอร์ชัน 1.107.0 บน PyPI และอิมเมจ Docker ถูกวางยา ฝังมัลแวร์ขโมยข้อมูลรับรอง privcollect และแบ็กดอร์ที่ดึงโค้ดมารันทุกชั่วโมง ผู้โจมตีใช้บัญชี GitHub ของวิศวกร 3 คนผ่านโทเคน OAuth ของ GitHub CLI ที่น่าจะถูกขโมย สั่งรันและอนุมัติการปล่อยรุ่นเอง มัลแวร์ทำงานทันทีที่ Python เริ่มผ่านไฟล์ cook.pth และส่งคีย์คลาวด์ กุญแจส่วนตัว และคีย์ใน proxy ไปที่ litellm[.]dev ผู้ติดตั้งรุ่นนี้ควรเปลี่ยนข้อมูลรับรองจากเครื่องที่สะอาดและยึดเวอร์ชัน 1.106.2 ด้วย digest

Hirundo พบ Qwen3-Coder ของจีนเขียนโค้ดที่ถูกแฮ็กได้มากขึ้นเมื่อรู้ว่าเป็นงานของผู้รับเหมากลาโหมสหรัฐฯ — สั่งให้เขียนโค้ดปลอดภัยก็ไม่ช่วย

Chinese AI coding model writes less secure code for US contractors
บริษัท Hirundo ทดสอบให้ Qwen3-Coder ของ Alibaba สร้างเว็บแอปพลิเคชันกว่า 1,000 ชุด และพบว่าโมเดลเขียนโค้ดที่ถูกเจาะได้มากขึ้นเมื่อบอกว่าลูกค้าเป็นผู้รับเหมากลาโหมสหรัฐฯ (70%) เทียบกับผู้รับเหมาจีน (59%) แอปของกลุ่มสนับสนุนประชาธิปไตยฮ่องกงก็รั่วข้อมูลลับมากกว่ากลุ่มทั่วไป การสั่งให้เขียนโค้ดปลอดภัยไม่ช่วย กลับทำให้สัดส่วนแอปที่ถูกเจาะได้ของลูกค้าสหรัฐฯ เพิ่มเป็น 74% ช่องโหว่ที่พบบ่อยคือ broken access control งานวิจัยนี้มาจากผู้ขายโมเดลฉบับแก้แล้ว

Microsoft ปรับเกณฑ์บั๊กบาวน์ตี — รายงานช่องโหว่ Azure ที่สมบูรณ์ได้ 40,000 ดอลลาร์ ไม่สมบูรณ์ได้แค่ 4,000 ดอลลาร์ รับมือรายงานจำนวนมากจาก AI

Microsoft ties bug bounty rewards to report completeness
Microsoft เริ่มใช้ระบบประเมินรายงาน Complete และ Not Complete ในโครงการบั๊กบาวน์ตีทั้งหมด กับรายงานที่ส่งตั้งแต่ 20 ตุลาคม 2569 ใน Azure รายงาน RCE หรือยกระดับสิทธิ์ระดับ Critical ที่สมบูรณ์ได้ 40,000 ดอลลาร์ แต่ถ้าไม่สมบูรณ์ได้เพียง 4,000 ดอลลาร์ รายงานที่สมบูรณ์ต้องมีขั้นตอนทำซ้ำ PoC ที่ใช้ได้จริง และหลักฐานตามประเภทช่องโหว่ ตั้งแต่ครั้งแรกที่ส่ง Microsoft ระบุว่างานวิจัยที่ใช้ AI ช่วยทำให้ส่งรายงานจำนวนมากได้ง่ายขึ้น

Oracle ออก Critical Patch Update ตุลาคม 2569 รวม 1,295 แพตช์ — 690 รายการโจมตีจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน Database Server และ APEX มีช่องโหว่ CVSS 9.8

Oracle October 2026 Critical Patch Update fixes 1,295 security issues
Oracle ออก Critical Patch Update ประจำเดือนตุลาคม 2569 เมื่อ 20 ตุลาคม รวม 1,295 แพตช์ใหม่ ในจำนวนนี้ 690 รายการโจมตีจากระยะไกลได้โดยไม่ต้องยืนยันตัวตน ช่องโหว่เด่นคือ CVE-2026-75803 ในส่วน OpenSSL ของ Database Server และ CVE-2026-101521 ใน APEX ซึ่งได้ CVSS 9.8 ทั้งคู่ Essbase มี 4 ช่องโหว่คะแนน 9.9 และอีก 1 รายการคะแนน 9.8 Fusion Middleware ได้แพตช์มากที่สุด 206 รายการ Oracle เตือนว่ายังมีการโจมตีช่องโหว่ที่มีแพตช์แล้วแต่ลูกค้าไม่ได้ติดตั้ง

PHP2Shell — PHP เร่งออกแพตช์ฉุกเฉิน 2 ช่องโหว่ RCE ระดับวิกฤต (CVSS 9.2) หลังข้อมูลหลุดก่อนกำหนด — เวอร์ชันที่หมดอายุไม่ได้แพตช์

PHP rushes emergency fix for two leaked critical RCE flaws
PHP ประกาศออกแพตช์ความปลอดภัยนอกรอบในวันที่ 21 ตุลาคม 2569 เวลา 21:00 น. ตามเวลาไทย สำหรับช่องโหว่วิกฤต 2 รายการคะแนน CVSS v4.0 9.2 ที่นักวิจัยเรียกว่า PHP2Shell การประกาศเกิดหลังมีโพสต์บน Hacker News ปล่อยข้อมูลก่อนกำหนด และ watchTowr ยืนยันว่าเป็นช่องโหว่ RCE แพตช์จะออกเฉพาะ PHP 8.2–8.5 ส่วน 8.1 ลงไปที่หมดอายุแล้วจะไม่ได้รับแพตช์ Mallory นับโฮสต์ที่แสดงเวอร์ชัน 8.1 หรือเก่ากว่าได้ราว 884,000 เครื่อง ยังไม่มีรายงานการโจมตีจริงหรือโค้ดโจมตีสาธารณะ

TeamUpdraft ถูกเจาะ คีย์ UpdraftCentral รั่ว — แฮ็กเกอร์ใช้คีย์จริงสั่งติดตั้งปลั๊กอินแบ็กดอร์บนเว็บ WordPress ต่อเนื่อง 18 ชั่วโมง

Attackers abuse stolen UpdraftCentral keys to backdoor WordPress sites
บริษัท TeamUpdraft ผู้พัฒนา UpdraftPlus ปลั๊กอินแบ็กอัป WordPress ที่ติดตั้งกว่า 4 ล้านเว็บ ยืนยันว่าเว็บไซต์ teamupdraft.com ถูกเจาะช่วง 17–18 ตุลาคม 2569 ผู้โจมตีอาจได้ฐานข้อมูลลูกค้า รวมถึงคีย์เชื่อมต่อ UpdraftCentral, UpdraftVault และ UpdraftClone Patchstack พบผู้โจมตีใช้คีย์ UpdraftCentral ที่ถูกต้องสั่งติดตั้งปลั๊กอินแบ็กดอร์ต่อเนื่อง 18 ชั่วโมงในวันที่ 18–19 ตุลาคม แบ็กดอร์สร้างบัญชีสิทธิ์สูงที่ยังอยู่แม้ลบปลั๊กอินแล้ว เจ้าของเว็บควรอัปเดตและตรวจบัญชีกับปลั๊กอินแปลกปลอม

แฮ็กเกอร์ยึด Tor exit node 333 ตัว (~10% ของเครือข่าย) ดักการเชื่อมต่อ SSH ขโมยรหัสผ่าน แล้วฝังแบ็กดอร์ Ebury บนเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง

Compromised Tor exit nodes intercept SSH logins to deploy Ebury
นักวิจัยเปิดเผยเมื่อ 20 ตุลาคม 2569 ว่าผู้โจมตียึด Tor exit node 333 ตัว หรือราว 10% ของ exit relay ทั้งเครือข่าย แล้วเริ่มดักการเชื่อมต่อ SSH พร้อมกันเมื่อ 2 ตุลาคม ทราฟฟิกพอร์ต 22 ถูกส่งไปเซิร์ฟเวอร์ดักกลาง 12 เครื่อง ผู้ใช้ที่ไม่สนใจคำเตือน host key เปลี่ยนจะเสียรหัสผ่าน และถูกพยายามฝังแบ็กดอร์ Ebury 1.8.3 บนเซิร์ฟเวอร์ปลายทาง ทีม Tor ติดธง BadExit ภายใน 4 ตุลาคม และเซิร์ฟเวอร์ที่ติดเชื้อถูกปิดในวันที่ 5 ตุลาคม ยังไม่ทราบช่องทางเจาะและผู้อยู่เบื้องหลัง

Apache Tomcat แก้ 8 ช่องโหว่ — CVE-2026-101296 ล็อกอินผ่าน JNDIRealm ได้โดยไม่ต้องใช้รหัสผ่าน และ HTTP/2 สลับคำขอระหว่างผู้ใช้

Apache Tomcat fixes eight security vulnerabilities
Apache Tomcat ประกาศแก้ 8 ช่องโหว่เมื่อ 20 ตุลาคม 2569 ในเวอร์ชัน 11.0.27, 10.1.61 และ 9.0.123 ร้ายแรงสุดคือ CVE-2026-101296 ที่ให้ยืนยันตัวตนผ่าน JNDIRealm ได้โดยไม่ต้องรู้รหัสผ่านเมื่อตั้งค่า SASL แบบที่ไม่ใช่ GSSAPI CVE-2026-101356 และ CVE-2026-103119 ทำให้คำขอหรือคำตอบของผู้ใช้คนหนึ่งไปปนกับอีกคนผ่าน HTTP/2 และ AJP อีก 5 ช่องโหว่ระดับ Low มีทั้งปัญหา TLS 1.3, Jasper, FIPS และ APR connector ยังไม่มีรายงานการโจมตีจริง แต่ควรอัปเดตเร็ว

Scattered Spider, LAPSUS$ และ ShinyHunters ไม่ใช่กลุ่มเดียวกัน — Flare ชี้ 'The Com' เป็นระบบนิเวศ ส่วน SLH เป็นแค่แบรนด์ร่วม เตือนระบุตัวผู้โจมตีผิดเพราะชื่อซ้ำ

Scattered Spider, LAPSUS$ and ShinyHunters are distinct groups within The Com
บริษัท Flare วิเคราะห์ว่า Scattered Spider, LAPSUS$ และ ShinyHunters เป็นกลุ่มปฏิบัติการแยกกันภายในชุมชนอาชญากรไซเบอร์ The Com ไม่ใช่องค์กรเดียวที่ใช้หลายชื่อ ส่วน Scattered LAPSUS$ Hunters (SLH) เป็นแบรนด์และชั้นประสานงานร่วม ไม่ใช่กลุ่มที่สี่ LAPSUS$ ชุดดั้งเดิมถูกประเมินว่าสิ้นสภาพตั้งแต่ปี 2565 การใช้ชื่อหรือเทคนิคซ้ำจึงไม่พอจะโยงเหตุใหม่เข้ากลุ่มเดิม Flare เตือนว่าการรวมทุกอย่างเป็นตัวตนเดียวทำให้สอบสวนผิดทางและป้องกันผิดจุด จึงควรระบุกลุ่มจากหลักฐานทางเทคนิคเท่านั้น

ธนาคาร State Bank of India ยืนยันข้อมูลลูกค้า 3,897 รายการอยู่ในชุดข้อมูล 375,000 แถวบนดาร์กเว็บ — ยังไม่รู้ต้นทาง เสี่ยงมิจฉาชีพแอบอ้างเป็นธนาคาร

State Bank of India confirms customer records found in dark web dataset
ธนาคาร State Bank of India แจ้งตลาดหลักทรัพย์เมื่อ 21 ตุลาคม 2569 ว่าพบข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า 3,897 รายการในชุดข้อมูลราว 375,000 แถวบนดาร์กเว็บ และยังไม่ทราบว่าข้อมูลมาจากไหน ข้อมูลที่หลุดมีชื่อ เบอร์มือถือ วันเกิด อีเมล ที่อยู่ รหัสสาขาและรหัส CIF แต่ไม่มีเลขบัญชี รหัสผ่าน หรือเลขบัตร CERT-In และหน่วย Defence Cyber Agency แจ้งเตือนธนาคารเมื่อ 16 ตุลาคม ตัวเลขตรงกับคำอ้างของ Siriusim บน BreachForums ความเสี่ยงหลักคือการแอบอ้างเป็นธนาคาร